พิธีเปิด ปีท่องเที่ยวเวียดนาม 2018 (Opening Ceremony of National Tourism Year) เมื่อปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ที่ Sun World Halong เมืองกว๋างนินห์ (Quang Ninh) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Ha Long – Heritage, Wonder – Friendly Destination” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของเวียดนามตลอดปี 2018 เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่
โดย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม (Vietnam National Administration of Tourism : VNAT) ได้ส่งเทียบเชิญผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ ในอาเซียน สื่อมวลชน บรรดาเอเย่นต์ด้านการท่องเที่ยวของเวียดนาม และชาวเมืองกว๋างนินห์ เข้าร่วมงานล้นหลามกว่า 1 หมื่นคน

โชว์บนเวทีเปิดตัวด้วยการแสดงชุดต่างๆ ประกอบแสง สี เสียง ตระการตา ที่บอกเล่าเกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณี ของแต่ละภาคในเวียดนาม โดยนักแสดงหลายร้อยชีวิต สลับสับเปลี่ยนกับการโชว์มินิคอนเสิร์ตโดยนักร้องชื่อดัง และบรรดาดีว่าชาวเวียดนาม
ก่อนปิดท้ายด้วยโชว์ขบวนคาร์นิวัลยิ่งใหญ่ และการจุดพลุนับพันลูก เพื่อเป็นสัญญาณว่าปีการท่องเที่ยวเวียดนาม 2018 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

การเดินทางไปเยือนเวียดนามของทีมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ครั้งนี้ นำโดยนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ที่ปรึกษาระดับ 10 ททท., ดร.วไลลักษณ์ น้อยพยัคฆ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท.และนางนภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ กรุงโฮจิมินห์ เวียดนาม และทีมสื่อมวลชนไทย เป็นไปตามเทียบเชิญของ VNAT
เพื่อตอกย้ำความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2561 ที่ต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิก และผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนเป็น Single Destination หรือจุดหมายปลายทางเดียวกันด้านการท่องเที่ยว มี Tran Thuy Linh เจ้าหน้าที่แผนกการตลาดการท่องเที่ยว VNAT หรือที่คณะเราเรียกกันสั้นๆ ว่า “ลินห์” คอยให้ข้อมูลตลอดการเดินทาง
Familiarization trips หรือ Fam trips ครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเส้นทางภาคเหนือของเวียดนาม เริ่มจากเมืองฮานอย (Ha Noi) ไปยังเมืองนิญบิ่ญ (NinhBinh) และเมืองกว๋างนินห์

ที่เมืองฮานอย คณะมีโอกาสเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ “ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม” หรือ “ทะเลสาบคืนดาบ” สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองฮานอย ปกติน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีเขียว จึงเรียกอีกชื่อว่า “ทะเลสาบหลุกถวี” หรือ “ทะเลสาบน้ำเขียว” ทะเลสาบแห่งนี้มีตำนานเกี่ยวกับการสร้างชาติเวียดนาม ในทะเลสาบยังมีสะพานไม้ชื่อ “สะพานเทฮุก” หรือ “สะพานแสงอาทิตย์” สะพานไม้สีแดง ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของฮานอย ใช้เดินทางไปยัง “วัดหง็อกเซิน” หรือ “วัดเนินหยก” ที่อยู่ตอนเหนือของทะเลสาบ

“วัดวันเหมียว” หรือ “วิหารวรรณกรรม” หรือ “วัดจอหงวน” มหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1070 เป็นโรงเรียนของพวกขุนนาง ในสมัยโบราณเคยใช้เป็นที่สอบคัดเลือกจอหงวน ปัจจุบันมีชื่อ “กว็อกช็อกเวียน” ภายในมีศาลเทพเจ้าขงจื้อ ในวิหารมีแผ่นหินจารึกชื่อจอหงวน ซึ่งปัจจุบันเป็นวัดที่นักเรียน และนักศึกษาเวียดนาม จะมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้สอบได้

นอกจากนี้ ยังได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรม “The Quintessence of Tonkin” ซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ได้สัมผัสกับเวทีการแสดงที่มองเห็นทิวทัศน์แบบ 360 องศา ใช้สระน้ำขนาดใหญ่เป็นเวทีการแสดง มีฉากหลังเป็นภูเขา ท้องฟ้าแทนหลังคา และพระจันทร์ดวงโตลอยเด่นแทนสปอร์ตไลท์ ประกอบเทคนิคแสง สี เสียง และนักแสดงนับร้อย ทำให้จินตนาการในการชมการแสดงบรรเจิดมากขึ้นหลายเท่าตัว
การแสดงจะนำเสนอเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเวียดนาม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชาวนา การบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “พระพุทธศาสนา” ในเวียดนาม การแสดง “ละครหุ่นกระบอกน้ำ” ที่โด่งดัง โชว์เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของหนุ่มสาวชาวเวียดนาม โดยหนุ่มชาวเวียดนามจะออกไปหาปลา ส่วนสาวๆ จะล่องเรือเก็บบัว การร้องเพลงโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มๆ สาวๆ การบอกเล่าเรื่องราวการสอบ “จอหงวน” ในสมัยโบราณ การแสดงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีโบราณ 4 ชิ้นของสาวเวียดนาม พิธีคารวะ “มารดาของเวียดนาม”, “มารดาแห่งน้ำ” และ “มารดาของป่า” รวมถึง การจำลองตลาดสมัยโบราณ ฯลฯ




ซึ่งการแสดงแต่ละชุด ล้วนแต่สร้างความประทับใจให้ผู้ชม
จากฮานอย คณะเดินทางต่อไปยัง “แหล่งภูมิทัศน์จ่างอาน” (Trang An Scenic Landspape Complex) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนิญบิ่ญ อยู่ทางใต้ของฮานอยประมาณ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถประมาณ 4 ชั่วโมง แหล่งภูมิทัศน์จ่างอานรายล้อมไปด้วยยอดเข้าหินปูน มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน นอกจากนี้ ยังมีถ้ำถึง 49 แห่ง คณะได้นั่งเรือพายลอดถ้ำชมความงาม ซึ่งแต่ละปีมีชาวเวียดนามเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก และด้วยความที่มีภูมิทัศน์คล้ายอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay) จึงถูกเรียกว่า “ฮาลองบก”

แหล่งภูมิทัศน์จ่างอาน เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น เมื่อได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแบบผสม ทั้งทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เมื่อปี 2557 รวมตามก๊ก-บิ๊กด่ง เมืองเฮวาลือ และวัดไบ่ดิงห์ แต่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักมากขึ้น และหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก เมื่อภาพยนตร์เรื่อง “KONG SKULL ISLAND” ออกฉายเมื่อปี 2560 เพราะฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้ถึง 70% ถ่ายทำในเวียดนาม รวมถึง แหล่งภูมิทัศน์จ่างอาน ที่ถูกสมมุติว่าเป็นหมู่เกาะกะโหลก ใช้ถ่ายทำฉากเครื่องบินตก และหมู่บ้านชาวพื้นเมือง




“วัดไบ่ดิงห์” (Bai Dinh) ถือเป็นเขตโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งของเวียดนาม ประกอบด้วย วัดไบ่ดิงห์โก่ตื๋อ หรือวัดไบ่ดิงห์เก่า และวัดไบ่ดิงห์เตินตื๋อ หรือวัดไบ่ดิงห์ใหม่ ซึ่งวัดไบ่ดิงห์เก่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี สร้างอยู่ภูเขาดิงห์สูง 187 เมตร การเดินทางขึ้นวัดต้องขึ้นบันไดหินกว่า 300 ขั้น นำเข้าสู่ประตูศาสนสถานที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม วิหารเดิมตั้งอยู่ในถ้ำเล็กๆ ภายในช่องเขา


ส่วนศาสนสถานใหม่สร้างขึ้นเมื่อปี 2546 โดยเฉพาะ Tam The Hall สร้างด้วยหิน ไม้ และกระเบื้อง สูง 34 เมตร และกว้าง 59 เมตร วัดมีรูปหล่อพระพุทธเจ้าที่ใหญ่ที่สุดหนักประมาณ 100 ตัน มีระฆังที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามสูง 22 เมตร หนัก 36 ตัน บริเวณระเบียงวิหาร มีรูปพระอรหันต์ 500 องค์ วางเรียงรายยาวถึง 3 กิโลเมตร

ออกจากเมืองนิญบิ่ญ คณะเดินทางต่อไปยังเมืองกว๋างนินห์ เพื่อล่องเรือชมความงามของ “อ่าวฮาลอง” หรือ “อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง” ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย ทางตอนเหนือของเวียดนาม มีพื้นที่ 1,500 ตารางกิโลเมตร
อ่าวฮาลอง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี 2537 ถือเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม มีเกาะหินปูนเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 1,969 เกาะ ต้นไม้ขึ้นปกคลุมทั่วเกาะ หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “ถ้ำเสาไม้” หรือ “กร็อตเดแมร์แวย์” มีโพรงกว้าง 3 โพรง มีหินงอก หินย้อยขนาดใหญ่มากมายอยู่ภายในถ้ำ

ระหว่างล่องเรือชมเกาะหินปูนรูปทรงประหลาดแตกต่างกันไป ช่างเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติจัดวางได้ลงตัว เงาสะท้อนของเกาะหินปูนที่ปรากฎในน้ำทะเลสวยใส เป็นภาพที่บรรเจิดกว่าที่เคยจินตนาการเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าธรรมชาติจะเสกสรรปั้นแต่งอ่าวฮาลองได้งดงามเช่นนี้
เพื่อให้คณะได้ดื่มด่ำ และซาบซึ้งกับความงามของอ่าวฮาลอง ทาง VNAT จึงได้จัดให้พักบนเรือ 1 คืน





หลังเต็มอิ่มกับความงดงามของอ่าวฮาลอง คณะได้เข้าเยี่ยมชม Sun World Complex สวนสนุกแห่งใหม่ ซึ่งการท่องเที่ยวกว๋างนินห์ตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ จุดเด่นคือกระเช้า 2 ชั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุคนได้ถึง 200 คน คณะได้ขึ้นกระเช้าข้ามทะเลไปยังอีกฝั่ง และขึ้นชิงช้าสวรรค์เพื่อชมความงามของกว๋างนินห์ และอ่าวฮาลองจากมุมสูง แต่เนื่องจากบรรยากาศเต็มไปหมอกขาวปกคลุม จึงมองเห็นตัวเมือง และภูเขาหินปูนได้ลางๆ

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวงกว๋างนินห์ ได้ตั้งเป้าไว้ในปี 2020 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกว๋างนินห์ 15-16 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7 ล้านคน และสร้างรายได้ประมาณ 1,300-1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายเหงียน แวน ตวน (Nguyen Van Tuan) ประธาน VNAT กล่าวในการพะปะกับผู้แทน ททท.และสื่อมวลชนไทย ว่า ปีท่องเที่ยวเวียดนาม 2018 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Ha Long-Heritage, Wonder, Friendly Destination” ที่เมืองกว๋างนินห์ ถือเป็นการจัดงานท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเวียดนามในปีนี้ จัดโดย คณะกรรมการท่องเที่ยวเวียดนาม, VNAT และการท่องเที่ยวกว๋างนินห์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการท่องเที่ยวโดดเด่น จึงอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และศึกษาความสำเร็จด้านการบริหารการท่องเที่ยว
ประธาน VNAT กล่าวอีกว่า ไทยถือเป็นพันธมิตรสำคัญกับ VNAT และเป็นเหมือนพี่น้องกันในกลุ่ม CLMV หรืออาเซียนในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะไทย และเวียดนาม มีเส้นทางที่เชื่อมโยง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางไปท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต หวังว่านักท่องเที่ยวไทยจะมาเที่ยวเวียดนามเพิ่มขึ้นเช่นกัน ฉะนั้น ความร่วมมือ และการทำกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศร่วมกัน เพื่อรองรับ Fam trips ของนักท่องเที่ยวประเทศที่สาม ที่อนาคตจะท่องเที่ยว 1 เส้นทาง แต่ผ่านหลายๆ ประเทศ จะช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

“ที่ VNAT เชิญผู้แทน ททท.และสื่อมวลชนไทยร่วม Fam trips ครั้งนี้ เพราะอยากให้สำรวจเส้นทางภาคเหนือที่สำคัญที่สุดของเวียดนาม คือ จ่างอาน-นิญบิ่ญ-ฮาลอง ซึ่งปีที่ผ่านมา เส้นทางนี้ได้รับการลงทุน และพัฒนาหลายอย่าง จึงมั่นใจว่าอนาคตเส้นทางนี้ จะเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเวียดนาม และอีก 2 เดือนข้างหน้า จะเปิดใช้เอ็กซ์เพรสเวย์เชื่อมระหว่างอ่าวฮาลอง และฮาลองบก รวมถึง เปิดสนามบินแห่งใหม่ที่ฮาลอง และปีนี้อาจมีเที่ยวบินตรงระหว่างฮาลองกับกรุงเทพฯ” ประธาน VNAT กล่าว
ด้าน นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ที่ปรึกษาระดับ 10 ททท.กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง VNAT และ ททท.เป็นไปอย่างต่อเนื่อง การเข้าร่วมพิธีเปิดปีท่องเที่ยวเวียดนาม 2018 เพื่อตอกย้ำความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2561 ที่ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิก ผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนเป็น “Single Destination” หรือจุดหมายปลายทางเดียวกันด้านการท่องเที่ยว ซึ่งไทย และเวียดนาม มีจุดขายร่วมกันชัดเจน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความโรแมนติก มีคู่รักมาเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับธีมจัดกิจกรรมท่องเที่ยวของไทย “Romantic Destination” ฉะนั้น จะเชิญประธาน VNAT มาร่วมงานด้วย

น.ส.วไลลักษณ์ กล่าวปิดท้ายว่า ปี 2560 มีนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางเข้ามาไทยสูงถึง 9.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 12% สร้างรายได้กว่า 2.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ซึ่้ง ททท.ได้วางกลยุทธ์พุ่งเป้าทำตลาดเชิงรุก โดยเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และตั้งเป้าจะเพิ่มนักท่องเที่ยวเวียดนามให้เข้ามาไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน จะสร้างรายได้เพิ่ม 10%
หวังว่าความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย และเวียดนาม รวมถึง ประเทศสมาชิก จะผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนเป็น Single Destination ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

