42 ปี ประชาชาติธุรกิจ Game Changer เกมใหม่…เปลี่ยนอนาคต

21.05.18 | 18:48 น.

ต้องยอมรับว่าการเข้ามาของดิจิทัล ดิสรัปชั่น ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และธุรกิจโดยรวมของโลกใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากการเข้ามาของดิจิทัล ดิสรัปชั่น ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโมดูลธุรกิจครั้งใหญ่ จนทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่า หาก

องค์กรธุรกิจใดๆ ไม่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง

จะทำให้ธุรกิจเดิมเกิดความเสียหาย

บางทีอาจถึงล้มหายตายจาก

Advertisement

และอาจไม่เหลือเค้าโครงของธุรกิจเดิมอยู่เลย

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่เกิดในธุรกิจระดับโลก หากในประเทศไทยเองก็เช่นกัน เพราะถ้าดูจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่ม 100 อันดับแรก (SET 100) พบว่าบางบริษัทมีการเปลี่ยนเกม (Game Changer) ในการดำเนินธุรกิจ

เพื่อยกระดับ และพัฒนาองค์กรธุรกิจของตัวเองให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลัน บางองค์กรก้าวไปถึงการกำหนดทิศทางในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่บางองค์กรมองเรื่องความยั่งยืนในทุกมิติเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่

เพราะโลกแห่งความเป็นจริงในสหัสวรรษใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่องค์กรขนาดใหญ่ จำนวนพนักงาน และการขยายสาขาทั้งในประเทศ และต่างประเทศอีกต่อไปแล้ว

หากเป็นการรุกธุรกิจผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ

ดิจิทัล แพลตฟอร์ม

และอื่นๆ อีกมากมาย

จนทำให้คลื่นของความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในสหัสวรรษหน้า จึงอยู่ที่การ Transformation องค์กรของตัวเอง เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นหน้าที่ และบทบาทของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจที่เฝ้ามองปรากฏการณ์ต่างๆ ผ่านมาตลอด 41 ปี ดังนั้น ในโอกาสก้าวขึ้นสู่ปีที่ 42 ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจึงจัดงานสัมมนาขึ้นภายในหัวข้อ “Game Changer…เกมใหม่ เปลี่ยนอนาคต”

ในวันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561

ระหว่างเวลา 09.00-12.30 น. ณ ห้องนภาลัย บอลรูมโรงแรมดุสิตธานี

ทั้งนั้นเพื่อต้องการให้ผู้อ่านประจักษ์ชัดว่าการก่อกำเนิดธุรกิจบนแนวทางใหม่ (Start up) จะส่งผลให้ “รูปแบบ-แลนด์สเคป” ของโลกธุรกิจเปลี่ยนไป แม้แต่ธุรกิจใหญ่ๆ อาจไม่สามารถยืนอยู่บน

พื้นฐานที่มั่นของตัวเองได้ เพราะขณะนี้มีคู่แข่งหน้าใหม่ที่คาดไม่ถึงกำลังเข้ามาแย่งลูกค้าแบบไม่ทันตั้งตัว

สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ “ประชาชาติธุรกิจ” จะสื่อสารออกไปในงานสัมมนาครั้งนี้

โดยมี “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีจะมาปาฐกถาพิเศษเรื่องทิศทาง และบทบาทใหม่ของประเทศไทยในโลกอนาคต

ต่อจากนั้น “ดร.อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Game Changer ประเทศไทย” ซึ่งเนื้อหาจะสอดคล้อง และสอดรับกับสิ่งที่ “ดร.สมคิด” ปาฐกถาพิเศษ

เพียงแต่จะโฟกัสให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของไทยจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไร ทำอย่างไรถึงจะให้ “คน” และ “หุ่นยนต์” ทำงานอย่างสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกันได้

ซึ่งล้วนน่าสนใจอย่างยิ่ง

ถัดมา “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Game Changer…เกมใหม่ เปลี่ยนอนาคต”

เพราะดั่งที่ทราบการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไม่เพียงจะส่งผลต่อแลนด์สเคปอุตสาหกรรมพลังงานของไทย หากในเรื่องของซัพพลายเชนก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน

คำถามคือ ปตท.จะแปรเปลี่ยนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เป็น New Opportunity และ New Business อย่างไร ?

ต้องลองไปฟังจากงานสัมมนา

เพียงแต่ในที่นี้ขออนุญาตโปรยยาหอมเพียงไม่กี่ประโยค จากที่ “อรรถพล” พูดคุยกับ “ผู้สื่อข่าว” ก่อนงานสัมมนาเพียงไม่กี่วันถึงทิศทางของ ปตท.ในอนาคตว่า…จากนี้ไป ปตท.คงต้องออกไปหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อที่จะมาแทนของเก่า

“ส่วนของใหม่เท่าที่มองคือเรื่องพลังงานไฟฟ้า เพราะ ปตท.สนใจเรื่องของแบตเตอรี่ เราอาจจะไปทำโรงไฟฟ้า ซึ่งโรงไฟฟ้าก็มีหลายชนิดอีก โดยเฉพาะพลังงานทดแทนทั้งลม แสงแดด และอื่นๆ รวมถึงเทคโนโลยีเองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

ฟังดูแล้วเหมือนจะสั้น แต่คงพอเห็นทิศทางพอสมควร

นอกจากนั้น “อรรถพล” ยังจะมาไขปริศนาเรื่องการพัฒนาอินโนเวชั่นอย่างไม่หยุดยั้งของ ปตท. เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจปิโตรเคมีแตกต่าง และเหนือกว่าคู่แข่ง

โดยเฉพาะประเด็นดังกล่าว เขาจะมาแชร์วิชั่นให้ฟังว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จทางด้านนวัตกรรมใหม่ (New S-Curve) ของ ปตท.มีที่มาที่ไปอย่างไร? และอะไรจะเป็น Game Changer ครั้งนี้?

ถึงเวลาประมาณ 11.00 น. “ชาญชัย ตระการอุดมสุข” ประธานบริหารบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายพิเศษเรื่อง “Game Changer อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

ทั้งนั้นเพราะ “ชาญชัย” เชื่อว่าโลกยานยนต์ทุกวันนี้ใช้คำว่าเปลี่ยนแปลงคงไม่พอ เพราะแต่ละวันมีนวัตกรรมใหม่ๆ ทยอยคลอดออกมาสู่ตลาดกันอย่างบ้าคลั่ง ยานยนต์แบบเก่าๆ กำลังถูกท้าทาย

“ใครจะเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ทุกวันนี้ กำลังจะถูก Disruption ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และระบบออโตเมชั่น”

“เราจึงต้องใช้วิธีคิดต่างเป็นกลยุทธ์”

ถามว่าทำอย่างไร ?

“ชาญชัย” ตอบว่ามาสด้าเปลี่ยนมือทำงาน ทั้งระดับบริหารและปฏิบัติการ เราเป็นรถญี่ปุ่นค่ายแรกๆ ที่ใช้คนไทยนำทัพ โดยมีผู้บริหารชาวญี่ปุ่นทำหน้าที่คอยให้คำปรึกษา

“นอกจากนั้น ในเรื่องของโปรดักต์ แนวคิดที่แตกต่างในการพัฒนารถยนต์ยังเป็นเป้าหมายสำคัญ ด้วยการมองย้อนจากความต้องการลูกค้ากลับไปหาความสมบูรณ์แบบของประสิทธิภาพการทำงานของรถยนต์ จนกลายเป็นที่มาของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และแนวคิดการออกแบบโคโดะ ดีไซน์ ที่ไม่เพียงส่งผลให้มาสด้าเป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน หากยังเป็นรถยนต์ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม จนได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ”

สำหรับโลกยนตรกรรมในอนาคต “ชาญชัย” บอกว่าอนาคตอันใกล้นี้หัวใจของระบบขับเคลื่อนจะเป็นซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่น และเร็วๆ นี้ คงเห็นความร่วมมือระหว่างค่ายรถยนต์และบริษัทซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญจะมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาในอุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้นด้วย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งท้าทายสำหรับ “ชาญชัย” ที่จะมาบอกเล่ารายละเอียดอีกครั้งบนเวทีสัมมนา

ขณะที่ในภาคสุดท้ายของงานสัมมนา จะปิดท้ายด้วยการบรรยายพิเศษจาก “ธนา เธียรอัจฉริยะ” รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่จะมาบรรยายพิเศษเรื่อง “Game Changer in Digital ERA”

ฉะนั้น เบื้องลึกที่เกี่ยวข้องกับสงครามค่าธรรมเนียม, การปรับทัพองค์กรเพื่อรับกระแสดิจิทัล รวมไปถึงมูลเหตุของการลดสาขาต่างๆ จึงยังเป็นเรื่องที่น่าฟังอยู่ดี

เพราะเรื่องดังกล่าวล้วนเป็นเกมใหม่ในโลกธุรกิจ เพื่อรับมือกับอนาคตทั้งสิ้น

ถามว่าเป็นอย่างไร ?

คำตอบคือต้องลองไปฟังเอง แล้วคุณจะรู้ว่า Game Changer ครั้งนี้เกี่ยวพันกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ตัวคุณเอง?


หมายเหตุ – ผู้ใดสนใจอยากเข้าฟังสัมมนา สามารถลงทะเบียนร่วมงานฟรีได้ที่ www.prachachat.net