ได้เล่ามาแล้วว่าหลังจากพระรามครองอโยธยามาได้หมื่นปี นางสีดาได้ลาโลกไปก่อนแล้ว วันหนึ่งพระยมได้นำสาส์นจากพระพรหมมาถวาย เป็นเรื่องสำคัญเฉพาะตัวจะให้ใครได้ยินได้ฟังไม่ได้ ท่านต้องสาบานด้วยวาจาว่า หากมีผู้ใดได้ยินได้ทราบเรื่องนี้ ท่านจะต้องสังหารผู้นั้นด้วยตนเอง พระรามยอมรับและสั่งให้พระลักษมณ์ไปเฝ้าประตู ห้ามคนเข้ามาอย่างเด็ดขาด เมื่อพระลักษมณ์ไปเฝ้าที่หน้าประตูแล้ว พระรามจึงให้ผู้ถือสาส์นจากพระพรหมอ่านถวายมีใจความโดยย่อว่า “ท่านราม ท่านคือวิษณุก่อนที่ท่านจะลงมายังโลกมนุษย์ ท่านได้สัญญาว่าเมื่อเสร็จกิจปราบอธรรมแล้ว ท่านจะเสด็จกลับ บัดนี้ถึงเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ถือหนังสือนี้คือยมเทพ”
ขณะที่พระรามกำลังสนทนาอยู่กับพระยมนั้นเอง ฤษีทุรวาสก็มาปรากฏที่หน้าประตูวังจะขอพบพระราม พระลักษมณ์ก็ขอร้องว่าอย่าเข้าเฝ้าตอนนี้เลย พระรามยังติดธุระอยู่ เมื่อเสร็จกิจธุระแล้วคงจะออกมารับท่านด้วยพระองค์เอง แต่ฤษีทุรวาสเป็นคนใจร้อน เมื่อโกรธขึ้นมาแล้วไม่ค่อยจะสงบระงับใจได้ เช่นครั้งหนึ่งฤษีทุรวาสได้พวงมาลัยที่ร้อยด้วยดอกไม้สวรรค์มาพวงหนึ่ง ในระหว่างทางพบพระอินทร์ทรงช้างผ่านมา ฤษีทุรวาส
ก็ถวายพวงมาลัยแก่พระอินทร์ พระอินทร์ทรงรับไว้แล้ววางบนกระพองช้าง พอช้างได้กลิ่นดอกไม้จะเป็นเพราะอะไรก็ไม่ทราบทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว เอางวงหยิบพวงมาลัยทิ้งแล้วกระทืบซ้ำ ทำให้ฤษีทุรวาสโกรธสาปให้พระอินทร์สิ้นฤทธิ์ และตั้งแต่นั้นมาพระอินทร์ก็พ่ายแพ้แก่อสูร ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อฤษีทุรวาสได้ฟังพระ
ลักษมณ์พูดเช่นนั้นก็ไม่พอใจ ร้องบอกพระลักษมณ์ว่า “จงไปบอกพระรามเดี๋ยวนี้ว่าเรามาขอพบ ไม่เช่นนั้นเราจะสาปท่านและพี่น้องตลอดจนผู้คนในแว่นแคว้นให้ได้รับภัยพิบัติจนหมดสิ้น”
ขึ้นชื่อว่าคำสาปของฤษีแล้ว ผู้คนครั้งนั้นกลัวเกรงกันมาก ถ้าถูกสาปแล้วก็ไม่มีทางแก้ พระลักษมณ์ได้ฟังแล้วก็ตกใจ ด้วยเป็นการจวนตัว จะต้องหาทางป้องกันมิให้ส่วนรวมเสียหาย ได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่า “ถ้าเราไปบอกพระรามให้ทราบในบัดนี้ ก็มีแต่เราเพียงผู้เดียวที่จะต้องตายด้วยละเมิดคำสั่ง เราตายเพียงคนเดียวดีกว่าให้ทุกคนในแผ่นดินต้องตายด้วยคำสาปของฤษีทุรวาส” เมื่อพระลักษมณ์คิดได้เช่นนั้นแล้วก็รีบเข้าไปยังที่ประทับของพระราม กราบทูลด้วยน้ำเสียงแหบเครือว่า “เจ้าพี่ ฤษีทุรวาสขอพบเป็นการด่วน และย้ำว่าต้องเป็นเวลานี้ ช้าไม่ได้!” พระลักษมณ์ทูลแล้วก็รีบกลับออกไปที่ประตูเพื่อแจ้งให้ทราบว่าได้ทูลให้พระรามทราบตามประสงค์แล้ว
พระรามเองถึงจะตกพระทัยที่พระอนุชาละเมิดคำสั่ง แต่ในเวลาฉุกละหุกเช่นนั้นจะมัวรีรออยู่ไม่ได้ ก็รีบยุติการพูดจากับพระยมไว้ก่อน โดยไม่บอกกล่าวอะไรให้ทราบทั้งสิ้น รีบออกไปพบฤษีทุรวาสกระทำความเคารพแล้วกล่าวว่า “นมัสการพระคุณเจ้าที่เคารพ นับเป็นพระคุณอันประเสริฐที่ได้รับพรจากการมาของท่าน พระคุณเจ้ามีความประสงค์อันใดมิทราบ”

