เริงโลกด้วยจิตรื่น : เหตุที่ต้อง‘ทำดี’ไว้ : โดยจันทร์รอน

10.06.18 | 12:00 น.

เหตุที่ต้อง‘ทำดี’ไว้

สั่งสอน แนะนำบอกกล่าวกันมาแต่โบราณกาลว่า “ทำดี อย่าทำชั่ว”

การทำความดีทำให้มีความสุข การทำไม่ดีจะทำให้มีความทุกข์ เป็น “สวรรค์ในอก นรกในใจ”

แต่แม้ “ผลของทำดี ความชั่ว” จะสร้างความเชื่อให้เกิดขึ้นในใจ ก็คล้ายว่าเป็นความเชื่อที่ยังไม่สมบูรณ์ มีคนจำนวนมากแม้จะไม่เถียงแต่กลับไม่ทำตาม

ยังมีความคิดหวังว่า ยังมีเวลาที่จะทำตามความเชื่อแบบนั้น เฉพาะหน้านี้ขอทำตามใจไปก่อน

Advertisement

กลายเป็นว่า “ความเชื่อ” ดังกล่าว ในคนจำนวนมากไม่ได้มีผลอะไร

และการใช้ชีวิตอย่างตามใจตัวเองแค่ไหนนี่เองที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน

เพราะ “ความดี” และ “ความชั่ว” นั้นทำอย่างไรย่อมส่งผลอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น

มนุษย์เราหากก้าวข้าม “ความดี ความชั่ว” ไปได้ คือมีปัญญาสูงส่งที่เลือกทำเฉพาะในสิ่งที่ควรทำ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จะเป็นผู้ที่มีจิตสงบ

เมื่อมีเรื่องราวใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิต การนึกถึงความเหมาะควร ความถูกต้อง จะทำให้รักษาความสงบของ
จิตใจไว้

แต่เพราะการทำในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะควรเป็นเรื่องละเอียด ต้องอาศัยความเข้าใจในปัจจัยต่างๆ ที่มาประกอบกัน และรู้ได้ด้วยปัญญาชัดเจนว่าจะก่อให้เกิดผลอย่างไร เพื่อกำหนดเจตนาของตัวเองให้จัดการเรื่องราวนั้นในความถูกต้องเหมาะสมนั้นได้ตลอด

เพราะหนทางนี้จำเป็นต้องอาศัยสติที่มั่นคง และสมาธิที่แน่วแน่ อันมาจากการฝึกฝนที่เพียงพอ จึงไม่ใช่ว่าใครๆก็ใช้ได้
วิธีการที่ง่ายกว่าคือ แบ่งชัดเจนว่าแบบไหนดี แบบไหนไม่ดี

อย่างเช่นการเบียดเบียนชีวิต ทรัพย์สิน ผู้เป็นที่รักของผู้อื่น การพูดร้าย และการเสพสิ่งมึนเมานั้น ไม่ดี

การไม่เบียดเบียน การให้ การพูดไพเราะ การรักษาสตินั้น ดี

แล้วเลือกทำในสิ่งที่ดี เว้นในสิ่งที่ไม่ดี

เป็นหนทางที่เป็นความสุข หรือความทุกข์ให้กับชีวิต

ความจริงแล้ว ทุกเรื่องราวแค่ดำเนินไปตามปัจจัยที่มาประกอบกันขึ้น

ในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีผลให้เป็น “สุข” หรือ “ทุกข์”

“สุข” หรือ “ทุกข์” เป็นเรื่องความรู้สึกนึกคิดที่เกิดจากเรื่องราวนั้น

เรื่องราวเดียวกัน จึงมีบางคนสุข บางคนทุกข์

ในเรื่องเดียวกันนั้น คนที่ “สุข” คือคนที่ก่อนหน้านั้นทำดีต่อปัจจัยที่มาประกอบเป็นเรื่อง เมื่อทำดีไว้อย่างน้อยย่อมเกิดความคิดไปในทางที่เชื่อว่า เรื่องราวนั้นน่าจะ หรือควรจะส่งผลดีต่อตัวเอง

ในทางกลับกันคนที่ไปทำเรื่องราวไม่ดีไว้กับปัจจัยที่มาประกอบเป็นเรื่องราวนั้น ความไม่ดีย่อมนำมาซึ่งความกังวลว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะส่งผลในทางไม่ดีกับตัวเอง

คนที่ทำดีจึงมีแนวโน้มที่จะมีความคิดในทางที่ทำให้ใจเป็นสุข

ขณะที่คนทำไม่ดี ย่อมเกิดวิตกจริตไปในทางกังวลว่าผลของความไม่ดีนั้น ซึ่งก็คือความทุกข์

ทั้งที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการเกิดตามผลของเหตุที่มาประกอบกัน

ไม่ได้เป็นดี หรือชั่วในตัวเอง

แต่จิตใจของคนที่ทำความดีไว้กลับน้อมไปในทางเชื่อมั่นว่าจะส่งผลในทางดีงาม

ขณะที่ของคนที่ทำความไม่ดีไว้ ย่อมโน้มไปทาง ห่วงใยกังวลว่าจะส่งผลในทางร้ายต่อตัว

“ทำดีไว้ อย่าทำชั่ว” จึงเป็นคำแนะนำที่บอกเล่าจากประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านโลกมาก่อน

อันควรจะน้อมนำมาเป็นแนวดำเนินของชีวิต

หากเป็นชีวิตที่ยังไม่หลุดเลยพ้น “ความสุข-ความทุกข์”

มั่นอยู่ใน “ความสงบในทุกสัมผัส”แล้ว