ชีวิต (ลึกแต่) ไม่ลับ‘จรัญ พงษ์จีน’ 71 ปีบนโลก 40 ปีใต้ชายคามติชน สู่สุคติภพ สุขสงบชั่วนิรันดร์

6.09.25 | 12:40 น.
ชีวิต (ลึกแต่) ไม่ลับ‘จรัญ พงษ์จีน’ 71 ปีบนโลก 40 ปีใต้ชายคามติชน สู่สุคติภพ สุขสงบชั่วนิรันดร์

ชีวิต (ลึกแต่) ไม่ลับ‘จรัญ พงษ์จีน’
71 ปีบนโลก 40 ปีใต้ชายคามติชน
สู่สุคติภพ สุขสงบชั่วนิรันดร์

นาย    กระดิกนิ้วเรียกน้อง ลัคนา
จรัญ  จรัสจรมา เพียบพร้อม
พงษ์   เผ่าเหล่าพงษา เสมอเพื่อน
จีน     ไทยใหญ่น้อยเขยื้อน ขยับร้อง รับจรัญ

ขรรค์ชัย บุนปาน
ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่ายไว้อาลัย จรัญ พงษ์จีน ที่ปรึกษาเครือมติชน ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับในช่วงสายของวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา สิริอายุได้ 71 ปี

ยืนข้าง ‘พี่ช้าง’ ขรรค์ชัย บุนปาน และเพื่อนผองพี่น้องในชายคามติชน ภาพถ่ายที่จังหวัดนครราชสีมา

ผู้คนหลากวงการ มิตรน้ำหมึก วงการเมือง ภาคธุรกิจ และอีกมากมาย หลั่งไหลร่วมอำลาเป็นครั้งสุดท้ายแน่นวัดเสมียนนารี พระอารามหลวง ในทุกค่ำคืนของการสวดพระอภิธรรม จนถึงวันฌาปนกิจ ส่งจรัญสู่สัมปรายภพ เมื่อวันพุธที่ 3 กันยายน โดยมี  พระพรหมสิทธิ  เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ  ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย  อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

17.04 น. ดอกไม้จันทน์ช่อแรกถูกวางลงเบื้องหน้าภาพถ่ายผู้วายชนม์ ปิดฉากชีวิตอย่างเป็นทางการของเจ้าของนามปากกา ‘พลุน้ำแข็ง’ และ ‘คุณอ้อ’ หนึ่งในตำนานวงการหนังสือพิมพ์ไทย ตั้งแต่ยุคสื่อกระดาษ เปลี่ยนผ่าน ยืนหยัดสู่โลกออนไลน์

Advertisement
บันทึกภาพกับคุณแม่เหก พงษ์จีน
มิตรภาพกับสารัชถ์ รัตนาวะดี แห่ง GULF
3 รุ่นใหญ่เครือมติชน สมหมาย ปาริจฉัตต์, สุชาติ ศรีสุวรรณ และ จรัญ พงษ์จีน

เด็กชายจรัญ บ้านบางเหรียง
สู่เมืองกรุง มุ่งสนามข่าว

‘ส่ง จรัญ พงษ์จีน ด้วยความอาลัย’ คือ ข้อเขียนจำนวน 8 หน้าจากหนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตตั้งแต่เกิด เติบโต หยัดยืนในวงการสื่อ จนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต ความโดยสังเขปว่า

จรัญ เกิดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2498 ที่ ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา เป็นบุตรคนที่ 2 ของผู้ใหญ่จิ้น พงษ์จีน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.บางเหรียง กับคุณแม่เหก พงษ์จีน อายุ 92 ปี มีพี่น้องทั้งหมด 9 คน

ด.ช.จรัญ เติบโตมาในชนบทของ จ.สงขลา โดยมี ก๋ง หรือคุณปู่ กำนันซู้ อิ้วหะซั่ว กำนันตำบลบางเหรียง ดูแลหลานชายอย่างค่อนข้างตามใจ ไม่ต้องทำงานในสวนในไร่ หรือเลี้ยงวัว มีชีวิตที่สะดวกสบายกว่าเด็กในชนบททั่วไป แต่ก็ผูกพันกับพี่น้องและครอบครัว

เรียนชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนรัตภูมิ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา จบประถมศึกษาปีที่ 7 เมื่อปี พ.ศ.2512 จากนั้นเข้าเรียนต่อที่ ร.ร.ปิยศึกษาวิทยา อ.รัตภูมิ แล้วไปเรียนต่อที่วิทยาลัยครูสงขลา จนสำเร็จการศึกษา

เริ่มมีความโลดโผน สนใจเดินทาง เรียนรู้สิ่งใหม่ และความทันสมัย

ในเรื่องการเรียน เป็นคนหัวไว ช่างสังเกต เป็นคนมีเพื่อนมากมายในทุกช่วงวัย

สนใจการถ่ายภาพ จึงขอเงินจาก “พี่กิ้มผวย” พี่สาวคนโต ซึ่งมีฐานะการเงินดี ซื้อกล้อง พร้อมมองข้ามช็อตไปถึงการทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งสอดคล้องกับนิสัยใจคอ และความสนใจของตัวเองมากกว่างานครู จึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ไปพักอยู่กับ “น้าจรัส รจนาวรรณ” เจ้าของนามปากกา “อภิวัฒน์ วรรณกร” ซึ่งมีผลงานหนังสือเล่มกับสำนักพิมพ์ต่างๆ มากมาย รวมถึงมติชน

จรัญ หัดเรียนพิมพ์ดีดอยู่พักหนึ่งจนคล่อง ขณะนั้น น้าจรัสก่อตั้งหนังสือพิมพ์ “พันธมิตรธุรกิจ” จึงให้จรัญฝึกหัดเขียนข่าวทำข่าวอยู่ระยะหนึ่ง แล้วลงสนามข่าวแบบเอาจริง ไม่นานพันธมิตรธุรกิจปิดตัวลง จรัญ ไปทำงานให้ “เดลิไทม์”

กำเนิด ‘พลุน้ำแข็ง’
ปรุงรสชาติเฉพาะเหยาะวัตถุดิบเข้ม
เสิร์ฟคอลัมน์สังคมที่มี ‘การเมือง’

ต่อมาในปี 2527 “มติชน” อยู่ระหว่างการขยายตัว โยกย้ายสำนักงานจากตึกแถวย่านวัดราชบพิธ มายังหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ย่านประชาชื่น จตุจักร ชุติมา บูรณรัชดา นักข่าวการเมืองสายทำเนียบรัฐบาลของมติชนขณะนั้น โทรศัพท์ไปชวนจรัญให้มาทำงานด้วยกัน โดยแนะนำว่า มติชนกำลังก้าวเดินไปสู่ความเป็นสื่อที่มั่นคง

2528 จรัญตัดสินใจย้ายมาอยู่ใต้ชายคามติชนซึ่งมีพื้นที่รองรับงานเขียนหลากหลาย ทั้งหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร

งานเขียนที่มีสำบัดสำนวนของจรัญ เป็นที่สนใจของผู้อ่าน

ต่อมา วิภา สุขกิจ หรือ เจ๊วิภา อดีตนายกสมาคมนักข่าว และเจ้าของนามปากกา “หญิงเล็ก” ชวนให้จรัญมาร่วมเขียนคอลัมน์สังคม

จรัญ เพิ่มเติมเนื้อหาข่าวการเมือง วิเคราะห์เบื้องหน้าเบื้องหลังเข้าไป ส่งผลให้คอลัมน์สังคมการเมืองของมติชน กลายเป็นคอลัมน์ประจำที่จริงจัง มีเนื้อหาสาระลุ่มลึก

ภายหลัง “เจ๊วิภา” ให้จรัญเข้าไปรับผิดชอบเต็มตัว ทั้งยังมีงานเขียนเพิ่มเติม อาทิ คอลัมน์ “ลึกแต่ไม่ลับ” ในมติชนสุดสัปดาห์ ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก ภายใต้นามปากกา “พลุน้ำแข็ง” ที่มาจากชื่อลูกชาย 2 คน คือ “พลุ” และ “ไอซ์” นอกจากนี้ ยังมีนามปากกา “คุณอ้อ” สำหรับคอลัมน์วันอาทิตย์ และคอลัมน์อาหาร

สำหรับเส้นทางในมติชน จาก รีไรเตอร์ หรือผู้เรียบเรียงข่าว ไปสู่หัวหน้าข่าวหน้า 1 และเป็นนักเขียนคอลัมน์ไปพร้อมกัน จรัญได้ใช้ความเป็นผู้มีอัธยาศัยดี สนใจการเมือง เศรษฐกิจ พบปะบุคคลทุกวงการ ทำความรู้จักและหาข่าวสารไปด้วย

เมื่อ ขรรค์ชัย บุนปาน หรือ “พี่ช้าง” มีภารกิจออกพบปะบุคคลหลายวงการ มักจะมี “จรัญ” ติดตามไปด้วย ทำให้มีโอกาสรับทราบเรื่องราวความเป็นไปต่างๆ

จรัญ เกษียณอายุที่มติชนในปี 2558 และรับหน้าที่ “ที่ปรึกษาบริษัท” โดยยังออกพบปะบุคคลต่างๆ ทั้งแหล่งข่าวและต้อนรับแขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยือนเครือมติชน

สร้างสัมพันธ์ ‘แหล่งข่าว’
ไม่ใกล้ไป ไม่ห่างเกิน
‘จรัญ พงษ์จีนทำเรื่องนี้ได้อย่างมีเสน่ห์’

สำหรับคอลัมน์ระดับตำนานอย่าง ‘ลึกแต่ไม่ลับ’ นั้น เสถียร จันทิมาธร คอลัมนิสต์อาวุโส เขียนเล่าไว้ในข้อเขียน ‘เสน่ห์และตัวตนของจรัญ พงษ์จีน ลึกแต่ไม่ลับ’ คำนิยมของพ็อคเก็ตบุ๊กรวมเล่มคอลัมน์ดังกล่าว ซึ่งใช้ชื่อบนปกว่า ‘ลึกแต่ไม่ลับ คนการเมือง’ เมื่อปี 2550 ตอนหนึ่งว่า

…โดยอาชีวปฏิญาณแห่งความเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ทำให้จรัญ พงษ์จีน ต้องมีสายสัมพันธ์กับทั้งนักการเมือง นักการทหาร และนักธุรกิจ

ในฐานะที่ นักการเมือง นักการทหาร และนักธุรกิจ เป็นแหล่งข่าว

กระนั้น การซึมซาบและเรียนรู้อย่างสำคัญก็คือ การสร้างสายสัมพันธ์ ขณะเดียวกันก็กำหนดระยะห่างระหว่างตัวเองกับแหล่งข่าว

ไม่ใกล้จนเกินไปนัก ไม่ห่างจนเกินไปนัก

ใกล้เกินไปก็อาจจะร้อน ห่างเกินไปก็อาจจะหนาว การกำหนดระยะห่างจึงทรงความสำคัญเป็นอย่างสูงสำหรับนักข่าวและคอลัมนิสต์

น่ายินดีที่ จรัญ พงษ์จีน ทำเรื่องนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ ยิ่งกว่านั้น เมื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ เข้ามานำเสนอผ่านคอลัมน์

ลึกแต่ไม่ลับ ในมติชนสุดสัปดาห์ และคอลัมน์อื่นๆ ของสิ่งพิมพ์ในเครือข่าย ก็ต้องยอมรับว่า จรัญ พงษ์จีน ทำได้อย่างชวนให้ติดตาม

ชวนให้ติดตามกระทั่งสำนักพิมพ์ “มติชน” นำมารวมพิมพ์เป็นเล่มขนาดพ็อคเก็ตให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

นี่คือการก้าวจากขั้นของ “นักข่าว” ไปสู่พรมแดนของ “นักเขียน”

นี่คือการบรรลุความฝันหนึ่งของนักข่าวและนักเขียนทั้งหลาย

จรัญ พงษ์จีน มีเสน่ห์ทั้งจากตัวจริงและเมื่อลงมือเขียนหนังสือ

‘แทบหาคนโกรธไม่ได้’
ส่องสไตล์ ‘ลึกแต่ไม่ลับ’
20 ปี ไม่เคยขึ้นศาล‘ถือเป็นความภูมิใจลึกๆ’

ส่วนปากคำของเจ้าตัว เคยเขียนไว้ในคำนำของหนังสือเล่มเดียวกัน หน้าถัดจากข้อเขียนของ ‘พี่เถียร’ ซึ่งเป็นผู้เลือกให้จรัญมารับไม้ต่อจาก ลิขิต จงสกุล 

ความตอนหนึ่งว่า

‘ผมมีเคล็ดลับอยู่อย่างหนึ่ง จะไม่มีเทป ไม่มีกล้องถ่ายรูป ไม่จดบันทึกคำพูด หรือถ้าจด ก็เพียงบางประโยคบางคำ กันลืม

อาศัยความจำ และค่อนข้างจะเสนออย่างรัดกุม ไม่ให้ผู้ใหญ่ที่ชักจูงเราไปนั่งฟังเสียหาย ผู้พูด พาดพิงถึงบุคคลอื่นเสียคน

หลายครั้งที่ผมเก็บความทรงจำ มาบอกเล่าผ่าน ลึกแต่ไม่ลับ

บุคคลในข่าวแทบหาคนโกรธไม่ได้เลยเพราะเป็นการขายข่าว ไม่แสดงความคิดเห็นลงไป

เคยมีบุคคลที่ตกเป็นข่าวใน ลึกแต่ไม่ลับ ถามผมว่า รู้ข่าวที่เขียนไปได้อย่างไร เพราะเรื่องที่เขียนคุยกันแค่ 2 คน และคุยกันในรถส่วนตัว

ผมบอกทีเล่นทีจริงว่าคู่สนทนาคุณเล่าให้ฟัง หรืออาจจะเป็นคนขับรถ หรืออาจจะเป็นตัวคุณเป็นผู้เล่ามาเองแต่ลืม

นี่คือสไตล์ของ ลึกแต่ไม่ลับ

เกือบ 20 ปี ที่ผมรับช่วง ลึกแต่ไม่ลับ มาจากเพื่อน ไม่เคยถูกฟ้องร้องต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถือเป็นความภาคภูมิใจลึกๆ อีกอย่างหนึ่ง’

ครอบครัว ‘พงษ์จีน’ อันอบอุ่น

อบอุ่น จริงใจ ไม่ถือตัว
‘เบียร์หิมะ’ เสิร์ฟมา 30 ปีจำแม่นทุกเมนูโปรด

นอกจากการงานในแวดวงสื่อ จรัญมีชื่อในเรื่องการสั่งอาหาร การเสาะหาอาหารอร่อย โดยได้รับความจัดเจนจาก “น้าสำลี” แม่ครัวที่บ้านน้าจรัส ทำให้มีความรู้ในการทำอาหารใต้ ภายหลังจึงเปิดร้านอาหารในที่สุด

ทั้งยังเป็นลูกค้าขาประจำของร้านดังอย่าง ‘เบียร์หิมะ’

“รักเขาเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง คิดถึง ทำไมจากไปเร็วมาก”

คือถ้อยคำจาก กรณิศ กุหลาบวรรณ เจ้าของอาณาจักรอาหารทะเลที่แต่งชุดดำนำพวงหรีด ‘หจก.เบียร์หิมะ’ มาร่วมอาลัย พร้อมเปิดใจว่า จรัญ ช่วยอุดหนุนมาตั้งแต่เปิดร้านใหม่ๆ รวมเวลากว่า 30 ปี สนิทสนมกับสามีที่คุยกันเป็นภาษาใต้ เมื่อทราบข่าว ‘ช็อกมาก’ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง จึงให้คนช่วยตรวจสอบให้ดี ก่อนได้รับคำยืนยันในข่าวร้าย

‘เดช’ พนักงานร้านเบียร์หิมะ ซึ่งแอบมุมนั่งสะอื้นไห้ข้างศาลา 11 วัดเสมียนนารี ในวันรดน้ำศพ เผยคำแรกว่า พูดไม่ออก ตนและภรรยา เสียใจอย่างมาก ยังไม่อาจทำใจได้ว่านี่คือเรื่องจริง ภาพที่เดินข้ามถนนมาทานอาหารที่ร้านยังคงติดตา ฝังลึกในความทรงจำ

จรัญ พงษ์จีน ที่ตนรู้จักผ่านการเสิร์ฟอาหารให้กว่า 20 ปี เป็นคนไม่ถือตัว เป็นกันเอง ไม่แบ่งชนชั้น รู้สึกผูกพัน และยังจดจำทุกเมนูโปรดได้อย่างขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วลิสงทอด กะเพราเครื่องในไก่ แกงเหลือง ผัดฉ่า และไข่เจียว

พ่อของลูก ก๋งของหลาน
คู่ชีวิตประคอง ‘นาทีสุดท้าย’ก่อนจากตลอดกาล

ด้านชีวิตครอบครัว จรัญมีบุตรชาย 2 คน คือ “กฤติพันธุ์” หรือ “พลุ” สมรสกับ “เอ๋ พริมา” มีทายาท 1 คน คือ “คอปเตอร์ ด.ช.ภูมิพัฒน์”

บุตรชายอีกคน “วิวรรธน์” หรือ “ไอซ์” สมรสกับ “เนย วรรัตน์” มีบุตรชายคือ น้องโนอา ด.ช.วรวรรธน์ อายุ 8 เดือน

จรัญใช้ชีวิตกับภรรยาคู่ชีวิต “จันทนา นาครัตน์” หรือ “จ๊อด” ทำงาน เดินทาง พบปะเพื่อนฝูง และทำหน้าที่ “ก๋ง” ช่วยดูแลหลานชาย คือ “คอปเตอร์” และเพิ่งกลับจากเยี่ยม “โนอา” หลานชายคนเล็ก

จรัญจากไปด้วยอาการป่วยกะทันหัน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม โดยเพิ่งกลับจากยุโรปในตอนเช้าวันพุธที่ 27 สิงหาคม

กระทั่งเช้าวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม หลังตื่นนอน จรัญโทรศัพท์หามิตรสหาย เวลาราว 9 โมงเช้า นั่งทานอาหารเช้าที่ห้องพัก เมื่อลุกขึ้นจากเก้าอี้ มีอาการเซ ภรรยาวิ่งเข้าไปประคอง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลง

ภรรยาพยายามปั๊มหัวใจ เรียกเจ้าหน้าที่คอนโดมิเนียม และหน่วยกู้ชีพนำเครื่องมือทำการ CPR พยายามกระตุ้นหัวใจ ใช้เวลานานนับชั่วโมง แต่ไร้ผล

ข่าวการจากไปของจรัญ แพร่กระจายออกไปตั้งแต่ 10 นาฬิกาเศษๆ ของวันเดียวกัน

มิตรสหายรับทราบด้วยอาการช็อก เพราะไม่มีสัญญาณใดๆ มาก่อน และปกติเป็นคนแข็งแรง ออกกำลังกาย ทั้งตีกอล์ฟ วิ่ง เดิน อย่างสม่ำเสมอ

“พี่จรัญบอกว่าถ้าจะเป็นอะไร อยากไปแบบง่ายๆ อยู่ในบ้าน ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล”

คู่ชีวิตของจรัญเล่า

ในที่สุด จรัญจากลาในแนวทางดังที่ใจเคยปรารถนา

จากบ้านเหรียง อ.ควนเนียง สู่กรุงเทพฯ 71 ปีบนโลก กับครอบครัวและเพื่อนฝูง

40 ปีในชายคามติชน

เชื่อว่า จรัญ พงษ์จีน คงพำนักในสุคติภพ ด้วยความสุขสงบชั่วนิรันดร์

ทีมข่าวเฉพาะกิจ