‘สยามซินโฟนิเอตต้า’ บรรเลงทัวร์ อวด ‘วัฒนธรรมไทย’ ในยุโรป

หลังจาก สยามซินโฟนิเอตต้า ออเคสตราเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศรางวัลโลกจากเทศกาล “Summa Cum Laude” ที่กรุงเวียนนาเมื่อปี 2555 มาได้ พร้อมๆ กับรางวัลเหรียญทองจากคาร์เนกี ฮอลล์ ณ มหานครนิวยอร์ก ประตูที่เคยปิดกั้นการแสดงออกซึ่งศักยภาพของนักดนตรีไทยก็เปิดกว้าง การบุกเบิกครั้งสำคัญนี้จึงเป็นการเปิดประตูให้วงดุริยางค์คลาสสิกไทยอีกหลากหลายเข้าไปแสดงความสามารถในโลกตะวันตก

ล่าสุด “สยามซินโฟนิเอตต้า” เดินทางบรรเลงทัวร์ทั้งหมด 4 ประเทศ 8 เมืองในยุโรป ประสบความสำเร็จท่วมท้นเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมที่ลุกขึ้นยืนปรบมือต่อเนื่องยาวนาน รวมทั้งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดีเยี่ยมจากผู้รักดนตรีและสื่อต่างๆ ในประเทศฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ประเทศสโลวาเกีย และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตลอดจนคอนเสิร์ตทั้งรายการยังได้รับการถ่ายทอดสดโดยบราติสลาวา สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติประเทศสโลวาเกีย ซึ่งรับชมได้ใน 56 ประเทศ

ด้วยการแสดงที่ไม่เหมือนใคร เพราะ “สยามซินโฟนิเอตต้า” เลือกนำเสนอผลงานใหม่ของคีตกวีไทยเป็นครั้งแรกในซีกโลกตะวันตก อันเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าคีตนิพนธ์คลาสสิกของไทยไม่ใช่การเลียนแบบ ทว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หลากหลาย และแปลกใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

คีตนิพนธ์โดยคีตกวีไทยที่เปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ในยุโรป ประกอบด้วย “E. Dreams” ซึ่งบรูซ แกสตัน สอดแทรกปรัชญาของไทยในทิศทางตะวันตก, “Restoration” ผลงานทรงพลังของทฤษฎี ณ พัทลุง ผู้สร้างจักรวาลแห่งเสียงจากโน้ตเพียง 3 ตัว, “Temples of Kyoto” โดยวรปราชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ เต็มไปด้วยสีสันและการร้อยกรองเสียงซึ่งสอดคล้องงดงาม, ดนตรีประกอบภาพยนตร์เขย่าขวัญ “The Open Field” โดยพันธวิทย์ เคียงศิริ, ดนตรีชุดจาก “Helena Citrnov” มหาอุปรากรเรื่องใหม่ของสมเถา สุจริตกุล จากชีวิตจริงของสาวชาวยิว-สโลวักกับผู้คุมนาซี ผู้มีความสัมพันธ์ทางใจอย่างลึกซึ้งและท้าทายความตายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยนักวิจารณ์ดนตรีจาก Prague Music Connection กล่าวถึงคีตนิพนธ์นี้ว่า “ช่างงดงามและสยองขวัญ”

“เฮเลนา ซิโตรโนวา” มหาอุปรากรประวัติศาสตร์โดยคีตกวีไทยสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้ฟังจากบูดาเปสต์ถึงเมืองบาเดน-บาเดน โดยเฉพาะในประเทศสโลวาเกีย บ้านเกิดของเฮเลนา ซึ่งเปิดการเจรจาที่จะนำมหาอุปรากรเรื่องนี้ไปแสดง ณ โรงมหรสพแห่งชาติ

ขณะที่ สมเถา สุจริตกุล อาจารย์ผู้นำคณะทัวร์และอำนวยดนตรีส่วนใหญ่ของคอนเสิร์ต กล่าวว่า ในอดีต ดนตรีตะวันตกคือสิ่งแปลกใหม่จากต่างภูมิภาค แต่บัดนี้ เยาวชนของเรากำลังแสดงให้เห็นว่าเราได้ครอบครองมรดกโลกซึ่งไทยมีส่วนร่วม แน่นอนก็คือเด็กของเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมายจากการเดินทางผจญภัยครั้งนี้ พวกเขาได้หายใจในอากาศและพบเห็นสถานที่อันเป็นแหล่งกำเนิดของมรดกชิ้นสำคัญ ครั้งนี้เด็กไทยไม่ได้มาเพื่อศึกษาเท่านั้น แต่มาเพื่อสอน

“ศิลปินไทยก้าวไกลเทียมหน้าชาวโลกแล้วในด้านศิลปะตะวันตกยุคปัจจุบัน ทั้งจิตรกรรม ภาพยนตร์และละคร บัดนี้ถึงเวลาของดนตรีแล้ว” สมเถากล่าวปิดท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon