พสกนิกรหลั่งไหล ถวายน้ำสรงพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ หนุ่มนศ.มหิดล เปิดใจเสียงสั่น เหมือนสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิต
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างทยอยเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ทุกคนต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำ แสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัยต่อการสูญเสียครั้งสำคัญของปวงชนชาวไทย โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการเข้าถวายน้ำสรงพระศพอย่างเรียบร้อย
โดยบรรยากาศ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีคณะบุคคล อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคู่สมรส และคณะรัฐมนตรี, พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, อนุชา บูรพชัยศรี, พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดย ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ, พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ, พลตำรวจเอก นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ นายโชติพัฒน์ นางอาทินันท์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน )
นายโสมพัฒน์ -นางวัลลภา ไตรโสรัตน์ กรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนคณะบุคคลสำคัญ ข้าราชการ องค์กรอิสระ สมาคม มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหารภาคเอกชน คณะครู นักเรียน และประชาชน ได้เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์อย่างพร้อมเพรียง




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในศาลาสหทัยสมาคม บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศร้าเศร้าอาลัย ผู้เข้าถวายน้ำสรงพระศพต่างยืนสงบนิ่งด้วยความสำรวม ก่อนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หลายคนมีสีหน้าเศร้าสลด บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัย ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต่างกล่าวถึงพระกรณียกิจและพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตลอดพระชนมชีพ

นายกฤตเมธ กิจอุดมสิน อายุ 18 ปี นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ได้เดินทางมารอเข้าถวายน้ำสรงพระศพตั้งแต่เวลา 08.00 น. แม้จะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาในช่วงเช้า แต่รู้สึกประทับใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างดี
นายกฤตเมธกล่าวว่า เมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ในช่วงเช้าของวันก่อนหน้านี้ ตนแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ติดตามข่าวพระราชสำนักและเฝ้าถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว แต่เมื่อได้รับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ก็รู้สึกใจสั่นและเสียใจเป็นอย่างมาก

“ตอนที่เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์เมื่อสักครู่ มือสั่นไปหมด เหมือนกับว่าสิ่งสำคัญในชีวิตได้หายไปแล้ว พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในพระบรมวงศานุวงศ์ที่ผมประทับใจมาก ทรงเป็นเจ้าหญิงนักกฎหมายของไทย ทรงมีพระปรีชาสามารถรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย การกีฬา และการทรงงานเพื่อประชาชน การสูญเสียพระองค์ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทย” นายกฤตเมธกล่าว
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากติดตามข่าวพระราชสำนักเป็นประจำ และชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มาโดยตลอด โดยเฉพาะความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งในการทรงงาน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่นำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
“ผมนำความเข้มแข็งของพระองค์ท่านมาปรับใช้กับตัวเองเสมอ ทั้งความเข้มแข็งทางกายและทางใจ เพราะเมื่อเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนมากเพียงใด อย่างน้อยเราก็ควรมีความเข้มแข็งและความอดทนในการดำเนินชีวิตตามรอยพระองค์” นายกฤตเมธกล่าว

ด้าน น.ส.ช้องมาศ พุ่มสวัสดิ์ อายุ 47 ปี ชาวสมุทรสงคราม กล่าวว่าเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 06.00 น. ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะมาสรงน้ำพระศพ และเฝ้าส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา เป็นครั้งสุดท้าย
น.ส.ช้องมาศ กล่าวว่า นับตั้งแต่ทราบข่าวจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ก็รู้สึกใจหายและโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง หากกล่าวในความรู้สึกของประชาชนคนหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระชนมายุใกล้เคียงกับตนเอง จึงได้ติดตามพระกรณียกิจและเห็นพระองค์ในทุกช่วงเวลาของพระชนมชีพ จนเกิดเป็นความผูกพันและความเคารพรักเป็นพิเศษ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ตนมีโอกาสถวายงานตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ จึงได้ประจักษ์ถึงพระเมตตาและพระจริยวัตรอันงดงาม ทรงมีพระอัธยาศัยเรียบง่าย ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะการพระราชทานโอกาสและกำลังใจแก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมได้อีกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จหลายครั้ง รวมถึงได้รับพระราชทานเข็มกำลังใจไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งในวันนี้ได้นำเข็มดังกล่าวติดตัวมาด้วย เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและเป็นการถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย






ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแจ้งกำหนดการเข้าพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ระหว่างวันที่ 13-19 มิถุนายน 2569
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30-12.00 น.







โดยประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.
นอกจากนี้ สำนักพระราชวังประกาศงดการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และงดเข้าชมพระบรมมหาราชวัง รวมถึงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ระหว่างวันที่ 13-19 มิถุนายน 2569 โดยขอความร่วมมือประชาชนแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ในการเข้าร่วมพิธีและกิจกรรมดังกล่าว





