บันทึกการรอคอย 25 สิงหา กับการหายตัวไปของ ‘ยิ่งลักษณ์’

25 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่เช้ามืด ผู้คนมารวมตัวกันที่ถนนแจ้งวัฒนะ ทางเข้าศาลฎีกา เป็นกำหนดวันที่แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีนัดฟังคำพิพากษาคดีสำคัญ 2 คดี

คดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี มี บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.กระทรวงพาณิชย์ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และพวก เป็นจำเลย

อีกคดีซึ่งเป็นที่จับตา คือ คดีจำนำข้าว ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย

คืนก่อนมวลชนจะมาให้กำลังใจทางเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังอย่างหนาแน่น ติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม และกั้นรั้วแสดงเขตอำนาจศาลชัดเจน

รุ่งเช้ากองทัพสื่อมวลชนทยอยมาหน้าศาลโดยต้องเข้าจากทางด้านหลังผ่านรถตู้ตำรวจที่จอดละลานตานับร้อยคัน รวมถึงรถควบคุมผู้ต้องหาที่ดูเยอะเป็นพิเศษ ด้วยประตูหน้าปิดไม่ให้มวลชนเข้าออก

ผ่านเครื่องตรวจจับโลหะและค้นกระเป๋า ตำรวจหนุ่มถามด้วยสำเนียงใต้อย่างเป็นมิตร “มาจากสำนักไหน”

การตรึงกำลังโดยรอบได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทางภาคใต้มาเป็นกำลังหลักดูแลความเรียบร้อย สมทบด้วยตำรวจควบคุมฝูงชน

กลุ่มคนมารอให้กำลังใจอดีตนายกฯ เข้าจับจองพื้นที่ริมถนนแจ้งวัฒนะ มีเพียงส่วนน้อยราว 100 คน ที่เข้าไปนั่งในโซนมวลชนที่ถูกกันไว้ด้วยรั้วเหล็กซึ่งต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะและให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นก่อน

พ่อค้าขายดอกไม้ถูกเทศกิจไล่ออกมาจากโซนมวลชนที่จัดไว้ สินค้าขายดีในเช้านี้คือดอกกุหลาบสีแดง แผ่นปูรองนั่ง และสติกเกอร์ “I love Pu” ที่ถูกแปะอยู่บนแก้ม หน้าผาก หรือเสื้อ ตามความสะดวก บางคนก็เตรียมดอกไม้ช่อโตมารอรับอดีตนายกฯ หญิง

7 โมงเช้า นักการเมืองพรรคเพื่อไทยเริ่มทยอยมาพูดคุยและถ่ายรูปกับกลุ่มคนที่ทางเข้าศาล อาทิ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก, การุณ โหสกุล, วัฒนา เมืองสุข, จาตุรนต์ ฉายแสง, สุรชาติ เทียนทอง, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, วีระกานต์ มุสิกพงษ์, นพดล ปัทมะ, นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล, ปลอดประสพ สุรัสวดี, ชัยเกษม นิติสิริ, ภูมิธรรม เวชยชัย, ชูศักดิ์ ศิรินิล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, พงศ์เทพ เทพกาญจนา

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
สมาชิกพรรคเพื่อไทยทักทายกันก่อนร่วมฟังคำพิพากษา

รวมถึง พายัพ ชินวัตร และ มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล (เยาวมาลย์ ชินวัตร) พี่ชายและพี่สาวยิ่งลักษณ์ ที่มาเป็นกำลังใจให้น้องสาว

“พี่ได้พูดคุยกับเขาและให้กำลังใจแล้ว อะไรที่เป็นความสุขของเขา พี่พยายามให้ทุกอย่าง คนเราต้องมีสติ ทุกอย่างมาถึงตอนนี้ อะไรจะเกิดมันต้องมีสติที่สุด” มณฑาทิพย์กล่าว

มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล(เยาวมาลย์ ชินวัตร)

ที่ดูจะฮือฮาสุดคือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทันทีที่ลงจากรถ มวลชนก็เข้าไปโอบกอดร้องเรียกเสียงดังด้วยความดีใจ

อีกกลุ่มที่เข้ามาสังเกตการณ์คือองค์กรสิทธิมนุษยชน มีฮิวแมนไรท์วอทช์ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติที่ส่งเจ้าหน้าที่มาพูดคุยกับมวลชนและอยู่รอจนแยกย้าย

ล่วงเลยเวลา 8 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่คาดว่าอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์จะมาถึงศาล ผู้คนยังรอคอยเงียบๆ จำนวนคนหนาแน่นเต็มริมถนนแจ้งวัฒนะและใต้สะพานข้ามแยกเข้าศูนย์ราชการ ไม่มีการปราศรัย ไม่มีแกนนำ มีเพียงการจับกลุ่มพูดคุยเฝ้ารอ ในบรรยากาศไม่ปกติ

รถตู้โฟล์คหรูสีดำเลขทะเบียนสวยคันหนึ่งมาจอดหน้าทางเข้าศาล ผู้คนเข้าไปห้อมล้อมคาดหวังว่าจะได้เจอคนที่รอคอย แต่รถคันนั้นก็เคลื่อนออกไปโดยไม่มีใครลงมา

เกือบ 9 โมง มวลชนเริ่มสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ รถตู้สีดำอีกคันปรากฏขึ้น ชะลอเทียบเคียงข้างทาง ผู้คนกรูเข้าไปล้อมรอบอย่างรวดเร็วและมั่นใจ

“ยิ่งลักษณ์สู้ๆ” ใครคนหนึ่งเป็นต้นเสียง ผู้คนที่เหลือร้องตะโกนตามเสียงกระหึ่ม

ดอกไม้ในมือถูกชูขึ้นเบียดกับกล้องของช่างภาพในนาทีที่ต้องแข่งขันเพื่อช็อตที่ดีที่สุด บางคนชูรูปของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่ใส่กรอบเตรียมมาจากบ้าน เป็นเวลาหลายนาทีที่เสียงเรียกชื่อดังต่อเนื่อง

คนในรถแง้มกระจกโบกมือปฏิเสธว่าเข้าใจผิด แต่มวลชนมากเกินกว่าจะเห็นกันทั้งหมด จนรถคันดังกล่าวเคลื่อนออกไปได้อย่างเชื่องช้า

ความผิดหวังเริ่มปรากฏ ฝนตกโปรยปรายสลับแดดร้อนเป็นระยะ เลยเวลาที่เธอควรจะมาแต่ผู้คนก็ยังรอคอยด้วยคาดว่าน่าจะมาช่วงบ่าย

ใต้สะพานข้ามแยกถูกเปลี่ยนเป็นตลาดนัดย่อมๆ มีการตั้งแผงขายอาหารเครื่องดื่ม ข้าวไข่เจียว มาม่า ผลไม้สด กระทั่งปลาตากแห้ง กะปิ ทุเรียนทอดก็มี ผู้คนเริ่มผ่อนคลายอารมณ์ปูเสื่อนั่งกินข้าวกินขนมระหว่างรอ

เสียงเพลงแว่วมาและดังขึ้น รถยนต์สีแดงติดเครื่องเสียงเต็มคันขับเข้ามาในพื้นที่ พริบตาเดียวบนท้องถนนก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากร้องเพลงเต้นรำอยู่รอบรถคันนั้น ความตึงเครียดถูกผ่อนคลาย รอยยิ้มปรากฏทุกบนใบหน้า รวมถึงช่างภาพสำนักข่าวต่างประเทศที่วิ่งมาเก็บภาพพร้อมรอยยิ้มอย่างประหลาดใจ

ไม่เกิน 2 เพลง ตำรวจสาวเคลื่อนขบวนเข้ามาพยายามควบคุมสถานการณ์เมื่อถนนถูกปิด กันมวลชนออกจากพื้นที่ถนนอย่างรวดเร็ว

“หน่อย” หญิงวัย 53 นั่งกางร่มรออยู่บนฟุตปาธ เธอหยิบกล้วยหอมออกมาจากกระเป๋าข้างตัวแล้วยื่นให้พร้อมบอกว่า “กินรองท้อง” เธอเตรียมกล้วยมาแจกเพื่อนๆ ที่มาไกล กลัวว่าเป็นอาหารอย่างอื่นจะไม่ไว้ใจกันแต่กล้วยน่าจะเชื่อได้ว่าไม่ได้ใส่อะไรลงไป

“เราไม่มีแกนนำ ต่างคนต่างมา ไม่ได้มาทุกครั้งแต่ครั้งนี้เหมือนมีพันธสัญญาว่ายังไงก็ต้องมา ครั้งนี้ไม่มาไม่ได้ มาแล้วก็ได้บรรยากาศเก่าๆ เหมือนคืนสู่เหย้า เตรียมขนมมาให้ใครก็ได้ ถือว่าทุกคนเป็นเพื่อนกัน”

ถามถึงความกลัวจากข่าวมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ เธอนิ่งคิดสักครู่ก่อนตอบด้วยเสียงนิ่งเรียบ

“คิดเอาแล้วกันตั้งแต่ปี 2549 ไล่ คมช.ถือว่าทุกคนผ่านสมรภูมิมาหมดแล้ว 10 ปีที่ผ่านมา มันเกินความกลัวแล้ว ครั้งนี้มีเพื่อนหลายคนที่ไม่เคยมาเขาก็มาเป็นครั้งแรก มาจากต่างจังหวัดเป็นกองทัพมด”

“ไม่ได้คาดหวังว่าต้องเจอนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่มาแสดงตัวตน ยืนยันว่าเราเลือกเขามา”

10 โมงกว่าข่าวจากในศาลแจ้งว่าอดีตนายกฯ ไม่สามารถเดินทางมาได้และมีการออกหมายจับ

ในกลุ่มมวลชนการกระจายข่าวเป็นไปอย่างเชื่องช้า เริ่มมีการจับกลุ่มพูดคุยถกเถียงกัน บ้างเชื่อบ้างไม่เชื่อตามแต่แหล่งข่าวที่ตนได้รับมา โดยเฉพาะในไลน์ที่น่าจะเป็นช่องทางหลักในการรับข่าวของผู้สูงวัย

“เขาว่าจะมาบ่าย 2 วงในบอกมา”

ส่วนหนึ่งกลับเมื่อทราบข่าว แต่ส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะรอ อาจเพราะหลายคนมาจากต่างจังหวัด เดินทางมาไกลจึงไม่ยอมกลับง่ายๆ ส่วนหนึ่งปูเสื่อนอนเหยียดพักเอาแรงสู้อากาศร้อน อีกกลุ่มหนึ่งหยิบครกสากที่เตรียมมาจากบ้านตั้งวงตำส้มตำสนุกสนาน หลายคนนั่งมองไปทางประตูทางเข้าศาลอย่างไม่มีจุดหมาย

“ป้าเล็ก” เจ้าของโฮมสเตย์ที่ศรีราชาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมถนนจ้องมองไปอย่างว่างเปล่า

“รู้สึกงง เพราะที่ผ่านมานายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่เคยผิดนัดศาล ครั้งนี้เลื่อนนัดก็คงป่วยจริง หรือมีเหตุผลบางอย่างที่คาดไม่ถึง”

ป้าเล็กเตรียมข้าวมา 50 ห่อ สำหรับกลุ่มคนที่มาให้กำลังใจ เพราะรู้ว่าหลายคนมาไกลไม่ได้มีทุนหนา รู้ว่ามีคนลำบากจึงแบ่งกันกิน

“ไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอ มาเป็นหนึ่งกำลังใจเท่านั้นเอง คุยกับคนอื่นเขาก็เสียความรู้สึกนิดนึงที่นายกฯ ไม่มา บางคนเสียเงินเดินทางมาเยอะ แต่ก็โทษไม่ได้เราสมัครใจมาเอง เขาก็บอกแล้วว่าอย่ามา ท่านคงกลัวคุมมวลชนไม่ได้เลยโพสต์บอกว่าให้กำลังใจอยู่บ้าน แต่ไม่คิดว่าหนี ถ้าจะหนีออกนอกประเทศคงไปตั้งนานแล้ว”

ประชาชนก็มีคนที่คิดทั้งสองขั้ว ถ้าจะจับคนที่คิดแบบเราก็คงต้องจับคนเป็นล้าน เป็นสิทธิของประชาชนที่จะเลือก เรามาแบบสงบเสงี่ยม ทำตามกติกาก็ไม่มีปัญหา” ป้าเล็กบอกและยืนยันว่า 27 กันยายนก็จะมาให้กำลังใจอีก

ผู้คนทยอยเดินทางกลับ จนถึงบ่าย 3 ยังเหลือกลุ่มเล็กๆ ราวร้อยคน รอผลการพิพากษาคดีระบายข้าว และพูดคุยกันเองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หลังแจ้งผลคำพิพากษาจำคุกบุญทรง 42 ปี ภูมิ 36 ปี เสี่ยเปี๋ยง 48 ปี ที่เหลือลดหลั่นกันไป กลุ่มมวลชนที่รออยู่ใต้สะพานข้ามแยกมีสีหน้าสลด และยืนยันว่าจะรอเจออดีตรัฐมนตรี

ไม่เกินครึ่งชั่วโมงรถเรือนจำควบคุมตัวบุญทรงออกไปทางประตูด้านหลังของศาล คลาดกับประชาชนและสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านหน้า

อย่างเงียบงัน กลุ่มที่มาให้กำลังใจบอกลาแยกย้ายกันกลับบ้าน

ดอกกุหลาบสีแดงที่เตรียมมามอบให้อดีตนายกฯ ถูกเสียบไว้ตามช่องตามเสา เมื่อคนรับไม่มา เจ้าของดอกไม้ก็กลับบ้าน พนักงานทำความสะอาดเข้ามาเก็บขยะในพื้นที่รวมถึงดอกไม้ที่ถูกทิ้งไว้

แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความว่างเปล่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เสียงจากแผ่นดิน ตอน 7 บ้านน้ำทรัพย์ หมู่บ้านพอเพียงเหนือเขื่อนแก่งกระจาน (คลิป)
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ยันคำสั่งม.44 ล้วนเป็นประโยชน์ ไม่เคยลงโทษ ยกเว้นคนไม่ทำงาน