‘Thailandpostmart’ อ่านอร่อย ช้อปสนุก หนุนสินค้าชุมชน

1.06.18 | 18:28 น.
แสดงหน้าเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงการก้าวสู่ยุคดิจิทัลแบบที่คนทั่วไปสัมผัสได้ถ้วนหน้า คือการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขายเดิมแล้ว ยังทำให้ใครก็สามารถนำของที่มีมาขายได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มทั้งในรูปแบบเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น หรือกระทั่งการติดต่อโดยตรงผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์

แต่กลุ่มหนึ่งที่อาจยังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อขายออนไลน์นี้ไม่มากนักคือ “สินค้าชุมชน” ที่ต้องใช้เวลาปรับตัวตามเทคโนโลยี

เพื่ออุดช่องว่างนี้จึงได้มีการเปิดตัว “thailandpostmart.com” อีมาร์เก็ตเพลส หรือร้านออนไลน์ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ซึ่งมีเจ้าภาพคือ ไปรษณีย์ไทย ที่ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเข้าถึงทั้งจากเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com และแอพพลิเคชั่น thailandpost mart.com

นอกจากสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และสินค้าโอท็อปที่รวบรวมไว้หลากหลายแล้ว ที่โดดเด่นคืออาหารชื่อดังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะแดงแหนมเนือง หมูย่างเมืองตรัง เป็ดย่างพิมาย แค่กดซื้อแล้วรอรับสินค้าที่บ้านก็ได้อิ่มอร่อยกับเมนูเด็ดส่งตรงจากร้านดัง สั่งได้ตลอด 24 ชม. พร้อมจัดส่งสินค้าถึงมือภายใน 1-2 วันทำการหลังชำระเงิน

thailandpostmart.com เริ่มให้บริการอย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2560 มียอดจำหน่ายสินค้ากว่า 50 ล้านบาท มีแผนเพิ่มสินค้าจากแหล่งผลิตอีกเดือนละ 1,000 รายการ คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และวางเป้าขยายฐานสินค้าไม่ต่ำกว่า 12,000 รายการ ในเดือนเมษายน 2562

Advertisement

สมร เทิดธรรมพิบูล, พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์, โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มองว่าระบบอีคอมเมิร์ซได้เข้ามาช่วยชาวบ้านให้ลืมตาอ้าปาก มีรายได้เพิ่มขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ จากที่ชาวบ้านมีของดีแต่ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ก็มาขายผ่านอีคอมเมิร์ซที่มีไปรษณีย์ไทยเป็นตัวกลาง

“เราต้องทำให้ดิจิทัลเป็นประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีชาวบ้านเป็นเป้าหมาย จึงต้องมีอีคอมเมิร์ซเพื่อชุมชน โดยระหว่างทางชาวบ้านจะเก่งขึ้น จากเดิมที่ไม่รู้ว่าดิจิทัลคืออะไร แต่พอเงินมาดิจิทัลก็ไป ไม่ต้องไปอีเลิร์นนิ่งที่ไหน ทำไปสักพักจะเริ่มเห็นว่าลูกหลานชาวบ้านไม่ย้ายมาทำงานกรุงเทพฯแล้ว และไม่ใช่แค่ขายของ เราเป็นภาคบริการที่สำคัญและมีความสามารถสูง ใครมีโฮมสเตย์ รีสอร์ตเล็กๆหรือไกด์ มาโฆษณาได้

“วันนี้ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย 4.0 ต้องพูดเรื่องชุมชน 4.0 ด้วย โอกาสมาถึงแล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เราเอาเน็ตประชารัฐไปถึงชุมชนแล้ว ปลายปีนี้หวังว่าประเทศไทยจะมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทุกหมู่บ้าน แล้วประเทศไทยจะแข็งแรงขึ้นจากภายใน” ดร.พิเชฐกล่าว

ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ

ส่วนทางด้านเจ้าภาพ สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยที่มาที่ไปว่า ทางกระทรวงดิจิทัลฯเล็งเห็นว่าไปรษณีย์ไทยมีจุดแข็งเรื่องเครือข่ายที่มี 5,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ รวมจุดเล็กๆ ในตำบล

“อีกส่วนหนึ่งคือเรามีความรู้ในพื้นที่ บุรุษไปรษณีย์ของเราไปถึงทุกบ้าน รู้ว่าใครมีอาชีพอะไร ทำอะไร เราใช้จุดแข็งไปเสาะหาว่าแต่ละชุมชนมีจุดเด่นอะไร สินค้าอะไร แล้วเราไปช่วยเอาของดีแต่ละชุมชนมาขึ้นเว็บไซต์ สอดรับไทยแลนด์ 4.0 เรื่องดิจิทัล ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯทำเน็ตประชารัฐแล้วเราก็ขานรับนโยบายว่าจะทำเน็ตประชารัฐให้เกิดประโยชน์อย่างไร ค้าขายออนไลน์จะเป็นคำตอบที่สร้างรายได้ให้ชุมชนด้วย

“ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าคนที่ยังไม่เชี่ยวชาญเรื่องออนไลน์ก็เอาของไปวางขายที่ไปรษณีย์ได้ และเราจะจัดส่งให้เสร็จ ต่อยอดให้มีแพลตฟอร์มค้าขาย แล้วหลังจากนี้จะเปิดให้ชำระเงินได้แบบไร้เงินสดได้ที่ไปรษณีย์ไทย” สมรกล่าว

อย่างไรก็ดีงานนี้จะเกิดได้ยากหากไม่มีผู้มีประสบการณ์มาช่วย ไปรษณีย์ไทยจึงได้บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาช่วยพัฒนาระบบจำหน่ายสินค้าออนไลน์

แดงแหนมเนือง

ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ผอ.กลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ทางบีอีซีมีประสบการณ์ด้านอีคอมเมิร์ซมาเกือบ 20 ปี ทำทั้งการผลิตเว็บไซต์ พัฒนาฐานข้อมูลการซื้อขายออนไลน์ รวมถึงธุรกิจบันเทิง รายการโทรทัศน์ รายการข่าว รายการวิทยุ ที่จะเข้ามาช่วยเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์

“ที่ผ่านมาสินค้าไทยเจ็บปวดว่าทำไมสินค้าไทยไม่ไประดับโลกทั้งที่มีของเจ๋งๆ เยอะ ของกินของใช้อร่อยทั่วไทย มีสินค้าดีอยู่แล้ว อีคอมเมิร์ซที่สำคัญสุด คือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เราได้เข้ามาช่วยส่งเสริมโปรโมตหลายช่องทาง เพราะของต่อให้ดียังไงถ้าไม่โฆษณาก็ขายไม่ออก จึงอยากให้ช่วยกันสนับสนุนสินค้าไทย ซึ่งวันนี้เว็บไซต์เราพร้อมแล้ว โดยได้ความร่วมมือจากสำนักพิมพ์มติชน นำหนังสือมาร่วมจำหน่ายในเว็บไซต์ด้วย” ดร.โชคชัยกล่าว

ส่วนใครที่อยากส่งสินค้ามาร่วมขายบน thailand postmart.com สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะให้การพิจารณากลุ่มวิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอี หรือกลุ่มเกษตรกรก่อนเพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชน

นอกจากของกินของใช้ทั่วไทยที่จะได้เลือกช้อปกันสบายๆ แล้ว ยังมี “หนังสือ” จาก สำนักพิมพ์มติชน ที่เข้ามาช่วยเสริมให้สินค้า thailandpostmart.com มีความหลากหลายมากขึ้น

โดยทางมติชนคัดเลือกหนังสือยอดนิยมส่งให้ถึงมือผู้อ่านทั่วประเทศผ่านไปรษณีย์ไทย ในชุด “TOP 20” หรือ “20 อันดับหนังสือขายดี” ที่มีนักอ่านจำนวนมากยืนยันความสนุก อ่านแล้วต้องบอกต่อ อาทิ โลกที่เห็นเป็นอย่างที่คิด ของนักเขียนชื่อดัง ‘หนุ่มเมืองจันท์’, วิ่งได้ไม่ใช่แค่ได้วิ่ง ของครูดิน-สถาวร จันทร์ผ่องศรี, ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต-พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ ของ วีรพร นิติประภา นักเขียนซีไรต์, The Godfather นิยายดังระดับโลก ที่ทุกคนหลงรักและถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว

และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือหนังสือแนวประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมติชนมีผลงานโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดชุด “ไปรษณีย์ไทยไขประวัติศาสตร์” คัดเลือก 50 เรื่องที่อยากส่งต่อให้ผู้อ่าน อาทิ อยากลืม

กลับจำ, พระราชวงศ์จักรีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 (สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ 6), พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 5, ประวัติต้นรัชกาลที่ 6, พม่ารบไทย ว่าด้วยการสงครามระหว่างไทยกับพม่า, พงศาวดารเรื่องไทยรบพม่า, กรุงแตกพระเจ้าตาก, การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี, การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์, ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต ล้วนเป็นหนังสือขายดีติดอันดับในงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา

สำหรับหนังสือจากสำนักพิมพ์มติชนจะพร้อมเสิร์ฟนักอ่านบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น thailandpostmart.com รวมถึงที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

และโปรโมชั่นที่อยากบอกต่อให้ได้ไปกดช้อปหนังสือออนไลน์ คือสำนักพิมพ์มติชนมอบส่วนลดให้ 10% จากราคาปก และที่สำคัญเมื่อซื้อครบ 1,000 บาท รับไปเลยกระเป๋า Tote ออกแบบโดย นักรบ มูลมานัส ศิลปินงานคอลลาจชื่อดัง

ไปรษณีย์ไทยพร้อมส่ง มติชนพร้อมเสิร์ฟ ทั้งหนังสือดัง ของดีประจำจังหวัด ของอร่อยทั่วไทย มีพร้อมครบจบที่เดียว