เปิด”โลกในช่องปาก” ลูกไม้ไกลต้น”อชิรวุธ สุพรรณเภสัช” “ประวัติศาสตร์ทำให้รู้จักรากเหง้าของวิชาชีพนั้นได้ดี”

โลกในช่องปากมีอะไรที่มากมายกว่าแค่ฟันผุ แมงกินฟัน หรือสีสันของยางจัดฟัน

มีโอกาสไปเยือนถึงถิ่นเมืองดอกคูนเสียงแคนทั้งทีตามคำเชิญของแม่เมือง สิริพร จังตระกูล ไม่พลาดแวะไปพูดคุยกับหมอปอม-ผศ.ดร.ทพ.อชิรวุธ สุพรรณเภสัช ไปชม “พิพิธภัณฑ์ช่องปาก” ความมุ่งมั่นของคุณหมอที่จะให้เป็นแหล่งความรู้ทั้งมวลเกี่ยวกับทันตกรรม ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

“ขอนแก่นมีคณะทันตแพทย์แห่งแรกในภาคอีสาน อีกอย่างคือ ภาควิชาศัลยศาสตร์ของที่นี่ผลิตมหาบัณฑิต และบัณฑิตหลังปริญญา จำนวนมากต่อปี และส่งต่อผู้ชำนาญด้านการผ่าตัดเหล่านี้ เรียกว่า “ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดในช่องปาก ใบหน้าและขากรรไกร” ไปอยู่ตามที่ต่างๆ

ในเมื่อเราเป็นคณะทันตแพทย์แห่งแรกของอีสาน เราน่าจะมีพิพิธภัณฑ์ของเราเองในการที่จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านทันตกรรมเพื่อสุขภาพ” หมอปอมหรือหมออชิ บอกความตั้งใจของการจัดทำ “พิพิธภัณฑ์ช่องปาก” ที่ปัจจุบันจัดแสดงชั่วคราวที่โถงชั้นล่างของโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มข.

ผศ.ดร.ทพ.อชิรวุธ เป็นลูกชายคนโตของคุณพ่อ-พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กับคุณแม่-กัลยา สุพรรณเภสัช มีน้องชาย 1 คน-พ.ต.ท.อชิระวรรธน์ สุพรรณเภสัช

เกิดที่อำเภอสามพราน นครปฐม เมื่อครั้งที่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ยังสอนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน กระนั้นเป็นศิษย์เก่าโรงเรียน “ก๊วยฮั้ว” (สุพิทยานุกูล) ได้เพียงประถม 4 เมื่อคุณพ่อย้ายไปเป็นผู้กำกับที่อำเภอมุกดาหาร แม้อยู่ในระหว่างเตรียมตัวเป็นจังหวัดใหม่ แต่เรื่องการศึกษาก็นับว่ายังไม่เป็นที่พึงใจของผู้เป็นพ่อ

“ขอนแก่น” ซึ่งถือเป็นตักสิลาแห่งหนึ่งของอีสาน และอยู่ตรงกลางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม จึงถูกเลือกเพื่อให้ลูกๆ ทั้งสองสามารถปักหลักเล่าเรียนกระทั่งจบระดับอุดมศึกษาได้โดยไม่ต้องย้ายไปไหน ภายใต้การดูแลของคุณแม่กัลยา

จากโรงเรียนประชาบาล ชื่อโรงเรียนสนามบิน จนจบ ป. 6 อชิรวุธสอบเข้าโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วเอ็นทรานซ์เข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ มข.

“ช่วงที่อยู่ปี 1 ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับที่นี่ จึงเอ็นทรานซ์ใหม่เข้านิเทศศาสตร์ จุฬาฯ แต่คุณพ่อไม่ชอบ จึงจ้างให้เรียนทันตแพทย์ต่อ เพราะพ่อเกรงว่าลูกถูกเลี้ยงมาแบบประคบประหงมจะหางานยาก เลยอยากให้เรียนที่มีวิชาชีพที่รู้เลยว่าเรียนจบแล้วจะไปเป็นอะไร”

หลังสำเร็จการศึกษาเป็นอาจารย์ที่ มข.ได้ 2 ปี ไปศึกษาต่อที่ ม.มหิดล ภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก ได้ 1 ปี ก็ได้ทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ด้านทันตพยาธิวิทยา ก่อนจะได้ทุนไปศึกษาต่อปริญญาเอก ด้านมะเร็งช่องปาก ที่มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบันในวัย 43 ปี ผศ.ดร.ทพ.อชิรวุธ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยาช่องปาก นอกจากเป็นอาจารย์ภาควิชาวินิจฉัยโรคช่องปาก ยังเป็นรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนสัมพันธ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มข.

ไปรู้จักกับอาจารย์หมออชิรวุธ สุพรรณเภสัช…

คุณพ่อจ้างให้เรียนทันตแพทย์ อยากให้เป็นหมอฟัน?

จริงๆ คุณพ่ออยากให้เป็นตำรวจ แต่ผมไม่ชอบเป็นตำรวจ ผมเห็นชีวิตพ่อแล้วผมไม่แฮปปี้กับการเป็นตำรวจ เพราะผมคิดว่ามันต้องย้ายไปย้ายมา แล้วอาชีพตำรวจมี Hierarchy มีการสั่งแบบท็อปดาวน์ ต้องฟังคำสั่งเจ้านาย ซึ่งจริงๆ ผมว่ามันไม่ใช่อาชีพที่อิสระมากนัก แล้วก็ผมเป็นคนไม่ค่อยทน หมายความว่าถ้าต้องรับคำสั่งกับคนที่ไม่ค่อยมีเหตุผล ผมมักจะทนไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นผมเลือกอยู่ในวิชาชีพที่ผมสามารถมีอำนาจต่อรอง หรืออำนาจการตัดสินใจได้ด้วยตนเองเลยเลือกเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยหลังจากเรียนจบแล้ว

คนไทยเป็นมะเร็งช่องปากกันมาก?

ครับ ข้อมูลล่าสุดคือ มากเป็นอันดับ 6 เทียบกับมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย โดยผู้ชายเป็นมากกว่า แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้หญิงเป็นมากกว่า และในช่วง 10-12 ปีที่ผ่านมา คนไข้ที่เป็นมะเร็งช่องปากก้าวกระโดดจาก 4% เป็น 8% ตอนนี้เป็น 10 นิดๆ ฉะนั้นแปลว่าคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดชิ้นเนื้อจากการเป็นแผลเรื้อรังนาน 2-3 เดือน มาตรวจ 100 เคส จะมีอยู่ 10 กว่าเคสที่เป็นมะเร็ง และต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

มีอะไรเป็นปัจจัย?

เมื่อก่อนผมเชื่อว่ามีหลายปัจจัย ในตำราจะสอนกว่าคนสูบบุหรี่จะเป็นมากกว่า คนดื่มเหล้าจะเป็นมะเร็งมากกว่า คนสูบบุหรี่+ดื่มเหล้าจะเป็นมะเร็งมากกว่าคนปกติ หรือคนที่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่อย่างเดียว คนที่ติดเชื้อ Human papilloma virus (เอชพีวี) ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งช่องปาก แล้วก็มีเกี่ยวกับพันธุกรรม แต่ทุกอย่างไม่มีอะไรที่เสมอไป แม้กระทั่งการใส่เครื่องมือจัดฟัน “บางครั้งบางคน” ถ้าขูดหรือเสียดสีอยู่นานก็มีโอกาสเป็นมะเร็งได้

ถามผมโดยรวมว่าอะไรคือสาเหตุของการเกิดมะเร็ง ผมตอบไม่ได้ ผมคิดว่ามันเกี่ยวกับ “กรรม” ซึ่งผมมองว่าไม่ใช่กรรม ณ ขณะนี้ด้วย บางอย่างมันเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ฟังแล้วก็ตลกดี ผมเชื่อในวิทยาศาสตร์ แต่ผมก็ยังเชื่อเรื่องกรรมด้วย เพราะบางคนสูบบุหรี่จัดดื่มเหล้าจัด ไม่เป็น ในขณะที่บางคนไม่สูบ ดูแลสุขภาพดี กินคลีน ดูแลสุขภาพช่องปากดีด้วย อยู่มาวันหนึ่งก็เป็นมะเร็ง

มข.เป็นอันดับ 1 ของภาคอีสานด้านโรคในช่องปาก?

จริงๆ คณะทันตแพทย์ทุกแห่งในประเทศไทย น่าจะมี 13 แห่งถ้าจำไม่ผิด เป็นรัฐบาล 11 แห่ง และเอกชน 2 แห่ง ทุกที่ก็พยายามทำหน้าที่ในฐานะเป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนวิชาความรู้เรื่องในช่องปาก แต่เราน่าจะชำนาญกว่าสาขาอื่น เพราะเป็นคณะทันตแพทย์แห่งแรกในภาคอีสาน อีกอย่างคือ ภาควิชาศัลยศาสตร์ของที่นี่ผลิตมหาบัณฑิต และบัณฑิตหลังปริญญาจำนวนมากต่อปี และส่งต่อผู้ชำนาญด้านการผ่าตัดเหล่านี้ เรียกว่า “ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดในช่องปาก ใบหน้าและขากรรไกร” ไปอยู่ตามที่ต่างๆ ดังนั้น การตรวจรักษาและการส่งต่อผู้ป่วยก็จะมาจากศิษย์เก่าของเรา

รวมทั้งเกี่ยวกับการทำฟัน?

จริงๆ ก็เกี่ยวครับ แต่ว่าการทำฟันในเวลานี้มันเป็นโลกของสเปเชียลิสต์ ทุกคนจะมีความถนัดบางอย่างที่มากกว่าอย่างอื่น อย่างผมถ้าให้ไปขูดหินปูนไปอุดฟันถอนฟันอาจจะทำได้ แต่ทำได้ไม่เร็วเหมือนคนที่ชำนาญกว่า แต่ผมจะชำนาญด้านการดูชิ้นเนื้อว่าเป็นมะเร็งมั้ย เป็นโรคต่างๆ มั้ย แล้วส่งต่อไปหมอศัลย์ หลังจากนั้นก็ต้องมาดูว่าผ่าตัดหมดมั้ย ดังนั้น ในงานที่ผมทำก็จะใกล้ชิดกับหมอศัลย์ วิชาที่ผมสอน “พยาธิวิทยาในช่องปาก” ก็มีประโยชน์กับหมอศัลย์ เป็นการอยู่กันอย่างเกื้อกูล

ตอนนี้เรามีความพยายามในการพัฒนาให้ มข.คือ คณะทันตแพทย์ เป็น “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็งช่องปาก” หาทุนมาพัฒนาไม่ว่าจะเพื่อการตรวจ วินิจฉัย รักษาและฟื้นฟูสภาพ เรามี “คลินิกเวชศาสตร์ช่องปาก” รักษาโรคในช่องปากทั่วไปที่ไม่ใช่มะเร็ง พยายามผลักดันให้มีกองทุนมะเร็งช่องปากเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยและขาดแคลนโอกาสที่จะเข้ามารับการรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าวินิจฉัยซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์บางอย่างที่มีราคาแพงและมีค่าใช้จ่าย เราก็จะเอากองทุนนี้เข้ามาสนับสนุน การรักษาพยาบาล การผ่าตัดบางครั้งต้องมีการใช้ยาร่วมด้วย ซึ่งในแง่ของสาธารณสุขจะให้ประมาณ 1,000 บาทต่อ 3 เดือน สำหรับยาที่ไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลัก ดังนั้น ส่วนเกินคนไข้ต้องจ่าย ซึ่งตรงนี้เราจะใช้เงินจากกองทุนเข้ามาสนับสนุน

เล่นละครเวทีด้วย?

จริงๆ การเล่นละครเวทีไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเรียนนิเทศศาสตร์เลยนะครับ คนที่มาทาบทามไปเล่นละครเป็นอาจารย์อีกสาขาหนึ่งที่เห็นว่าเราน่าจะเล่นได้เลยชวนไปเล่น ก็เล่นละครของคณะบ้าง ของมหาวิทยาลัยบ้าง โชคดีที่ได้เล่นละครที่เป็นบทประพันธ์ของคนที่มีชื่อเสียง เช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องราโชมอน ซูสีไทเฮา ซึ่งได้ทุนสนับสนุนจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ดังนั้น สเกลงานก็จะค่อนข้างใหญ่ และท่านให้เกียรติมาดูการแสดงด้วยตนเอง

หลังจากนั้นแล้ว ผมมีโอกาสเล่นละครของคณะแล้วรุ่นพี่คนหนึ่งเอาบทละครไปประกวดรางวัลสดใส อวอร์ด ของ รศ.สดใส พันธุมโกมล เผอิญว่าบทละครนี้ชนะเลิศ ผู้กำกับละครและคนเขียนบทคือ คุณสุวรรณดี จักราวรวุธ กับคุณดารกา วงศ์ศิริ ก็ให้โอกาสผมไปเล่นละครเวที 2 เรื่อง นางพญางูขาว เล่นกับคุณสิริยากร พุกกะเวส แล้วผมก็ไปออสเตรเลีย พอกลับมาก็มีอีกเรื่อง “คู่กรรม” ก็ดีครับได้ทำงานกับคนเก่งๆ หลายคน อย่าง คุณธีรนัย ณ หนองคาย ซึ่งก็เป็นเพื่อนกันมา ฉะนั้น เรื่องของการเล่นละครเวทีเป็นความชอบส่วนบุคคล และโอกาสได้รับการยื่นให้ทั้งจากที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นเองกับจากทางกรุงเทพฯ

ยังเล่นอยู่?

ก็ยังเล่นอยู่บ้างถ้ามีโอกาส แต่ช่วงหลังๆ มาเล่นกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งเปิดสาขาดนตรีและการละคร เรียกว่ามุสป้า (MUSPA) แต่ก็ไปเล่นที่กรุงเทพฯบ้าง ล่าสุดไปเล่นกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นเทศกาลละครกรุงเทพ ชื่อ “มันจะพังๆ หน่อย” เป็นละครเสียดสีสังคมระดับหนึ่ง ก็สนุกดีครับ เล่นเป็นบทเล็กๆ เล่นๆ เท่าที่พอมีเวลา

ไม่เล่นละครเต็มตัว?

โอย ไม่ล่ะครับ อันนี้เป็นงานอดิเรก งานที่ผมทำตอนนี้ผมทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยาช่องปาก คือทำหน้าที่วินิจฉัยโรคที่เกิดในช่องปาก รวมทั้งมะเร็งด้วย และเป็นรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนสัมพันธ์ด้วย ฉะนั้นก็จะมี 2 หัวโขน คือเป็นอาจารย์ด้วย และเป็นผู้บริหารด้วย ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับสวัสดิภาพ สวัสดิการ ทุนนักศึกษา การคัดเลือกรางวัลต่างๆ ของนักศึกษา และกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในคณะ การเผยแพร่ชื่อเสียงของคณะ รวมถึงประชาสัมพันธ์ การสื่อสารองค์กร ทุกอย่างรวมอยู่ในตำแหน่งนี้หมดเลย คิดโลโก้ ทำเว็บไซต์ ทำวิดีโอแนะนำคณะ ทำของที่ระลึก เพราะฉะนั้นงานเยอะมากครับ คิดว่าคงจะไม่มีเวลา

บุคลากรด้านทันตกรรมยังขาดอยู่มั้ย?

ขาดครับ ปัจจุบันจำนวนหมอฟันในประเทศไทยถือว่ายังขาดแคลนเป็นอันดับต้นๆ ของบุคลากรสาธารณสุข โดยเฉพาะในภาคอีสานคือ 1 ต่อ 19,000 หมายความว่าหมอฟัน 1 คน รับผิดชอบประชาชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคฟันเกือบ 20,000 คน

ทำไมถึงดูขาดแคลน เพราะมันมีปัญหาเรื่องการกระจายตัว ต้องยอมรับว่าระบบสาธารณสุขเมืองไทยมีช่องโหว่จำนวนมากที่ทำให้คนที่อยู่แล้วรู้สึกเบื่อหน่าย เหมือนกับเงินเดือน เดือนแรกไม่ได้ ต้องรอ 9 เดือนถึงจะตกเบิก เลยกลายเป็นว่าไปพึ่งพารายได้ของโรงพยาบาล พึ่งพาแพทย์ที่เป็น ผอ.โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงศักยภาพของโรงพยาบาลในการหาสตังค์ มีการจัดการทางการเงินดีมั้ย ถ้าจัดการไม่ค่อยดีคนที่ไปอยู่ใหม่อาจจะต้องกัดก้อนเกลือกินในหลายเดือนแรก และอีกอย่างคือ ในแง่คนไข้ที่มีจำนวนมาก ทันตแพทย์ก็ล้าง่าย ไม่เหมือนหมอที่ตรวจ 5-10 นาที แต่ทันตแพทย์ต้องอยู่กับคนไข้ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

มักพูดกันว่าเป็นหมอฟันรายได้ดี?

อันนี้เป็นความเข้าใจมุมเดียว ประเทศไทยมักจะเข้าใจว่าหมอฟันทำอะไรไม่ค่อยได้ เหมือนกับทำแค่เขี่ยๆ ขี้ฟัน อุดฟัน หรือขูดหินปูนไปก็จบได้เงินดี แต่จริงๆ ถ้าเปรียบเทียบเวลา สมมุติขูดหินปูนเต็มที่คิด 1,000 บาททุกครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเป็นหมอที่ไม่ใช่เจ้าของคลินิกจะได้แค่ครึ่งเดียว ถามว่าต้องทำกี่วันถึงจะได้หลักแสน งานบางงานได้เงินดี เช่น จัดฟัน หรือปักรากฟันเทียม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีคนไข้ตลอดเวลา มันขึ้นกับหลายปัจจัยมาก มันเป็นเทคนิคของธุรกิจเป็นส่วนใหญ่

เพราะฉะนั้นถามว่าหมอฟันรายได้ดีมั้ย ผมจะพูดตรงๆ ว่าเลี้ยงตัวเองได้ไม่ลำบาก แต่ไม่ถึงกับรวย

ที่มาของพิพิธภัณฑ์ช่องปาก?

ผมเป็นคนที่สนใจศิลปศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ เลยพยายามหาจุดตรงกลางที่จะเชื่อมกัน ผมชอบเข้าพิพิธภัณฑ์ จะลิสต์ไว้หมดเลยว่าเป้าหมายก่อนตายจะต้องไปที่ไหนบ้าง โชคดีที่ได้ไปมาแล้วหลายแห่ง ทั้งในอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย หรือในเอเชียด้วยกัน เห็นความแตกต่างในการจัดแสดง การวางข่าวสารความรู้ พูดถึงในแง่ประวัติศาสตร์เป็นส่วนสำคัญ เพราะผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์เมื่อศึกษาแล้วมันจะทำให้รู้จักรากเหง้าของวิชาชีพนั้นๆ ได้ดี

จริงๆ ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์ช่องปากอยู่แล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์ฟัน ชื่อ “สิรินธรทันตพิพิธ” ที่ชั้นล่าง คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหิดล อีกแห่งที่คณะทันตแพทย์ จุฬาฯ มีแบบพิมพ์พระทนต์ในหลวง ร.9 ชาร์ตการตรวจพระทนต์ว่าซี่ไหนมีปัญหาอะไร ผมประทับใจทั้งสองที่ แต่มองว่าภาคอีสานก็มีมุมน่าสนใจไม่แพ้กัน และในเมื่อเราเป็นคณะทันตแพทย์แห่งแรกของภาคอีสาน เราน่าจะมีพิพิธภัณฑ์ของเราเอง ในการที่จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านทันตกรรมเพื่อสุขภาพ

ผมเปิดให้ศิษย์เก่าส่งฟันรูปร่างแปลกๆ ที่เราเคยเรียนมาสมัยก่อน ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจาก รศ.ดร.จรินทร์ ปภังกรกิจ ที่ศึกษาเกี่ยวกับขากรรไกรของสัตว์ เพราะฟันของสัตว์แต่ละชนิด การขึ้นไม่เหมือนกัน หน้าตาไม่เหมือนกัน ฟันคนก็เหมือนกัน มีวิวัฒนาการมาจากนีแอนเดอทัลมันก็จะเปลี่ยนไปตามวิวัฒนาการของคน ผมเห็นว่ามันน่าสนใจ ซึ่งผมก็มีมุมของผม ความเชื่อในด้านทันตกรรม เช่น ถอนฟันแล้วเสียประสาทมั้ย การแปรงแห้งซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ความเชื่อเรื่องฟันนางฟ้า พิธีตะไบฟันของบาหลี ฯลฯ ประวัติความเป็นมาของทันตกรรม วิวัฒนาการมาจนมีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย เชื้อที่ทำให้เกิดฟันผุ ฯลฯ จะเป็นข้อมูลข่าวสารสำหรับคนทั่วไป ไปจนถึงเด็กที่สนใจจะเรียนทันตแพทย์เมื่อเดินเข้ามาพิพิธภัณฑ์นี้ก็จะได้ความรู้กลับไปส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อการดูแลตัวเอง

สถานที่จัดแสดงก็สำคัญ?

ใช่ครับ ตอนนี้มีปัญหาสถานที่จัดแสดง เนื่องจากพื้นที่มีไม่พอ การจัดแสดงที่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะต้องสร้างตึกขึ้นมาใหม่ อย่างน้อย 2 ชั้น อาจจะเป็นหอเกียรติยศของมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะทันตแพทย์ ซึ่งปีหน้าก็จะครบ 40 ปี ผมเห็นว่าเลข 40 เป็นเลขที่ดี มันควรจะมีอะไรใหม่ๆ

อย่างน้อยปีหน้าจะต้องมีการจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ เยอะพอที่จะทำให้คนเข้ามางาน 40 ปีของคณะ จะรับรู้ว่าในอนาคตอันใกล้หรือไกลเราจะมีตึกที่มีพิพิธภัณฑ์อยู่ในนั้น โดยเริ่มจากสเกลเล็กๆ ก่อน ให้ทุกคนใน มข.ได้ทราบว่าตอนนี้เรามีจุดเช็กพอยต์ว่าต้องมาที่จุดนี้แล้วได้ความรู้เกี่ยวกับทันตกรรมไปทั้งหมด

กำลังจะมีคอนเสิร์ต?

คอนเสิร์ตจะมีวันที่ 26 พฤษภาคม ชื่อ “ดั่งแสงทอง ส่องในดวงใจนิรันดร์ 2” จัดที่หอประชุมคณะแพทย์ ปีที่แล้วผมทำคอนเสิร์ตเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมดเพื่อรำลึกถึง ร.9 ปีนี้ก็ยังเป็นคอนเสิร์ตชื่อเดิม แต่เป็นครั้งที่ 2 เป็นเพลงหนังเพลงละครเพลงจากภาพยนตร์ จะค่อนข้างป๊อปมากขึ้น ทำให้คนดูเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น บัตรจำหน่ายที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มข. (โทร 0-4320-2405, 08-6850-6425) อยากให้คนมาดูคอนเสิร์ตกันมากๆ ศิลปิน 4 ท่านซึ่งจะมาร้องคือ คุณลูกหว้า-พิจิกา คุณธีรนัย ณ หนองคาย คุณกิตตินันท์ ชินสำราญ (กิต เดอะวอยส์) และคุณโน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ซึ่งทั้งสี่ท่านมาร้องโดยไม่คิดค่าตัว

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไปเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก ค่อยๆ ทำเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ผมวางแผนว่าก่อนผมอายุ 50 พิพิธภัณฑ์น่าจะเกิดขึ้นได้

บทความก่อนหน้านี้‘ปิยบุตร’ ชี้อย่ามองคำสั่งคสช.เป็นเรื่องกม.ปกติ จี้ยกเลิก หวั่นบ้านเมืองเดินต่อไม่ได้
บทความถัดไปปิยบุตร ชี้ คสช.ครองอำนาจมากกว่ารบ.เลือกตั้ง จะเข้าสู่ปีที่5แล้ว ไร้เหตุผลจะต้องอยู่ต่อ