ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พสกนิกรปักหลัก รพ.จุฬาฯ ถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’
ตามที่สำนักพระราชวังออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47 เมื่อเวลา 19.48 น. วันที่ 11 มิถุนายน ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ท่ามกลางความเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในขณะนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ พสกนิกรชาวไทยที่เดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศพร้อมใจกันสวมเสื้อผ้าสีดำ ทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมรำลึกและถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายหลังสำนักพระราชวังได้ออกประกาศเรื่องการสิ้นพระชนม์ โดยจะเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

นางเอื้องฟ้า อายุ 64 ปี หนึ่งในพสกนิกรที่เดินทางมาเฝ้ารับเสด็จและร่วมถวายความอาลัย ได้เผยถึงความทรงจำที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่า ประชาชนต่างซาบซึ้งในพระกรณียกิจของพระองค์ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก รวมถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้ต้องขังในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งพระองค์มักจะเสด็จไปพระราชทานกำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตหลังพ้นโทษอยู่เสมอ
“ขอส่งเสด็จพระองค์สู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ขอให้เสด็จไปสู่ที่ที่ดี และได้ไปพบกับสมเด็จปู่และสมเด็จย่าบนสรวงสวรรค์” นางเอื้องฟ้ากล่าว

นางนพรดา อายุ 69 ปี เปิดเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าว่า รู้สึกเสียใจและเสียดายอย่างยิ่งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ด่วนจากไปในพระชนม์เพียง 47 ปี ในความทรงจำของนางนพรดา พระองค์ทรงเป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจ และทรงอุทิศพระวรกายช่วยเหลือดูแลประชาชนมาโดยตลอด
“ได้ติดตามและเฝ้ามองพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งทุกครั้งที่ได้ดูภาพพระประวัติเหล่านี้ก็ทำให้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ด้วยความรักและผูกพันอย่างหาที่สุดมิได้ ทุกวันนี้ยังคงเปิดดูภาพของพระองค์ทุกวัน แม้กระทั่งก่อนเข้านอน” นางนพรดากล่าว

นางสาวกิตติภาวรรณ อายุ 60 ปี ชาวนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ทราบข่าวเศร้าดังกล่าวในระหว่างที่เดินทางมาพบแพทย์ตามนัด เมื่อทราบข่าวจึงได้กลับไปพักที่บ้านญาติและเฝ้ารอเพื่อที่จะมาร่วมพิธีโดยเฉพาะ พร้อมกันนี้ยังได้นำพระรูปของพระองค์ติดตัวมาด้วย เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและให้รู้สึกว่าพระองค์ยังคงอยู่ใกล้ๆ
“พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่ทรงงานหนักและมีพระปรีชาสามารถในหลายด้าน โดยเฉพาะการทรงงานที่เกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ในการดูแลกลุ่มนักโทษหญิง รวมถึงความสามารถด้านการทรงม้า และทรงเป็นแบบอย่างของความกตัญญู ทรงดูแลเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ตลอดจนเสด็จปู่และเสด็จย่าเป็นอย่างดี ในฐานะพระธิดาองค์โต ทรงมีความรักและห่วงใยต่อพระอนุชาและพระขนิษฐาทุกพระองค์ และที่สำคัญที่สุดคือ ทรงเป็นที่รักยิ่งของประชาชน จากการที่ทรงมอบความรักและดูแลพสกนิกรทุกคนมาโดยตลอด” นางสาวกิตติภาวรรณกล่าว

ด้าน นางศุภนิดา อายุ 72 ปี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ยังคงใจหายและเสียใจ โดยก่อนหน้านี้ตนเคยเดินทางมาลงนามถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากอาการประชวร และยังมีความหวังอยู่เสมอว่าพระองค์จะทรงหายและกลับมาแข็งแรง แต่เมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ก็รู้สึกเหมือนไม่อยากเชื่อและรู้สึกสูญเสียอย่างมาก เช้าวันนั้นตนจึงได้ตั้งใจไปใส่บาตรและถวายปัจจัยแด่เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระองค์
“จะขอจดจำและระลึกถึงพระองค์ตลอดไป พร้อมกับตั้งปณิธานที่จะเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ ทำความดีเพื่อเป็นการตอบแทนพระกรุณาธิคุณของพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขอส่งเสด็จพระองค์ไปสู่สรวงสวรรค์และภพภูมิที่ดีตราบชั่วนิรันดร์” นางศุภนิดากล่าว








