คอลัมน์ โลกสองวัย : ใบไม้สำคัญ ‘มะตูม’

5.06.18 | 17:26 น.

น้องหนูที่ชมข่าวจากโทรทัศน์ โดยเฉพาะข่าวในราชสำนัก ที่เริ่มจากข่าวสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานวโรกาสให้ผู้ที่จะไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำต่างประเทศเข้ากราบถวายบังคมลา

ขณะที่นำพานพุ่มถวายกราบบังคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจิมบนหน้าผาก ทรงหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ลงบนกลางศีรษะ และทรงนำใบไม้พระราชทานให้ผู้กราบบังคมนำขึ้นทัดหูข้างขวา ก่อนกราบบังคมลาอีกครั้ง

น้องหนูทราบหรือไม่ว่าใบไม้ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ผู้เข้าเฝ้านำขึ้นทัดใบหูข้างขวา คือใบอะไร

นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านฉบับปักษ์หลัง 15 พฤษภาคม 2561 หน้า 76 เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เขียนในคอลัมน์สมุนไพรอภัยภูเบศร เรื่อง มะตูม สมรภูมิสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ ไว้ว่า

“มะตูม” เป็นสมุนไพรเก่าแก่ของอินเดีย ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรชนิดนี้ เป็นไม้มงคลของศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะ (พระอิศวร) ด้วยใบมะตูมมีลักษณะเป็น 3 แฉก คล้ายตรีศูลของพระอิศวร เมื่อมีการบูชาพระศิวะจะต้องนำใบมะตูมมาถวายพร้อมกับท่องมนต์ หรือวางไว้ใต้ตำรา วัดฮินดูที่บูชาพระศิวะ นิยมปลูกมะตูมไว้ ห้ามไม่ให้ตัดโค่น

Advertisement

ในประเทศไทยซึ่งเคยได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์มีการนำใบมะตูมมาใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ อาทิ พิธีพืชมงคลแรกนาขวัญ ในพิธีสมรสพระราชทาน ในโอกาสที่พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าฯเพื่อเจริญพระชนมพรรษา หรือเอกอัครราชทูตไทยกราบถวายบังคมลงไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ เป็นต้น

ทั้งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดชัยนาท คนโบราณเชื่อว่าใบมะตูมป้องกันภูตผีปิศาจและเสนียดจัญไร เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล

ในเทคโนโลยีชาวบ้านฉบับเดียวกัน หน้า 77 นายเกษตร คน สัตว์ สิ่งของ คอลัมน์ เกษตรแกลลอรี่ ยังนำเสนอ

“หมูโสร่ง”

น้องหนูไม่น้อยคนเพิ่งรู้จักชื่อนี้ “หมูโสร่ง” จากละครโทรทัศน์เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่นำเสนอเป็นละครภาคหลังข่าวของช่อง 3 เพิ่งจบ และนำมาเสนอใหม่เป็นละครภาคค่ำก่อนข่าว

วันนี้หมูโสร่งซึ่งเป็นของว่างของไทยที่ไม่ค่อยมีผู้รู้จักมากนัก เนื่องจากเป็นอาหารชาววัง นำเข้าจากโปรตุเกสในสมัยอยุธยา จากเมนูนี้ทำให้รู้ว่า คนไทยดัดแปลงอาหารชาติต่างๆ ได้อย่างลงตัวเข้ากับชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทย มีชื่อและเอกลักษณ์ความเป็นไทย จนออกมาเป็นหมูโสร่ง

เมื่อนำมาเสนอในละครบุพเพสันนิวาส ทำให้คนไทยยุคดิจิทัลได้ย้อนกลับไปดูรากฐานความเป็นไทย ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น

น้องหนูมาทราบถึงการประกอบอาหารของว่างชื่อหมูโสร่งว่ามีขั้นตอนและเครื่องปรุงอะไรบ้าง

เริ่มด้วยโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้เข้ากัน และนำมาหมักกับหมูสับ ใส่ไข่ น้ำปลา ซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 30 นาที

นำหมี่ซั่วแช่น้ำให้เส้นนุ่ม เทน้ำออกผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ปั้นหมูสับให้เป็นก้อนพอดีคำ ใช้หมี่ซั่ว 4 เส้นค่อยๆ พันรอบหมูก้อน เก็บปลายเส้นหมี่ซั่วให้เรียบร้อย ไม่ให้หลุดตอนทอด

นำไปทอดใช้ไฟกลางๆ น้ำมันท่วมๆ หน่อย จะได้สุกทั่วและไม่ติดกระทะ จนสุก สีเป็นเหลืองทอง

นำมาจัดบนจานให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟกับน้ำจิ้ม ปรุงรสตามใจชอบ

เท่านี้ น้องหนูจะฟินเว่อร์กับคำชมความอร่อยด้วยฝีมือตัวเอง

แล้วนำมานั่งรับประทานร่วมกันระหว่างชมบุพเพสันนิวาสช่วงก่อนข่าวอีกครั้ง

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนนี้ มติชนอคาเดมีจัดรายการทัวร์ ออกพระเพทราชา “ฮีโร่” แห่งกรุงศรีฯ ที่สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา กับวิทยากรเจ้าเก่าผู้ช่ำชองทั้งพื้นที่และเรื่องราว รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี

เช้าหกโมง พบกันที่มติชนอคาเดมี พร้อมอาหารเช้า แล้วออกเดินทางไปสุพรรณบุรี ชมวัดหน่อพุทธางกูร วัดกุฎีทอง อาหารกลางวันที่ครัวน้องริมแม่น้ำน้อย ฯลฯ สนใจติดตามรายละเอียดพรุ่งนี้