การพบปะกันของสองผู้นำเกาหลีเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา กลายเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่คนทั่วโลกจับตามอง เป็นสัญญาณที่ให้ความหวังว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจเดินสู่สันติภาพได้
หนึ่งในเทรนด์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ คือความนิยมใน “บะหมี่เย็นเปียงยาง” หรือ พยองยาง แนงมยอน เมื่อ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ นำมาเลี้ยงรับรอง มุน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หลังการหารือ
ส่งผลให้ร้านบะหมี่ในเกาหลีใต้ที่เสิร์ฟเมนูนี้มีคนมาต่อคิวรอยาวเหยียด เพื่อกินบะหมี่เย็นฉลองการหารือของสองชาติเกาหลี
มหาวิทยาลัยรังสิต ใช้โอกาสนี้ให้นักศึกษาหลักสูตรศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร หรือ Chef School ได้ “เรียนรู้โลกผ่านอาหาร” เปิดครัวสาธิตเมนูดังโดยเชฟกระทะเหล็ก พร้อมบรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อ

กว่าจะมาถึงการเจรจานัดประวัติศาสตร์
สมปอง สงวนบรรพ์ คณบดีสถาบันการทูตและการต่างประเทศ ม.รังสิต เล่าคร่าวๆ ว่า ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีเริ่มจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ เมื่อสงครามสิ้นสุด สหภาพโซเวียตประสงค์มีอำนาจเหนือคาบสมุทรเกาหลีที่มีชายแดนติดกัน สหรัฐอเมริกาไม่ยอม จึงตกลงแบ่งเกาหลีออกเป็น 2 ส่วน ในปี 1948 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสงครามเย็น
“ปี 1950 เกาหลีเหนือฝ่ายคอมมิวนิสต์ยกทหารไปบุกเกาหลีใต้โดยมีโซเวียตและจีนสนับสนุน เพื่อให้คอมมิวนิสต์ปกครองเกาหลีทั้งประเทศ สหรัฐจึงชักชวนพันธมิตรมาปกป้องเกาหลีใต้ โดยชวนไทยเข้าร่วมด้วย สงครามดำเนินมา 3 ปี จนเห็นพ้องกันว่าต้องหยุดยิง เพราะสูญเสียกันมาก ส่วนมหาอำนาจต่อสู้กันจนสงครามเย็นยุติในปี 1991 สหภาพโซเวียตล่มสลาย แม้ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือและใต้มีการติดต่อทางการทูตกันบ้าง รวมถึงความคิดที่จะรวมประเทศ แต่ก็ยากลำบากมาก” สมปองกล่าว

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม เล่าต่อถึงเหตุการณ์ปัจจุบันว่า การเจรจาของเกาหลีครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ และสำคัญมากจนอาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศเกาหลี
โดยประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อรับตำแหน่ง จะได้รับแผนเรื่องเกาหลีเหนือจากสภาความมั่นคงสหรัฐ 3 ทางเลือก 1.ยิงเกาหลีเหนือด้วยนิวเคลียร์ 2.ยอมให้เกาหลีเหนือพัฒนานิวเคลียร์ต่อ 3.บีบให้เกาหลีเหนือเจรจา
โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกทางที่ 3 เช่นเดียวกับบารัค โอบามา แต่ใช้วิธีการที่แตกต่างไป
“ทรัมป์เป็นนักเลงและนักเจรจาต่อรอง บีบให้เกาหลีเหนือเจรจาในสถานะที่อ่อนปวกเปียกเป็นครั้งแรก เพราะ 1.บีบบังคับประเทศคู่ค้าเกาหลีเหนือทุกประเทศห้ามทำธุรกิจการค้า ทั้งจีน รัสเซีย และไทยที่เป็นคู่ค้าอันดับ 5 กระทบเศรษฐกิจเกาหลีเหนือรุนแรง 2.บีบให้ส่งแรงงานเกาหลีเหนือที่ส่วนใหญ่อยู่ในจีน-โปแลนด์กลับประเทศ 3.บีบรัฐบาลทุกประเทศให้ปิดบริษัทเกาหลีเหนือที่ไปทำธุรกิจแล้วส่งเงินกลับ 4.ตัดการส่งออกถ่านหินจากเกาหลีเหนือที่เคยเป็นสินค้าสำคัญจนแทบไม่เหลือ 5.ตัดการส่งออกอาวุธที่เกาหลีเหนือขายให้ลาตินอเมริกาเป็นรายได้สำคัญ
“รายได้เกาหลีเหนือหายไป 95 เปอร์เซ็นต์ เงินทุนสำรองแทบไม่เหลือ ประเทศเกือบล้มละลาย การบีบครั้งนี้รุนแรงสุดที่เกาหลีเหนือเคยเจอมา ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา สัญญาณเตือนภัยนิวเคลียร์ทั้งที่ญี่ปุ่นและฮาวาย เตือนว่าทรัมป์พร้อมใช้ระเบิดนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ เตือนสติว่าถ้ายังไม่ยอมเจรจา นอกจากชีวิตตัวเองแล้วระบอบการปกครองเกาหลีเหนืออาจถูกกวาดล้าง”
ที่สุดการเจรจาจึงเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เกาหลีเหนือยากลำบากมาก
“ท้ายที่สุด เกาหลีเหนือจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากในการต่อรอง ส่วนการพบปะและกินบะหมี่เย็น ซึ่งคนจีนเชื่อว่าบะหมี่เป็นอาหารมงคล กินแล้วจะอายุยืนยาว ความเชื่อนี้แพร่หลายไปเกาหลีและญี่ปุ่นจึงมีการกินบะหมี่ในงานสำคัญ
“ส่วนที่เป็นบะหมี่เย็นเพราะว่าคนกินอาจจะใจร้อน กินของเย็นแล้วอาจใจเย็นลงได้” รศ.ดร.สังศิตกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

อาหารที่ทำให้รำลึกถึงบ้าน
“พยองยาง แนงมยอน เป็นอาหารที่ช่วงนี้เป็นที่นิยมในเกาหลีใต้ แต่มีต้นกำเนิดในเปียงยาง ซึ่งคนนิยมกินช่วงฤดูร้อน เพราะกินแล้วเย็นชุ่มฉ่ำ”
เป็นคำอธิบายของเชฟกระทะเหล็กผู้เชี่ยวชาญอาหารตะวันออก สราวุธ เนียรวิฑูรย์ หรือเชฟแมน อาจารย์สาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ม.รังสิต
เชฟแมนเล่าต่อว่า หลังสงครามเกาหลี เมื่อคนเกาหลีเหนืออพยพมาเกาหลีใต้ การได้ลิ้มรสเมนูนี้อีกครั้งจึงเป็นอาหารที่ทำให้ รำลึกถึงบ้านเกิด
จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกเมนูนี้มาเชื่อมสัมพันธ์เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้
ไม่รอช้า เตรียมวัตถุดิบเครื่องปรุงให้พร้อม
บะหมี่เย็นที่คนไทยคุ้นเคยจะเป็นของญี่ปุ่น ที่ใช้เส้นโซบะจากแป้งบักวีตและน้ำซุปที่เคี่ยวจากปลา ส่วนของเกาหลีมีความต่างที่เส้นแนงมยอนทำมาจากแป้งบักวีตผสมแป้งมันฝรั่งที่ช่วยเพิ่มความเหนียวนุ่ม หนึบกว่าเส้นโซบะ ซึ่งสามารถหาซื้อเส้นสำเร็จรูปได้
ข้อแตกต่างอีกอย่างคือ น้ำซุปของเกาหลีจะเคี่ยวจากเนื้อวัว ให้กลิ่นรสต่างจากซุปญี่ปุ่น ส่วนเครื่องปรุงน้ำซุปจะคล้ายกัน รสชาติมีความหวานเค็มกลมกล่อม
เริ่มที่การเตรียมน้ำสต๊อก โดยนำเนื้อแดงใส่ลงหม้อ ตามด้วย สาหร่ายคอมบุ ขิง หัวหอม ต้นกระเทียม หัวกระเทียม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและน้ำตาล ตั้งไฟแรงให้เดือดแล้วเคี่ยวไฟอ่อน 4-6 ชั่วโมง สามารถเตรียมน้ำสต๊อกข้ามคืนโดยแช่ตู้เย็น แล้วนำมากรอง
เส้นแนงมยอน ต้ม 3 นาที แล้วต้องหยุดความร้อนทันทีโดยใช้น้ำแข็ง
เครื่องเคียงบะหมี่เย็นต้องทานคู่อะไรเย็นๆ มีหัวไชเท้าดอง แตงกวา และรสหวานจากผลไม้คือแพร์หรือสาลี่
ก่อนเสิร์ฟเพิ่มเนื้อสไลด์ลวกและไข่ต้มเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ทานทันทีจะได้ความเย็นจากทั้งเส้น น้ำซุป และเครื่องเคียงประกอบกัน ช่วยลดอุณหภูมิสำหรับการทานในหน้าร้อน




‘การกิน’ สะเทือน เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว
ได้ชิมฝีมือเชฟกระทะเหล็กแล้ว ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ต้องยกนิ้วให้
ดร.อาทิตย์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่เกาหลีล่าสุด เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เมื่อเกาหลีเหนือและใต้จะมีโอกาสรวมประเทศ คนภายนอกจะมองว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศยากจน แต่ตนสังเกตว่ามีความเจริญคือ 1.อุตสาหกรรมหนัก โดยเฉพาะเรื่องเหล็ก สามารถผลิตอาวุธ ขุดเจาะภูเขาอุโมงค์ได้ยิ่งใหญ่มาก 2.การศึกษาเข้มแข็ง ให้การศึกษากับเด็กมาก มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมีวินัยมาก เมื่อเกาหลีเหนือรวมกับเกาหลีใต้ ซึ่งก้าวหน้าเรื่องเศรษฐกิจและเทคโนโลยี คิดดูว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน
“การเรียนเรื่องท่องเที่ยวและบริการนั้นเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่สร้างผลกระทบทั้งหมด อย่าคิดว่ามีแต่เรื่องอาหาร เพราะเรื่องอาหารก็มีประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสันติสุขของโลกได้
“อาหารที่มีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เห็นได้จากประเทศฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ของประเทศไทยเองก็มีเยอะ แต่ไม่ไปไหน”
ดร.อาทิตย์มองว่า อาหารไทยมีชื่อหลายอย่าง ทั้งต้มยำกุ้ง มัสมั่น ส้มตำ แต่ไม่รู้ว่ารสนิยมต่างชาติชอบอะไร ซึ่งหัวใจที่จะสร้างเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคงได้ ต้องทำให้มีคุณค่า โดยไม่จำเป็นต้องเน้นปริมาณ ไทยสามารถพัฒนาต่อยอดได้ทั้งด้านการเกษตรและอาหาร ที่ไม่ใช่แค่การขายในรูปแบบวัตถุดิบอย่างเดียว
อธิการบดี ม.รังสิต เผยว่าเหตุที่มีการลงทุนสร้างห้องปฏิบัติการครัวที่เชฟสคูลให้มีอุปกรณ์ครบถ้วนทันสมัย เพราะมองว่าเป็นเรื่องสำคัญ จากที่ประเทศไทยประกาศว่าจะเป็นศูนย์กลางครัวโลก
“ผมเห็นว่าเชฟสคูลสำคัญ เราเริ่มมานานเป็นสิบปี และสร้างอาคารใหม่ได้ 2 ปี มีห้องถ่ายรายการอาหารออกอากาศ ใช้สอน ชม และแข่งขัน เพราะรายการอาหารของประเทศอื่นก็ต้องมีอุปกรณ์ครบครันแบบนี้ คนอื่นมองว่าครัวเป็นเรื่องสกปรกไม่น่าเข้า แต่ของเราต้องอวดได้ทั้งครัวและห้องน้ำ เครื่องมือก็ต้องลงทุนสูง เราต้องการให้เป็นเชฟสคูลที่ดีที่สุด” ดร.อาทิตย์กล่าว
เป็นอีกแรงที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงแก่วงการอาหาร ด้วยการผลิตบุคลากรที่เข้าใจความสำคัญของ “การกิน”
กินอย่างรู้วัฒนธรรม เข้าใจโลก เข้าใจสังคม
เปิดครัว ‘Rangsit Chef School’ สร้างเชฟไทยสู่ครัวโลก
ได้เห็นครัวของ ม.รังสิต ที่ Chef School แล้วตื่นตาแทนคนชอบทำอาหาร
ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ อธิการวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ ม.รังสิต พาเดินชมห้องปฏิบัติการครัว 6 ห้อง ที่ให้ผู้เรียนปฏิบัติพร้อมกันกว่า 200 คน เป็น ครัวไทย 2 ห้อง ครัวยุโรป ทั้ง Bakery และ Pastry ร้อน และเย็น อีก 4 ห้อง มีตู้อบขนมปังและขนมกรอบที่ใหญ่และทันสมัย ห้องเก็บวัตถุดิบขนาดใหญ่ 5 ห้อง แช่อาหารสด หมู ไก่ เนื้อ ได้ทั้งตัว มีห้องบรรยายอเนกประสงค์ในรูปแบบ Auditorium เพื่อการสาธิต ทำรายการและบันทึกเพื่อออกอากาศ
ม.รังสิตเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแรกเริ่มที่สนใจการท่องเที่ยวมาหลายสิบปี ด้วยการเปิดสาขาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ต่อมาจึงเปิดสอนด้านโรงแรมและภัตตาคาร ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้สร้าง ภัตตาคาร The Atrium จัดซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวทันสมัยให้นักศึกษาได้ฝึกทำอาหารจริง ฝึกให้บริการลูกค้าได้รู้สึกเหมือนเข้ามานั่งรับประทานในภัตตาคารชื่อดังของฝรั่งเศส
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ม.รังสิตได้ทุ่มทุนสร้างอาคารใหม่ หวังสร้างเชฟสคูลให้เป็นแหล่งผลิตคนทำงานด้านภัตตาคาร โรงแรม และท่องเที่ยว ทุกตำแหน่งงาน ในกลุ่มประเทศอาเซียนกับนโยบายการค้าเสรี
เชฟสคูลมีห้องจัดเลี้ยง “Atrium II” ห้องอาหารสไตล์ยุโรปที่นักศึกษาได้ฝึกการเสิร์ฟ การให้บริการในภัตตาคารจริง และผู้ใช้บริการสามารถเห็นเชฟประกอบอาหารหลากหลายเมนูในห้องครัวขณะรับประทานอาหารได้
Rangsit Chef School มีความร่วมมือกับสถานประกอบการและสถานศึกษาชั้นนำทั่วโลก โดยผู้เรียนต้องฝึกปฏิบัติงานในภัตตาคารหรือโรงแรมทั้งในและต่างประเทศเป็นเวลา 6-8 เดือน เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และสิงคโปร์ โดยมีการอบรมภาษา อำนวยความสะดวกในการเดินทาง หาที่พัก และผู้ช่วยดูแลให้
ผู้สนใจสมัครเรียนได้ที่วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต




