เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2559
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้จัดกิจกรรมตามหาบุคคลในภาพที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในขณะที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจจากทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งมีภาพที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 6 ภาพ
เมื่อกล่าวถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อันดับแรกที่จะนึกถึงคือพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงปฏิบัติเพื่อประเทศชาติ ขณะเดียวกันผู้ที่เคยถวายงานใกล้ชิดพระองค์จะทราบดีว่า ทรงไม่ถือพระองค์และเป็นพระองค์เองกับคนที่มาถวายงาน สร้างความปลื้มปีติให้แก่ผู้ถวายงานอย่างมาก
รวมถึง 7 บุคคลในโครงการตามหาบุคคลในภาพของกระทรวงวัฒนธรรมที่มีโอกาสถวายงานเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนี้ด้วย
“พระองค์ท่านถามลุงด้วยภาษาธรรมดาว่า ลุงสร้างรถซาเล้งไว้ทำไม โดยสารไหม ลุงตอบไปว่าไม่ได้โดยสาร ทำขายขนมหวานตอนเช้า รู้สึกประทับใจมาก ปลาบปลื้มมาก” ความรู้สึกของ นาซาด หมัดตุกัง อดีตกำนันตำบลปูยู ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.เกาะสาหร่ายชัยพัฒนา อ.เมือง จ.สตูล ที่ได้มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเกาะปูยู เขตอำเภอเมืองสตูล เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552
ครั้งนั้นนาซาดทำหน้าที่ขับรถซาเล้งพ่วงข้างให้พระองค์ประทับ เขาบอกว่ารู้สึกเกร็งและกลัวมาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้เข้าเฝ้าฯและถวายงาน
“วันนั้นตอนเที่ยงอากาศร้อนมาก ลุงไม่เป็นอะไรหรอก เพราะอยู่แบบนี้ทุกวัน สงสารแต่พระองค์ แต่พระองค์ท่านไม่บ่นสักคำ ยิ้มแย้มแจ่มใส และทำตัวเป็นกันเองกับทุกคนมากๆ”
ด้าน อารีย์ อุ่นกระโทก อดีตพนักงานของบริษัทเนสท์เล่ ปัจจุบันประกอบอาชีพปลูกดอกรักขาย เล่าถึงวันที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯว่า ขณะนั้นทำงานอยู่ที่บริษัทเนสท์เล่ ตอนนั้นพระองค์ท่านเสด็จฯไปดูสำนักงานโครงการพัฒนาพันธุ์กาแฟที่ จ.เชียงราย ของบริษัทเนสท์เล่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542
“รู้สึกประทับใจมาก ไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไร ตอนนั้นกำลังเก็บกาแฟอยู่ พระองค์ท่านรับสั่งถามว่า กาแฟเยอะแบบนี้เหนื่อยไหม เหนื่อยได้แต่อย่าท้อนะ อย่าถอย สู้ต่อไปนะ พระองค์ท่านยังรับสั่งอีกว่า ไม่ต้องพูดคำราชาศัพท์ ให้พูดธรรมดาก็ได้ รู้สึกภูมิใจมากที่ชาวบ้านธรรมดาอย่างเราได้เข้าใกล้ท่าน คำสอนของพระองค์ท่านนำมาใช้และสอนลูกเสมอว่า เหนื่อยได้นะลูก แต่อย่าท้อ เพื่ออนาคตข้างหน้า ขนาดพระองค์ท่านดูแลชาวไทยขนาดนี้ พระองค์ท่านยังไม่เหนื่อยเลย เราต้องสู้ต่อไป”

ภูวเนศวร์ แก้วบุดดี อาจารย์โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย จ.เลย มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯและถวายหัวผีตาโขนเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานภาคนิทรรศการในงาน “การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2552” ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2552
วันนั้น ก่อนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯกลับ มีการถวายของที่ระลึกแด่พระองค์ท่าน ซึ่งภูวเนศวร์เป็นคนถวาย เขาบอกว่า ณ ตอนนั้นมีความรู้สึกตื่นเต้นมาก พอพระองค์เสด็จฯมาถึงข้างหน้า และทรงรับหัวผีตาโขนไป รู้สึกดีใจมากที่พระองค์ท่านทรงชมว่าหัวผีตาโขนสวยงามมาก ขณะเดียวกันก็ไม่กล้ามองพระพักตร์พระองค์ท่าน และพระองค์ท่านตรัสถามว่า ผ้าไหมที่อยู่บนพานคืออะไร ได้ตอบพระองค์ไปว่าเป็นชุดประกอบการแสดงผีตาโขนของชาวอำเภอด่านซ้าย แล้วพระองค์ก็เสด็จฯกลับ
“โดยส่วนตัวของผม ดีใจมากที่พระองค์ท่านเล็งเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอำเภอด่านซ้าย ผมเองก็เป็นชาวอำเภอด่านซ้าย รู้สึกดีใจมากที่พระองค์ท่านเห็นความตั้งอกตั้งใจการทำวิจัยในครั้งนั้น ดีใจที่พระองค์ท่านเสด็จฯมาและชมว่าผีตาโขนสวยงาม เราได้นำคำชมของพระองค์ท่านไปเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการพัฒนาผีตาโขนให้ลูกหลานได้ชมกัน”
อีกสองท่านที่มีโอกาสได้ถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อย่าง พัชนี พืชมงคล ข้าราชการบำนาญในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา และ ชะอุ่ม ดุจชาตบุษย์ เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน สังกัดสำนักงานเกษตร อ.สิงหนคร จ.สงขลา เล่าความรู้สึกที่ได้ถวายงานในวันที่ 1 ตุลาคม 2531 พร้อมน้ำตาคลอด้วยความปลื้มปีติและภาคภูมิใจ
พัชนีเล่าว่า ตอนนั้นเป็นผู้รับผิดชอบโครงการพระราชดำริ โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจชายแดน อ.สะบ้าย้อย ซึ่งจะต้องดูแลเรื่องผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมเกษตร เอาโครงการมาแปรรูปจากผลผลิตที่ได้ ซึ่งโครงการนี้ทำขึ้นเพื่อเด็กที่ขาดสารอาหาร เนื่องจากพระองค์ท่านเสด็จฯพร้อมสมเด็จย่าไปที่โรงเรียนแล้วเจอเด็กขาดสารอาหารเยอะมาก พระองค์ท่านเลยหาวิธีการที่จะให้เด็กขาดสารอาหารน้อยที่สุดจนหมดไป เพราะฉะนั้นจึงเกิดโครงการพระราชดำริขึ้น ซึ่งโครงการนี้ทำให้ภาวะขาดสารอาหารในเด็กหมดไป
“พระองค์ท่านเสด็จฯมาถึง ก็ตรัสถามก่อนเลยว่าจะให้ทำอะไร เราก็ตอบผัดผักรวม และถวายผ้ากันเปื้อนให้พระองค์ท่าน พระองค์ท่านถามว่าอะไร พระองค์ท่านพูดเป็นกันเองมาก เราก็ตอบไปว่าผ้ากันเปื้อนเพคะ พระองค์ท่านก็บอกว่าให้พูดธรรมดา เพราะเราพูดเพคะมันตะกุกตะกักแล้วไม่เหมือนพูดปกติ เราก็ส่งผ้ากันเปื้อนให้ พระองค์ท่านก็ทรงสวมแล้วให้เราผูกเชือกให้ ประทับใจมากเพราะได้สัมผัสพระองค์ท่าน พูดตอนนี้แล้วยังสั่นๆ อยู่เลย แล้วพระองค์ท่านก็ตรัสถามว่า เริ่มอะไรก่อน เราก็ส่งน้ำมันพืชให้ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ได้สัมผัสพระหัตถ์ท่าน ท่านก็รับไป ตรัสถามต่อว่าให้ใส่มากแค่ไหน เราก็ตอบไปว่าแล้วแต่พระองค์ท่านเลย พระองค์ตรัสกับเราตลอดเวลา แล้วเราก็ส่งกระเทียมให้ พระองค์ท่านก็ทำไปตามลำดับขั้นตอน”

ด้านชะอุ่มเล่าว่า วันนั้นทำหน้าที่ควบคุมเตาแก๊ส คอยเปิดแก๊สให้พระองค์ท่าน ในระหว่างเปิดแก๊สมีความกังวลใจมาก กลัวตัวเอง
จะทำหน้าที่บกพร่อง ถ้าแก๊สไม่ติดและมีปัญหาจะทำอย่างไร ต้องควบคุมสติตัวเองและตื่นเต้นมากๆ ยังต้องทำให้ได้ พอเปิดแล้วแก๊สติดเลย พระองค์ท่านทรงทำอาหารจนเสร็จก็ตรัสถามว่า ฟักทองจะสุกไหม เราก็ตอบไปว่าสุกเพคะ พระองค์ท่านก็พูดว่าพูดธรรมดาก็ได้
“ในการเสด็จฯของพระองค์ท่านแต่ละครั้ง ในฐานะที่ดิฉันยังทำหน้าที่ข้าราชการอยู่ เห็นว่าพระองค์ท่านทรงเหนื่อยมากๆ เพราะพระองค์ท่านไม่ได้พักผ่อนเลยในแต่ละวัน ตัวดิฉันเองได้นำเอาแนวทางที่พระองค์ท่านทำมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต เพราะต้องทำหน้าที่ออกพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนกลุ่มต่างๆ ที่ตัวเองรับผิดชอบ วันไหนที่ว่าทำงานเหนื่อยก็เอาภาพของพระองค์ท่านมาแนบอก วันนั้นก็หายเหนื่อย”
เนื่องจากพระราชกรณียกิจอันหลากหลาย เสด็จฯไปปลูกป่าชายเลนตามโครงการขยายพื้นที่ใหม่ ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2542 ครั้งนั้น เดชา จือเหลียง ทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้เข้าเฝ้าฯและถวายงาน
เดชาเล่าว่า ตอนนั้นทำหน้าที่เป็นคนถีบกระดานเลนตอนพระองค์ท่านปลูกป่าชายเลน พระองค์ท่านเสด็จฯปลูกอยู่ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2540, 2541, 2542, 2545 และปี 2547 ผมถีบไปตามแนวที่จะปลูกป่า พระองค์ท่านตรัสกับคนที่ถวายงานตลอดเวลา แต่ไม่ได้ตรัสกับผมเนื่องจากผมกลัว ตอนถีบกระดานเลนต้องคอยระวัง เพราะพระองค์ท่านประทับนั่งบนกระดานเลน มันพลิกได้ ผมประทับใจมากที่ครั้งหนึ่งเคยถวายงานให้พระองค์ท่าน
“คนมีอีกมากมาย แต่เราได้เป็นหนึ่งคนที่ได้ถวายงานให้กับพระองค์ท่าน ตั้ง 5 ปีที่เราได้ทำหน้าที่ถวายงาน” เดชากล่าวอย่างตื้นตัน
บุคคลในภาพคนสุดท้ายบอกกล่าวความรู้สึกในขณะนั้น กริช ชัยยะ อดีตพนักงานองค์การสวนสัตว์ สวนสัตว์ดุสิต มีโอกาสถวายงานเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2529 ขณะที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์เยี่ยมชมสวนสัตว์ดุสิต
กริชเล่าความทรงจำสุดประทับใจในอดีตว่า วันนั้นเป็นตอนที่พระองค์ท่านเสด็จฯมาที่สวนสัตว์ พระองค์ทรงอุ้มลูกลิงอุรังอุตังมาด้วย พอดีทางผู้บังคับบัญชาให้เอาลูกเสือมาเพื่อให้พระองค์ทอดพระเนตร ผมเลยวิ่งไปอุ้มลูกเสือมาให้พระองค์ท่านทอดพระเนตร พระองค์ท่านก็ได้เอามือลูบคางเสือเล่น ประมาณ 5 นาทีได้ แต่ก็ไม่ได้ตรัสอะไร
“รู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่เคยได้ถวายงานแบบนี้มาก่อนในชีวิต พยายามบังคับตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นมาก จากวันนั้นที่ได้ถวายงานก็ผ่านมา 30 ปีแล้ว ยังรู้สึกประทับใจไม่หาย และในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระองค์ท่าน ขอให้พระองค์ท่านทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” กริชกล่าวทิ้งท้าย
แม้จะเป็นเพียงความประทับใจของคนที่ได้เข้าเฝ้าฯและถวายงานรับใช้เพียงไม่กี่คน แต่เชื่อว่าเมื่อใครได้อ่านเรื่องราวความประทับใจและความภาคภูมิใจของพวกเขา จะสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกตื้นตันใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท

