เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระราชินีใน ร.9’ ‘กัลฟ์’ ชวนปลูกข้าวลงนา ปลูกหญ้า (แฝก) ป้องดิน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมี “โรงไฟฟ้า” ผุดขึ้นในชุมชน สามารถสร้างความหวาดระแวงรอบด้าน

ทั้งมาตรฐานการก่อสร้าง ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ชุมชน รวมไปถึงการเป็นต้นเหตุของมลภาวะทางดิน น้ำ อากาศ หรือรุนแรงกว่านั้น

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน รวมแล้วเรียกว่า “กลุ่มบริษัทกัลฟ์” ได้ตระหนักในสิ่งเหล่านั้นเสมอมา

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหนองแซง หรือ โรงไฟฟ้าหนองแซง อ.หนองแซง จ.สระบุรี เป็นอีกหนึ่งกิจการของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ โดยเป็นโครงการโรงไฟฟ้าขนาด 1,600 เมกะวัตต์ ที่ใช้ “ก๊าซธรรมชาติ” เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง และไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงถ่านหินหรือนิวเคลียร์ทดแทนได้

เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งแต่สิ้นปี 2557 และมีอายุสัญญานาน 25 ปี

แม้ “กลุ่มบริษัทกัลฟ์” จะดำเนินธุรกิจการซื้อขายพลังงานทดแทน ทว่า ยังมีโครงการส่งเสริมการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โครงการส่งเสริมการพัฒนาสังคม ตลอดจนการส่งเสริมนวัตกรรมและการศึกษาที่ดำเนินควบคู่ไปในเวลาเดียวกัน

เมื่อไม่นานมานี้ บ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ได้จัดกิจกรรม ปลูกข้าวลงนา ปลูกหญ้า (แฝก) ป้องดิน ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงนาสาธิตโรงไฟฟ้าหนองแซง จ.สระบุรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

มีทั้ง “การทำนาสาธิตในแปลงนาสาธิตของโรงไฟฟ้าหนองแซง” ด้วยแนวทางเกษตรกึ่งอินทรีย์และการผสมผสาน สร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการเกษตรพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งลดต้นทุนการผลิต พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผลิต และสร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน

โดยเลือกใช้ “พันธุ์ข้าวทับทิมชุมแพ” ข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ระหว่างข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง กับข้าวหอมมะลิ 105 กลายเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณสมบัติเด่น อุดมด้วยสารอาหาร นุ่ม กลิ่นหอม และเป็นที่ต้องการของตลาด

“กิจกรรมปลูกหญ้าแฝก” บริเวณคูคลองสาธารณะ เลียบถนนทุเรียน-ห้วยบ่า เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน ปรับปรุง และพัฒนาภูมิทัศน์บริเวณคูคลองในพื้นที่ให้สวยงาม และ “กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่คูคลองสาธารณะ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในระบบนิเวศวิทยา

ธนญ ตันติสุนทร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานองค์กรสัมพันธ์ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า กิจกรรมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยมีกิจกรรมทำนาสาธิต กิจกรรมปลูกหญ้าแฝกบริเวณคูคลองสาธารณะ และกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในระบบนิเวศวิทยา

“กัลฟ์เชื่อว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมด้านการเกษตร ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตพื้นฐานของคนในสังคม สามารถเข้าถึงและมีจุดเชื่อมต่อการสร้างพลังดึงดูดให้เห็นคุณค่าร่วมกัน ช่วยขับเคลื่อนงานให้บรรลุผลสำเร็จ ตามหลักคิด ‘พัฒนาธุรกิจขององค์กร ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน'”

งานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ผู้ร่วมงานจึงมีตั้งแต่หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้ตรวจการสิ่งแวดล้อมของชุมชน โรงเรียนต่างๆ ใน ต.หนองแซง ประชาชนทั่วไป ตลอดจนสื่อมวลชนอีกจำนวนหนึ่ง

ธนญ ตันติสุนทร

สมศักดิ์ แก้วเสนา

สมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอหนองเเซง ได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธี กล่าวว่า การที่ บ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี จัดกิจกรรมนี้ขึ้นทำให้เกิดความเชื่อมโยงของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน อ.หนองเเซง ขณะเดียวกัน บ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ได้สร้างกิจกรรมทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่และเเปลงนาสาธิต เพื่อเป็นเเหล่งเรียนรู้การเกษตร รวมทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชนชาวหนองเเซง โดยครั้งนี้มีชาวบ้านให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

“เชื่อว่ากิจกรรมนี้สามารถสร้างความเชื่อมั่นกับชุมชนว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหนองแซงไม่ได้เป็นการทำลายต่อสิ่งแวดล้อมใน อ.หนองเเซงแต่อย่างใด”

ขณะเดียวกัน กัลฟ์ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมด้านธรรมชาติด้วยการปลูกพันธุ์พืชและผลไม้นานาชนิดรอบโรงไฟฟ้าหนองแซง จนเจริญงอกงามตามเวลา เมื่อได้ผลผลิตแล้วจึงมอบให้หน่วยงานต่างๆ ได้รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย

ช่วยตอกย้ำว่า การมีโรงไฟฟ้าในชุมชนหนองแซงไม่ได้สร้างปัญหา หรือก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ทั้งยังสร้างพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน เกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม


 

ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ และแปลงนาสาธิต
โรงไฟฟ้าหนองแซง จ.สระบุรี

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2558 ปัจจุบันมีเนื้อที่ 42 ไร่เศษ สำหรับสร้างความเชื่อมั่นต่อเกษตรกรบริเวณโดยรอบโรงไฟฟ้า พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนในมิติของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชน

กิจกรรมหลักภายในศูนย์ประกอบด้วย การทำเกษตรผสมผสานตามแนวทาง “เกษตรทฤษฎีใหม่”, การทำแปลงนาสาธิต และการปลูกไม้ยืนต้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชน

ทั้งนี้ ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินการ กัลฟ์บุกเบิกพื้นที่ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสาน ยึดหลัก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ขุดบ่อน้ำ ปลูกพืชผสมผสาน ทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน รวมถึงผลไม้อีกนานาพรรณ สร้างความสดชื่นและความเขียวขจีแก่พื้นที่ ตามหลักคิด “พลิกนา สร้างป่าเกษตร”

จากนั้นในปี 2559 ได้ปรับเปลี่ยนไร่นาที่ว่างเว้นการทำนาหลายช่วงฤดู จำนวน 17 ไร่เศษ เป็นแปลงนาสาธิตเพิ่มเติม จำนวน 4 แปลง โดยทำคันนาให้มีขนาดใหญ่กว่าคันนาทั่วไป เพื่อป้องกันน้ำท่วม และใช้ปลูกพืชผักหรือไม้ยืนต้น สร้างประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคต

ปี พ.ศ.2560 ศูนย์วางแผนเพิ่มความเขียวขจีแก่พื้นที่ ปลูกไม้เศรษฐกิจยืนต้นระยะยาว พร้อมไม้ผลผสมผสาน อาทิ มะม่วงมันหนองแซง อินทผลัม ทุเรียน ฝรั่ง ลิ้นจี่ ลำไย ฯลฯ โดยเริ่มมีกลุ่มชุมชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

จนถึงตอนนี้ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรฯ แปลงนาสาธิต และพื้นที่สีเขียวของโรงไฟฟ้าหนองแซงยังคงมุ่งมั่นพัฒนากิจกรรมภายในศูนย์เพื่อให้เกิดความหลากหลาย อาทิ ทำโรงปุ๋ยอินทรีย์ เลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือน ทำปุ๋ยหมักจากวัชพืชในแหล่งน้ำของชุมชน หรือการทำน้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย สำหรับใช้ในกิจกรรมพืชผักอินทรีย์ ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี นำร่องไปสู่เกษตรอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิต พัฒนาชีวิต สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค

พร้อมการันตีคุณภาพผลผลิตข้าวในแปลงนาสาธิตที่ติดกับโรงไฟฟ้า ตั้งแต่ปีที่ 1-3 (พ.ศ.2558-2560) ในระดับดีเยี่ยม เฉลี่ยแต่ละปีได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 80 ถัง/ไร่!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หมอธี’ ยาหอมดีเดย์ 1ต.ค. ครูไม่ต้องทำงานธุรการ ทุ่ม 3พันล.จ้าง ‘ธุรการ-ภารโรง’ทั่วปท.
บทความถัดไปลุงรับจ้างรายวัน โดนสรรพากรเก็บภาษีอ้างมีรายได้กว่า 1.6 ล้าน