คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง : อนาคตของหนองคาย เมืองหน้าด่านไทยลาว

30.05.18 | 17:13 น.

หนองคายในภาพจำของคนทั่วไปก็คงจะนึกถึงตำนานเล่าขานอันโด่งดังของพญานาค ความผูกพันของคนหนองคายกับพญานาค และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่ถ่ายทอดสะท้อนความสัมพันธ์กับสายน้ำโขง ปรากฏออกมาให้เห็นในวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และกิจกรรมทางประเพณี สถานที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ เช่น สะพานมิตรภาพไทย-ลาว กลายเป็นภาพแทนการรับรู้ของคนโดยทั่วไปเกี่ยวกับหนองคาย

จังหวัดหนองคาย ถือเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่โดดเด่น มีความสำคัญทั้งทางด้านยุทธศาสตร์และทางเศรษฐกิจ ลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของหนองคาย มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์พิเศษ มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงทอดขนานยาวตลอดระยะทางกว่า 210.60 กิโลเมตร ความกว้างเฉลี่ยประมาณ 20-25 กิโลเมตร สายน้ำโขงที่ทอดตัวยาวไปกับอาณาเขตของพื้นที่จังหวัดหนองคาย ได้นำเอาวัฒนธรรมที่หลากหลายมาก่อรูปสร้างสรรค์แลกเปลี่ยน เกิดเป็นวิถีชีวิต และสร้างเรื่องราวสองฝั่งโขง

หนองคาย มีความสำคัญในฐานะเมืองหน้าด่านการค้าชายแดน และจุดหมายปลายทางที่สำคัญทั้งทางด้านการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประตูสู่นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประกอบกับสภาพลักษณะของที่ตั้งและอาณาเขต ทำให้หนองคายเป็นจังหวัดที่มีจุดผ่านแดนตลอดตามแนวชายแดน ในบริเวณพื้นที่ 6 อําเภอ คือ อ.เมืองหนองคาย ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ สังคม โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี

จากข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มูลค่าการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ปี 2559 (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) มีมูลค่าการค้ารวม 1,013,389.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.71 แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 605,445.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.77 และมูลค่าการนำเข้า 407,943.82 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.21 โดยที่ไทยได้ดุลการค้า 197,501.56 ล้านบาท พิจารณาเฉพาะการค้าชายแดนไทยกับ สปป.ลาว มีมูลค่าการค้ารวม 202,906.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.65 แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 136,419.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.52 และการนำเข้ามูลค่า 66,487.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.42 ไทยได้ดุลการค้า 69,932.21 ล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตาม การค้าชายแดนระหว่างไทยกับลาวมิได้ราบรื่นเสียทีเดียว เนื่องจากลาวเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางด้านภาษีบ่อยครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2559 สปป.ลาวได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอีกครั้ง โดยเริ่มจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10 สำหรับสินค้าที่นำติดตัวข้ามพรมแดน ณ ด่านศุลกากรจังหวัดหนองคาย ส่งผลให้การส่งออกเดือนธันวาคม พ.ศ.2559 ลดลงร้อยละ 8.44 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2558

Advertisement

การติดต่อประสานทางการค้าก็มักต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของลาว ทำให้เกิดความล่าช้า ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานของลาว ก็ยังไม่เอื้อต่อการคมนาคมขนส่ง ระบบการเงินและค่าเงินกีบไม่มีเสถียรภาพ มีการค้านอกระบบ ลักลอบนำเข้าและส่งสินค้าเพื่อลดต้นทุน ทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า รวมถึงทัศนคติเชิงลบของนักธุรกิจชาวลาวต่อนักธุรกิจไทย ทำให้หลายธุรกิจไปค้าขายกับทางจีนและเวียดนาม

การเป็นเมืองหน้าด่านทางการค้าไม่ได้เป็นแค่โอกาสเท่านั้น แต่ก็เป็นความท้าทายในการบริหารจัดการด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะเป็นประตูนำพาโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรมแล้ว ยังอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาของการเป็นเมืองชายแดน ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม การลักลอบเข้าเมือง และของผิดกฎหมาย แต่ประเด็นปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศความเป็นเมืองน่าอยู่ของหนองคายลดน้อยลงแต่อย่างใด

ยิ่งในช่วงกระแสก่อนการเปิดประชาคมอาเซียน และ AEC หนองคาย ในช่วงปี 2558 ประเทศไทยได้ประกาศเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะแรกและระยะสอง รวม 10 จังหวัด ระยะแรก 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา ระยะสอง 5 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี จังหวัดหนองคายก็ได้รับเลือกให้เป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการลงทุน

สะท้อนให้เห็นว่าหนองคายเป็นเมืองที่มีความสำคัญต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังกระแสการเปิดประชาคมอาเซียน และจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นไป เพราะหนองคายจะไม่ใช่เมืองหลังบ้าน แต่จะเป็นประตูของประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด