ลบปมเดิม เสริมศักยภาพ เมื่อผู้พิการไม่จำเป็นต้องขายหวยเสมอไป

คนทั่วไปมักมองว่าผู้พิการเป็นบุคคลที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้เต็มร้อย ควรได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นพื้นทางเดินที่ขรุขระยากต่อการเข็นรถเข็น การเรียงพื้นบล็อกในบางพื้นที่อย่างไม่เป็นมิตรต่อผู้พิการทางสายตา รวมไปถึงการลดทอนบทบาท ความสำคัญของผู้พิการไปอย่างช้าๆ น่าเสียดายที่การละเลยหรือมองข้ามผู้พิการอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ด้วยเหตุนี้เองจึงส่งผลให้ผู้พิการจำนวนไม่น้อยมองว่าตนเองแตกต่างจากผู้อื่น ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติในสังคม นำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง และขาดความมั่นใจว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในสังคมเช่นกัน

จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย เมื่อเมษายน 2562 โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้พิการที่อยู่ในวัยทำงาน อายุระหว่าง 15-59 ปี จำนวน 841,408 คน กว่า 151,150 คน คือผู้พิการที่สามารถทำงานได้ แต่ยังไม่มีงาน แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายภายใต้มาตรา 33 และ 35 เพื่อการสร้างอาชีพสำหรับผู้พิการให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ หากแต่ยังขาดการยอมรับและการสนับสนุน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชน

โดยใจความสำคัญของมาตรา 33 คือ การที่บริษัทหรือสถานประกอบการทั้งรัฐและเอกชน จ้างงานผู้พิการในอัตรา 1 : 100 คน ในตำแหน่งตามความเหมาะสม ผู้ว่าจ้างปฏิบัติต่อผู้พิการในฐานะพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้สิทธิประกันสังคมและสวัสดิการต่างๆ ของบริษัทได้ ต่างจากมาตรา 35 ที่เป็นการส่งเสริมอาชีพ ให้สัมปทาน จัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาบริการ และการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ แก่ผู้พิการหรือผู้ดูแล

เพื่อความชัดเจน ต่อเนื่องและเน้นประโยชน์สูงสุดต่อผู้พิการเป็นหลัก จึงควรมีแผนดำเนินงานสำหรับระยะสั้นและระยะยาวเพื่อการส่งเสริมอาชีพแก่ผู้พิการอย่างยั่งยืน

มูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ภายใต้บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้จัดโครงการ “Unlimited Dreams” เป็นปีที่ 3 ในปี 2560 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในตัวอย่างแผนดำเนินการระยะสั้น โดยทำงานร่วมกันระหว่างแฟชั่นดีไซเนอร์แบรนด์ชั้นนำของประเทศไทย อาทิ Sretsis, Patinya, และ Greyhound Original พร้อมด้วยแพทย์เวชศาตร์ฟื้นฟูจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ให้ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับสรีระทางร่างกายเพื่อผลิตเสื้อผ้าสำหรับผู้พิการ ตัดเย็บโดยผู้พิการกลุ่มล้านนาผ้างาม จ.พะเยา และกลุ่มผู้ปกครองเย็บผ้าที่ดูแลเด็กพิการ จากภูผาม่าน จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้

นอกจากนี้ เครือ BDMS ยังมีแผนระยะยาวในการให้โอกาสและสนับสนุนผู้พิการในการแสดงศักยภาพผ่านการทำงาน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการสร้างอาชีพที่สามารถเลี้ยงดู และพึ่งพาตนเองได้

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา BDMS ได้สนับสนุนจ้างงานผู้พิการให้ทำงานด้านสาธารณประโยชน์ที่โรงพยาบาลส่งเสริมตำบล (รพ.สต.) ในตำแหน่งแม่บ้าน คนสวน หรือเจ้าหน้าที่ธุรการ ฯลฯ ตามมาตรา 35 ทั้งสิ้น 557 อัตรา โดยที่ผู้พิการยังสามารถอาศัยในภูมิลำเนาเดิมได้

โอ๋ ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลพระยุพราชกุฉินารายณ์ ในวัย 42 ปี มีความพิการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางร่างกาย ด้วยอาการขาลีบด้านขวา

โอ๋เล่าว่า ปี 2560 มีคนรู้จักแนะนำให้ลองสมัครงานเป็นผู้ช่วยกายภาพบำบัด โดยที่ตนไม่มีความรู้พื้นฐานมาก่อน แต่โรงพยาบาลได้จัดอบรมเพิ่มเติมก่อนเริ่มทำงานจริง โดยที่ทำงานอยู่ห่างจากบ้านเพียง 2 กม. ทำให้เดินทางสะดวกและไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

“ดีใจที่ได้มาทำงานที่โรงพยาบาล ช่วยเหลือคนไข้ งานด้านบริการ ถ้าทาง BDMS ยังมีงานแบบนี้อยู่ก็อยากทำไปเรื่อยๆ ขอบคุณสำหรับสถานที่ทำงานที่ไม่ต้องไปทำงานไกลบ้าน ไก  ลครอบครัว”

นอกเหนือจากการช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนแล้ว อีกภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญคือภาคสังคม ผ่านการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่ผู้พิการในชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงน้ำใจ และเพื่อตอกย้ำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon