คุยกับ วินมอเตอร์ไซค์ ‘เฉลิม ชั่งทองมะดัน’ จุดปะทะยุค 4.0 ‘เราจะอยู่แบบเดิมไม่ได้’

10.06.18 | 15:59 น.

การเข้ามาของแอพพลิเคชั่นเรียกรถโดยสารทั้งแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ สร้างความสะดวกสบายให้ผู้โดยสาร แก้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร แจ้งราคาชัดเจน มีระบบการให้คะแนน

อีกทั้งการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพพ์จะได้ราคาถูกกว่าวินทั่วไปทำให้เป็นที่นิยมมาก

เมื่อมีเหตุการณ์วินปะทะแกร็บ หรือวินออกมารวมตัวเรียกร้อง ทำให้คนจำนวนมากไม่พอใจ เพราะผู้บริโภคย่อมต้องการบริการที่ดีและถูกกว่า

การใช้กำลังย่อมไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง แต่ความขัดแย้งในอาชีพวินวันนี้เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่มีการปรับตัวจากภาครัฐเข้ามารองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคม ผลักให้คนต้องเผชิญหน้ากันเอง

เฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย เป็นอีกคนที่ออกมาสนับสนุนให้วินมอเตอร์ไซค์ทำงานผ่านแอพพ์

Advertisement

หลายปีที่แล้ว เขาเคยเข้าไปร่วมประชุมออกแบบกรุงเทพฯในอนาคต มีอาจารย์จุฬาฯบอกเขาว่า อีกไม่นานจะมีบริษัทเข้ามาแข่งขันเรื่องวินมอเตอร์ไซค์ผ่านแอพพ์ นอกจากจะต้องทำใจแล้ว ควรหาแนวร่วมเป็นแอพพ์ที่ไม่เอาเปรียบและตอบโจทย์ที่สุด

เฉลิมได้รับการแนะนำให้รู้จักคนมาเลเซียที่อยากมาลงทุนในไทย จึงเกิดความร่วมมือเป็นแอพพ์ “โกไบค์” ในเงื่อนไขว่าต้องทำตามสิ่งที่วินยอมรับได้ จึงให้เฉพาะวินมอเตอร์ไซค์มาบริการส่งผู้โดยสาร

เขายืนยันว่าพร้อมร่วมมือกับทุกแอพพ์ที่ให้ความเป็นธรรมและไม่เอาเปรียบ

เฉลิมเป็นคนบุรีรัมย์ เข้ากรุงเทพฯมาตั้งแต่วัยรุ่น ทำงานแบกหาม งานโรงงาน สุดท้ายมาขับวินกว่า 30 ปีแล้ว

ด้วยความเป็นคนช่างพูด กล้าแสดงออก ทำให้เฉลิมมักได้เป็นผู้นำ เป็นหัวหน้าคนหนุ่มสาวในหมู่บ้าน หัวหน้าทีมฟุตบอล ตอนบวชก็ได้เป็นหัวหน้าพระในวัด ทำงานโรงงานก็ชวนเพื่อนตั้งสหภาพจนโดนจ้างออก ทุกวันนี้ได้เป็นประธานวินซอยลาดพร้าว 101 ที่มีเลือกตั้งทุก 2 ปี

“เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นธรรมเราจึงลุกขึ้นมาต่อสู้ เลือกตั้งทีไรเขาก็เลือกผม เพราะผมไม่เอาเปรียบเขา แต่ก่อนนักเลงคุม พอมีเลือกตั้งเขาก็ไม่เลือกนักเลง การเลือกตั้งในวินเป็นการไล่ผู้มีอิทธิพลอย่างหนึ่ง เลือกตั้งเล็กๆ แบบเรายังสำคัญเลย แล้วการเมืองถ้าไม่เลือกตั้งจะอยู่ยังไง”

แม้วินจะถูกมองแง่ลบในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่กฎหมายที่ยังไม่มีการควบคุมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ทำให้ผู้เล่นหนึ่งต้องอยู่ใต้ระเบียบใบอนุญาตข้อบังคับมากมาย ขณะที่อีกผู้เล่นหนึ่งไม่ถูกควบคุม มีเพียงโทษปรับเมื่อจับได้เป็นครั้งไป

“…ผมสนับสนุน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่บริษัทแอพพ์ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย…วินยังไม่เปิดใจเรื่องนี้มากนัก บางคนห่วงคนอายุมากจะใช้ไม่เป็น เรื่องนี้ต้องปรับตัวตามความเป็นจริงของสังคม เราจะอยู่แบบเดิมไม่ได้…”

จุดมุ่งหมายความเป็นมาการตั้งสมาคม?

สมัยนายกฯทักษิณเป็นรัฐบาล ประกาศไม่ให้ผู้มีอิทธิพลมายุ่งกับวิน แต่ยังมีคนมาเก็บเงินอยู่ เราก็แจกใบปลิวให้คนเดือดร้อนมารวมตัวกันเรียกร้อง ปิดบ้าน นายกฯ ปิดสภา ไม่ให้วินจ่ายผู้มีอิทธิพลที่มีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลังแล้วต้องลงมาคุ้มครองพวกเราอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้ต่อสู้เองแล้วโดนกระทืบ เขาเลยเปิดบ้านพิษณุโลกให้เอาปัญหามานั่งคุยกัน นายกฯทักษิณพูดว่า การต่อสู้แบบนี้เสี่ยงต่อกฎหมาย ให้ไปจดเป็นสมาคมเพื่อปกป้องสิทธิตัวเอง ตอนนั้นเรายังไม่เดือดร้อนเลยไม่รีบทำ

พอนายกฯทักษิณไปแล้ว ผู้มีอิทธิพลก็กลับมาอีก เลยรวมตัวไปจดทะเบียน 23 ม.ค. 2553 เพื่อปกป้องอาชีพเราไม่ให้ถูกรังแก ปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ ทำประโยชน์ให้สังคม และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

มีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์ด้วย?

วินลาดพร้าว 101 มี 364 คัน ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ช่วยเรื่องออกรถ ใช้จ่ายในครัวเรือน บางคนเอาไปเกี่ยวข้าว ไถนา ซื้อปุ๋ย ทำบ้าน ให้ค่าเทอมลูก เพราะวินไม่มีสลิปเงินเดือน กู้เงินจากแบงก์ลำบาก บางคนเอาไปปิดหนี้นอกระบบแล้วมาผ่อนที่กลุ่มต่อ ดอกเบี้ยเอามาปันผลและเป็นสวัสดิการเจ็บป่วยอุบัติเหตุ

ส่วนตัวสนับสนุนการใช้แอพพ์?

ผมสนับสนุน 100% แต่บริษัทแอพพ์ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ต้องเอาป้ายเหลืองวิ่งรับผู้โดยสาร วินก็วิ่งรับส่งเอกสารเพิ่มได้ แต่ก่อนบริษัทเล็กต้องจ้างเมสเซ็นเจอร์ไว้วิ่งเอกสาร เดือนนึงส่งไม่กี่เที่ยว แต่ยุคนี้ใช้แอพพ์ เที่ยวละ 300 ไม่ต้องจ้างแล้ว ไหนจะเงินเดือน-สวัสดิการ เมสเซ็นเจอร์จะค่อยๆ หายไป แต่วินจะมาแทน จากที่นั่งรอผู้โดยสาร ก็มีงานเพิ่มมา แต่วินยังไม่เปิดใจเรื่องนี้มากนัก บางคนห่วงคนอายุมากจะใช้ไม่เป็น เรื่องนี้ต้องปรับตัวตามความเป็นจริงของสังคม เราจะอยู่แบบเดิมไม่ได้

ผมรู้ว่าความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นกับอาชีพของเรา คนอื่นรู้ช้ากว่าก็ตกใจ จู่ๆ มีคนมาวิ่งรับที่วินเรา กลัวคนแย่งรับผู้โดยสารเลยต่อต้าน แต่ผมมองว่าไม่ได้แย่งรับหรอก เพราะเราก็ไปรับที่อื่นได้เหมือนกัน เปิดโอกาสให้ทุกคน คนที่วิ่งรถไม่ทันก็ให้คนอื่นมาได้ ผู้โดยสารที่ยืนรอก็ไม่ต้องกังวลว่าไม่มีรถ ออกจากบริษัทไม่ต้องมาขึ้นรถที่ปากซอยแล้ว ข้อมูลอยู่ในมือหมด ลงรถก็กดให้ดาว ถ้าวิ่งไม่ดี ผู้โดยสารไม่ให้ดาว โอกาสรับก็น้อยลง แต่ถ้าคุณทำดี ผู้โดยสารก็เห็นว่าคะแนนเยอะ เกิดประโยชน์ต่อคนทำความดี

อะไรทำให้วินรู้สึกต่อต้านแอพพ์มากสุด?

1.เรื่องราคา ราคาแอพพ์มันถูก ปัจจุบันกระทรวงกำหนดราคาก็จริง แต่วินไม่ได้ทำตาม อ้างว่าเป็นคนขึ้นทะเบียนถูกต้อง แต่ไม่หันมามองว่าที่ทำนั้นไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อันไหนที่ได้ก็ว่าตัวเองถูก แต่อันไหนเสียก็ไม่ยอมรับ ราคาแอพพ์เท่ากระทรวงกำหนด แต่เขามองว่าวิ่งอยู่ทุกวันนี้ได้แพงกว่าแอพพ์ ก็เลยไม่ค่อยอยากวิ่งกัน อย่างผมไปส่งซอยลาดพร้าว 71 แต่ต้องกลับรถโชคชัย 4 แอพพ์ก็มองแค่ระยะทางที่ไป ถ้าปกติตกลงกันก็อธิบายผู้โดยสารว่าขอเพิ่มได้ไหม ผู้ขับขี่มองว่ายังไม่ตอบโจทย์ เลยไม่อยากเข้ากัน

2.เขาบอกว่าแอพพ์ไม่สามารถกำหนดพื้นที่ได้ เช่นวินอื่นในแอพพ์วิ่งมารับที่วินผม ข้ามวินกันก็ทะเลาะ เขาขอว่าแอพพ์ขีดเส้นไม่ให้วินข้ามกันได้ไหม ถ้าคนเรียกแล้วไม่ไปก็ผิดเงื่อนไขแอพพ์ ถ้ารับก็ทะเลาะกับวินตรงนั้น ไม่เอื้อให้เขาเข้าไปใช้แอพพ์

ล่าสุดที่เข้าไปคุยกับภาครัฐ วินพอใจหรือยัง?

ผมเรียนผู้ใหญ่ว่าต้องไปแก้ตรงนี้ เขาเลยบอกว่าให้วินทุกคันไปร่วมกับแอพพ์ไหนก็ได้ คนนึงมี 5 แอพพ์ก็ได้ โดยบริษัทแอพพ์ลงมาโปรโมตเอง ส่วนเรื่องราคาผู้ใหญ่บอกขึ้นไม่ได้ ก็เลยเกิดการไม่ยอมรับ เราให้บริการถึงหน้าบันได แทนที่จะเพิ่มค่าบริการให้เราบ้าง เรียกจากแอพพ์ถูกกว่า แถมมารับหน้าบันได ถ้าเป็นผู้โดยสารผมจะจ่ายเพิ่มให้เขา แต่วินเรียกรับเพิ่มไม่ได้จะผิดทันที

ราชการบอกว่ารับข้ามเขตก็อย่าทะเลาะกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ถ้าอย่างนั้นแอพพ์ตีวงให้แคบลงได้ไหมไม่เกิน 2 กม. ถ้าผู้โดยสารอยู่ในวงนี้ให้แต่กลุ่มพวกผมเห็น บริษัทแอพพ์ก็รับปากจะไปปรับปรุงให้ตอบโจทย์อาชีพวิน เขาต้องการให้ภาครัฐประกาศชัดเจนว่าการรับข้ามวินทำได้ หรือถ้าคนไม่ได้เรียกแล้วไปจอดรับถือว่าผิด สมัยก่อนผู้มีอิทธิพลกำหนดว่าวินนี้รับได้ถึงตรงนี้ ถ้ารับข้ามวินคือกระทืบ พอจัดระเบียบเขาก็ถามว่าข้อนี้เอาไว้ไหม เพื่อไม่ให้ทะเลาะกัน เป็นวัฒนธรรมเก่า พอมาถึงยุคไทยแลนด์ 4.0 ควรยกเลิกไหม

สิทธิผู้โดยสารจะใช้บริการใครก็ได้ อย่างรถคันนี้เมาแต่ถึงคิวออกแล้ว ต้องไปกับคนนี้เท่านั้นไหม เราต้องเปิดใจตรงนี้ คนที่ตั้งใจบริการก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าบริการไม่ดี เขาไม่เลือกคุณ งานก็ค่อยๆ หายไป สุดท้ายนั่งรออยู่วินอย่างเดียว คนเรียกแอพพ์หมดแล้ว ทำให้คนเหล่านี้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ที่ผ่านมาเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็อยู่ได้เพราะออกตามคิว

คนขับวินมีต้นทุนอะไรมากกว่าคนทั่วไปที่มาวิ่งแกร็บ?

กว่าจะได้มาขับวิน ต้องไปสอบประวัติ ประวัติไม่ดีก็ทำไม่ผ่าน ทำใบขับขี่สาธารณะก็ยาก รถต้องเป็นชื่อตัวเอง เคยติดคุกก็ทำไม่ได้ ถ้าไม่ดีพอจะอยู่ในอาชีพนี้ไม่ได้ ส่วนคนที่มาวิ่งแกร็บโดยไม่ขึ้นทะเบียนเขาไม่ต้องทำอะไร ไม่ใช่บังคับให้เราทำนี่ทำนั่น แต่บริษัทแกร็บไม่ต้องทำอะไรเลย เอาเปรียบพวกเรามากเกินไป นี่คือความรู้สึกของวินที่เขาบอกมา

การขอป้ายเหลืองต้องมีวินชัดเจน คนทั่วไปที่มาขับแกร็บไม่สามารถขอได้?

คนทั่วไปที่ขับแกร็บอยู่ไม่สามารถเป็นป้ายสาธารณะได้ เพราะ 1.ต้องมีวินสังกัด 2.ต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกในวินให้เข้าร่วม 3.ต้องมีที่จอดมีเขตพื้นที่ชัดเจนจึงจะขึ้นทะเบียนได้ แกร็บบอกว่ามีป้ายดำวิ่ง 4 หมื่นกว่าคัน เราก็ตกใจนะ เขารับปากว่า 4 หมื่นคันนี้จะพยายามให้ไปทำป้ายเหลือง หมายความว่าต้องกระจายไปขอเข้าวินใดวินหนึ่งตามเงื่อนไขของการขึ้นทะเบียน แต่ถ้ายังขึ้นทะเบียนไม่ได้ ก็จะให้ไปวิ่งส่งของแทน ตกลงกันแบบนี้จึงโอเค

รายได้เฉลี่ยของวินเท่าไหร่ ขับแกร็บแล้วเพิ่มมากไหม?

ถ้าเฉลี่ยในวินผมวันละ 500-1,000 บาท ถ้ามีคนเหมาให้ไปส่งของจะมีรายได้เพิ่ม ถ้าวิ่งเฉพาะส่งคนในซอยได้วันละ 500-600 บาท ส่วนวินแถวสถานีรถไฟฟ้า วันละ 1,000-2,000 บาท

ขับวินอยู่ในซอยจะมีช่วงเช้าคนออกไปทำงาน กับช่วงเย็นคนกลับบ้าน สายๆ ผมก็เข้าบ้านนอน พอมีแอพพ์ แทนที่จะนั่งรอผู้โดยสารช่วงสาย ก็มีงานส่งของ ซึ่งคิดราคาสูงกว่าส่งคน รายได้เพิ่มขึ้นมาแน่นอนถ้าเราไม่ปฏิเสธ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมตลอด

ถ้ามีคนอยากเข้าไปในวินจะยากไหม?

ไม่ยาก วินผมมีคนเข้าออกตลอด ถ้าเหนื่อยก็ให้ญาติให้น้องมาขับแทน ใช้เบอร์เดิม แต่คนในวินต้องรับรอง ปีนี้หายไป 50 เบอร์ ก็ต้องมี 50 เบอร์มาเติมที่เป็นลูกหลาน ไม่ใช่ว่าเลิกขับแล้วเบอร์ไปด้วย ที่จริงภาครัฐต้องการแบบนั้น แต่จะเป็นการฆ่าวินให้ตายไปเรื่อยๆ

นโยบาย กทม.บางทีเป็นนโยบายที่พยายามให้วินหมดไปจากกรุงเทพฯ เพราะห้ามจอดบนฟุตปาธ ตำรวจก็ห้ามจอดบนพื้นผิวจราจร แล้ววินจะจอดตรงไหน เราควรมาคุยกันว่า ตรงนี้จอดได้ แต่ต้องรักษาความสะอาด ให้คนมีทางเดิน มาแก้ไขร่วมกันจะถูกต้องกว่า ห้ามวินจอด แต่แม่ค้ารถเข็นขายของกันเต็ม ก็รู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง

อย่าลืมว่าเมืองไทยมีหาบเร่ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย วินมอเตอร์ไซค์ก็เกิดมา 30 กว่าปีแล้ว ภาครัฐไปเก็บผลประโยชน์แล้วบอกว่าได้ พอวันนี้ห้ามรับผลประโยชน์ก็บอกว่าไม่ได้ เหมือนไม่อยากให้มันท้อง แต่มันเกิดมาเป็นคนแล้วจะฆ่าให้ตายเลยเหรอ

เป็นเสน่ห์เมืองหลวง จะทำยังไงให้หาบเร่อยู่อย่างมีเสน่ห์ เพราะคนต่างประเทศมาเที่ยว เขาไม่ได้เกะกะหาบเร่ อยากกินของหาบเร่ด้วยซ้ำ อยากมาเดินดูวัฒนธรรมไทย แล้วจะทำยังไงให้วัฒนธรรมนี้อยู่อย่างสวยงาม ไม่ต้องมาขัดแย้งกับภาครัฐ ทำยังไงให้วินอยู่อย่างสวยงาม มีหลังคา ไม่ขัดแย้งกัน เป็นเสน่ห์ของบางกอก ผู้ใหญ่พูดว่าจะให้กรุงเทพฯในอนาคตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มันไม่ใช่สะอาดอย่างเดียว มันต้องมีวัฒนธรรมด้วย นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยบอกกินง่าย ไม่ต้องขึ้นห้าง กินข้างถนนก็ได้ แต่วันนี้คุณบอกไม่ให้มี แล้วจะยังไง

อยากฝากว่า บ้านเมืองสะอาดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมด ต้องปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศ

ไม่ต่อต้านการจัดระเบียบ แต่เขาต้องช่วยเราด้วย?

ไม่ต่อต้านครับ แต่ต้องจัดให้มีเสน่ห์ ถ้าคุณมีลูก 5 คน แล้ววันนี้ต้องการให้เหลือ 3 คน เอาไปยิงทิ้ง 2 คน มันไม่ใช่ไง 2 คนนี้จะให้มันทำงานหน้าที่ไหนถึงจะช่วยกันพัฒนาครอบครัวเรา ถ้าบอกว่าเอาแค่นี้ ก็ทำหมันไปสิ ไอ้ที่มีอยู่ก็รักษากันไป ถึงจะถูกต้อง แต่ให้ฆ่าทิ้งไปเลย มันไม่ไหว สิทธิอยู่ตรงไหน

การซื้อขายสิทธิวิ่งวินมีมานานหรือยัง?

มีตั้งแต่เริ่มเป็นวินมอเตอร์ไซค์ขึ้นมา แต่ก่อนเจ้าของวินขายเสื้อเอาเงินเข้ากระเป๋าคนเดียว เสื้อตัวนึงต้องจ่ายเดือนละ 3 พัน แล้วถ้ารถไม่พอก็เพิ่มเสื้อ ใครจะมาวิ่งต้องจ่าย 5 หมื่น ได้เงินคนเดียว แต่ยุคนายกฯทักษิณประกาศจัดระเบียบห้ามซื้อขายเสื้อวิน ใครวิ่งอยู่ให้เป็นสิทธิคนนั้นไป คนที่ได้สิทธิเขาก็ซื้อมาจากผู้มีอิทธิพล พอจะเลิกขับก็อยากได้เงินที่เสียไปคืน บางคนให้ฟรีก็มี เป็นการตกลงกับคนที่มาขับแทน บางพื้นที่ 2-5 พัน บางพื้นที่เป็นแสน เราก็ไม่รู้เขาแอบทำกัน พอไปถามเขาก็บอกไม่ได้ขาย นี่น้องผม แต่พอถามคนใหม่ที่มาแทนว่าให้ไปเท่าไหร่ เขาก็บอก 3 หมื่น เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น มีมานานแล้วในสังคมไทย

ทุกวันนี้ยังมีผู้มีอิทธิพลไหม?

นนทบุรีเกือบ 100% แต่ในกรุงเทพฯมีประปราย เพราะเก็บแบบเก่าไม่ได้ จะให้ตัวแทนเก็บ เช่น กรรมการวินมาเก็บเดือนละ 300-500 อ้างว่าเพื่อบริหารภายในวิน ไม่เหมือนวินผม มีเลือกตั้งทุก 2 ปี คนไหนดีก็เลือก คนไหนไม่ดีก็ไม่ต้องเลือก เงินบริหารเก็บคันละ 150 ต่อเดือน จะมีค่าใช้จ่ายภายในวินเดือนละ 4-5 หมื่นบาท กรรมการก็ต้องแจงว่าจ่ายอะไรไปบ้าง สิ้นปีเงินเหลือก็มาปันผล แบ่งเท่ากัน

ผมเคยถามวินอื่นว่าทำไมต้องจ่ายให้คนอื่น เขาบอกว่า สงสาร ถ้าไม่ให้ไม่รู้เขาจะเอาอะไรกิน เพราะพ่อเขาเป็นคนตั้งวินขึ้นมา เก็บเดือนละ 300-1,000 บาท พอพ่อเขาตาย จัดระเบียบใหม่ เหลือลูกเมียมาเก็บ วินก็บอกว่าสงสาร แค่ 300 ให้เขาไปเถอะ คนใจดีอย่างนี้ก็มี บางคนมาร้องว่าให้ไปดูหน่อยเพราะบางคนไม่อยากจ่าย แต่พอประชุมก็ไม่กล้าพูด กลัวเขากระทืบ คนที่อยากจ่ายก็พูดดังเลยเพราะไม่มีใครมากระทืบ

นอกจากรับส่งผู้โดยสารมีคนเรียกให้ไปทำอย่างอื่น?

เคยมีคนขโมยขึ้นบ้าน ผู้หญิงก็มาบอกวิน ไปรุมกันเลยก็จับได้ บางคนงูเข้าบ้าน ไม่รู้ทำยังไง ก็วินนี่แหละไปจับ น้ำไม่ไหลก็ถามพี่มีช่างไหม ทำได้ก็ทำ อันไหนไม่ได้ก็บอกที่วินมีช่างให้เขามาทำ เป็นชีวิตประจำวัน ตามเส้นทางเราวิ่งทุกวัน รู้ทุกอย่าง เกิดอุบัติเหตุก็ช่วยเหลือเบื้องต้น แจ้งกู้ภัย แจ้งตำรวจให้มา

บางคนมองว่าวินมอเตอร์ไซค์เรื่องมาก ทำไมไปด่าแกร็บ เขาไม่เคยมองลึกๆ ว่าวินมอเตอร์ไซค์โดนกดขี่มายังไง วินมีประโยชน์ต่อสังคมเยอะ แต่ทางผู้ใหญ่จะใช้ประโยชน์หรือไม่เท่านั้นเอง กทม.อยากให้ถนนหนทาง สายไฟเรียบร้อยแบบที่คุณโฆษณา ก็ให้วินเข้าไปร่วมสิ ซอยนี้ผมเข้าทุกวัน รู้ว่าตรงไหนมีหลุม ตรงไหนไฟไม่ติด ถามว่าผมจะแจ้งใคร มีแต่โฆษณาออกสื่อ โทรไปก็ไม่รับ ให้โทรไปที่อื่น วนอยู่อย่างนี้จนรำคาญ เขตก็จะบ่นทำให้งานเพิ่มขึ้น ออกข่าวก็ทำให้โดนด่า เรื่องยาเสพติดไปบอกว่าตรงนี้ขายกัน เขาก็บอกเด็กผมอย่าไปยุ่ง พรุ่งนี้มีคนมาถามเลยว่าใครแจ้งตำรวจ เราเลยไม่อยากยุ่งเรื่องพวกนี้

เขามีโครงการตาสับปะรด เราเป็นหูเป็นตาให้เขาได้ แต่บอกไม่ได้ รู้เฉยๆ อย่าพูดมาก ผมทำโครงการบิดเปลี่ยนเมืองกับอาจารย์จุฬาฯ เสนอไปยูเอ็นได้รางวัล แต่ประเทศไทยไม่เอามาใช้จริง