ครั้งแรกของโลกธุรกิจเครือข่าย จัดเต็มประชุม Legacy Inspiration Live อลังการแสงสี รองรับชีวิตวิถีใหม่

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ภายในห้องประชุมให้สัญญาณการถ่ายทอดสดการประชุมครั้งสำคัญที่สตูดิโอบ้านริก หน้าจอดิจิทัลขนาดเล็กนับพันจอพลันปรากฏภาพผู้เข้าร่วมประชุมผ่านทาง Zoom โดยพร้อมเพรียงกันบนผนังทั้งสี่ด้านของห้อง

ส่วนหนึ่งของการจัดงาน อีเวนต์เสมือนจริง (Virtual Event) ที่นำเอาการประชุมใหญ่จุผู้เข้าร่วมประชุมราว 3,000 คนขึ้นไปอยู่บนโลกออนไลน์ ผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแอนิเมชั่น หรือเออาร์ (Augmented Reality) การนำเทคโนโลยีมาผสมผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริง และโลกเสมือนเข้าด้วยกัน สร้างความตื่นเต้น อลังการ

การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกชะงักงัน คนจำนวนมากตกงาน ไม่มีรายได้ ทว่าทุกอุปสรรคย่อมมีทางออก เมื่อโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องรักษาระยะห่าง การปฏิสัมพันธ์โดยตรงทำไม่ได้ แต่กลับกระตุ้นให้โลกของการสื่อสารเปิดกว้างไปไกล ธุรกิจเครือข่ายที่แม้การสร้างปฏิสัมพันธ์โดยตรงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่การสื่อสารเป็นอีกปัจจัยสำคัญ จากการสื่อสารทาง on Ground จึงก้าวเข้าสู่โลกของ on line อย่างเต็มรูปแบบ

“พอโลกเปลี่ยนไปข้างหน้า เราจำเป็นต้องทำให้การสื่อสารของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่เรามีวันนี้เราต้องการการสื่อสารที่ดีขึ้นกับสมาชิกของเราหรือกับคนที่สนใจธุรกิจเลกาซี Inspiration Live เป็นเวทีที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจเรา หรือให้กับคนทั่วไป ให้เห็นแนวคิดของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของเรา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเรามีนักธุรกิจของเราที่ประสบความสำเร็จสูงระดับ ‘ไดมอนด์’ ถึง 11 รหัส ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่เราเปิดบริษัทมา ถือว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษ และทุกรหัสได้มาเล่าถึงแรงบันดาลใจต่างๆ เราอยากจะถ่ายทอด หรือส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ให้กับสังคม”

วรรณ โชติกะวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลกาซี่ คอร์ป จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับตัวของธุรกิจเครือข่ายในยุคนิวนอร์มอล ว่า ช่วงเกิดการแพร่กระจายของโควิด-19 ทำให้คนตระหนักถึงเรื่องสุขภาพมากขึ้นมาก บริษัท เลกาซี่ ตั้งแต่เปิดบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพการผลิตสินค้ามาก ตั้งแต่กระบวนการนำเข้าสารจากต่างประเทศ ไปจนถึงการเลือกโรงงานและการคัดเลือกวัตถุดิบต่างๆ การสกรีนโรงงานทุกขั้นตอน รวมทั้งการส่งคืนสินค้า ถ้าไม่ได้มาตรฐาน การให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างมากทำให้มั่นใจในคุณภาพของสินค้า รวมทั้งมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดี

วรรณ โชติกะวรรณ

กรรมการผู้จัดการบริษัท เลกาซี่ ย้ำว่า วิกฤตโควิด-19 ส่งผลในเชิงบวกให้ธุรกิจเลกาซีเติบโตก้าวกระโดดอย่างไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากคนหลากหลายสาขาอาชีพต่างมองหาอาชีพที่ 2 อาชีพที่ 3 ธุรกิจเลกาซีจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยช่วงเวลาเพียง 2 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา “เลกาซี” สามารถสร้างยอดขายสูงสุดในรอบ 6 ปี ทุบสถิติรายได้กว่า 220 ล้านบาท

ไม่เพียงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ทำให้นักธุรกิจเลกาซีมั่นใจที่จะออกไปพูดกับตลาดได้อย่างเต็มที่ วรรณ โชติกะวรรณ เผยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทำการตลาดของเราเปลี่ยนไป เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 คนมาประชุมกันไม่ได้ ส่วนใหญ่ทำออนไลน์ เราได้สมาชิกกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มจากปีที่แล้ว 84% และเป็นสมาชิกที่อยากจะมาร่วมธุรกิจด้วย เนื่องจากโควิด-19 ส่งผลให้คนเล็งเห็นว่าสุขภาพสำคัญ และการทำอะไรเพิ่มก็สำคัญ อยากจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้เลกาซีตอบโจทย์นั้น

“การเป็นออนไลน์กับออฟไลน์ตอบคนละโจทย์ ออฟไลน์มีความจำเป็นและสำคัญต่อการสร้างสายสัมพันธ์ ซึ่งถ้าพูดถึงการสร้างสายสัมพันธ์ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เจอสร้างกันแบบเฟซทูเฟซ แต่ถ้าเป็นเรื่องการสื่อสาร การสร้างแรงบันดาลใจหรือการถ่ายทอดความรู้ ออนไลน์จะดีกว่า มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้ 2 ช่องทางให้มันเหมาะสม”

กับการจัดประชุมแบบ Virtual Event ครั้งนี้จะลงทุนไปเกือบ 2 ล้านบาท ใช้คนกว่า 100 คนในการจัดการ และใช้เวลาในการเตรียมการนานกว่า 1 เดือน แต่นับว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะกับการสร้างแรงบันดาลใจ

“เราให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้ตีมูลค่าไม่ได้ การจัดประชุมแบบนี้ผมว่ามันตอบโจทย์ ที่เราต้องการ และได้ทั้งความปลอดภัยของทุกๆ ท่านด้วย” และว่า ปีนี้เป็นปีที่ 7 ของ “เลกาซี่” ปลายปีนี้จะเห็นอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีที่ไหนในอุตสาหกรรมเครือข่ายโลก อยากให้ติดตามว่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้น

ทางด้าน นักธุรกิจระดับ แบล็ก ไดมอนด์ ไดเร็คเตอร์ (Black Diamond Director) ปริญ จารุกุลวนิช ที่ควงคู่มาพร้อมกับคู่รหัสและเป็นคู่ชีวิตด้วย ปานรดา จารุกุลวนิช ให้ความเห็นว่า ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกคนต้องปรับตัวอยู่แล้วไม่เฉพาะกับธุรกิจเลกาซี การที่มีข้อจำกัดการออกจากบ้าน พบหน้ากันยาก กลับทำให้การสื่อสารผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพราะทุกคนมีสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงไม่ต้องสอนทีมงานมากก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันทั่วประเทศได้เลย

“ในอดีตอาจมีข้อจำกัดเรื่องของระยะทาง เรื่องเวลา เรื่องการเดินทาง บางทีเราจัดประชุมที่อาจจะใช้เวลานานๆ อาจเป็นอุปสรรคกับคนที่อยู่ไกลๆ แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ถือว่าเป็นข้อดีกับธุรกิจเรามาก ที่เราสามารถสร้างความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วประเทศได้ง่ายขึ้น บางคนมีอุปสรรคเรื่องระยะทาง ไม่มีเวลาเรียน แต่ด้วยออนไลน์ทำให้สามารถกลับมาเรียนรู้ซ้ำได้ ผมว่าเป็นข้อดีมากๆ”

ปริญบอกว่า หัวใจของการทำธุรกิจนี้ที่สำคัญมากๆ มี 2 สิ่ง นอกจาก “คิดบวก” แล้วคือ “แคน-ดู แอตติจูด (Can Do Attitude)” ต่อให้มันยาก หรือคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หรือไม่มีคนทำ ถ้าเรามีความเชื่อมั่น จะทำให้เรามุ่งมั่นและก้าวไปถึงได้

ขณะที่ ชีวาวัชญ์ จรัสนิรัติศัย เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ขึ้นเวทีการประชุมครั้งสำคัญนี้บนโลกเสมือนจริงว่า ตื่นเต้นมาก เพราะการพูดต่อหน้าคนไม่ยาก แต่นี่เป็นการพูดต่อหน้ากล้อง เราต้องปรับตัวปรับเทคนิคการพูด คนที่เข้าร่วมประชุมก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเป็นเรื่องใหม่ ได้เรียนรู้วิธีการพูดการสื่อสารในแบบนิวนอร์มอลที่ไม่เคยทำ

อดีตผู้สื่อข่าวสายการเมืองที่ก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย “เลกาซี” เผยถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องเว้นระยะห่างว่า เพราะทุกอาชีพเจอปัญหาอยู่แล้ว ตราบใดที่เรายังมีชีวิตไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรเราย่อมเจอปัญหา ถ้าเรา “อยู่กับปัญหาด้วยความเข้าใจ” เราจะหาหนทางแก้ได้ในที่สุด ที่สำคัญคือ คนทำธุรกิจนี้ “ห้ามหยุดเรียนรู้”

“หลักสูตรการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จไม่ได้มีสอนในมหาวิทยาลัย ทุกคนเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่พร้อมกันหมด ฉะนั้นการที่คนหนึ่งคนจะไปได้ไกล บริษัทคือส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือ ความกระวีกระวาดของคนที่จะรักในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง วันนี้ใครจะไปได้ไกลกว่ากัน ขึ้นกับตัวเขาจะเป็นนัก ‘เรียน’ ที่ดีมากน้อยขนาดไหน ถ้าเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุดเขาสามารถจะประสบความสำเร็จได้” และว่า

“แต่ก่อนเราทำออฟไลน์ เมื่อปรับเป็นออนไลน์ เรามีคลาสเพิ่มมากขึ้นเยอะมาก ขณะที่หลายๆ คนมองหาโอกาส และตลาดสุขภาพก็บูม ทำให้การทำธุรกิจเติบโตมาก ออนไลน์ทำให้เข้าถึงง่าย ไม่มีอุปสรรคเรื่องเดินทาง เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น”

ขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตถึงแนวโน้มการจัดประชุมแบบออนไลน์ต่อจากนี้ว่า น่าจะมีการผสมผสานกันระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ เพราะช่วงที่ผ่านมาเราเห็นข้อดีของการจัดประชุมแบบออนไลน์แล้วว่าได้ในเรื่องของระยะทาง เรื่องของการใกล้ชิดกันมากขึ้น เราจัดได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตรงนี้เราน่าจะคงในรูปแบบการประชุมที่เราต้องการสื่อสารในภาพรวมไว้ แต่ถ้าเป็นเรื่ององค์ความรู้ต่างๆ ที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงลงไป เราอาจจะใช้ในรูปของออฟไลน์ในบางครั้ง เรียกว่าเป็นหนึ่งมิติใหม่ที่เราได้เรียนรู้ว่าเราสามารถมองหาโอกาสอะไรได้บ้างท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้น และได้เรียนรู้แนวทางการทำออนไลน์

“เชื่อว่าหลังจากวิกฤตนี้เลกาซีจะเป็นบริษัทที่เข้มแข็งมาก เพราะสามารถประยุกต์การเรียนรู้ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ได้ลงตัว” ชีวาวัชญ์บอก

จากซ้าย ปานรดา จารุกุลวนิช, ปริญ จารุกุลวนิช, ชีวาวัชญ์ จรัสนิรัติศัย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศก.แย่จากโควิด กระทบช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในประเทศที่มีความขัดแย้งรุนแรง
บทความถัดไปสธ.ย้ำ “ต่างชาติ” เข้าไทยต้องปลอดเชื้อโควิด-19 เรียกความเชื่อมั่นใช้โรงแรมกักตัวมีมาตรฐาน