พสกนิกรหลั่งไหลลงนามอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ วันแรก ยกย่องเจ้าฟ้าผู้ใกล้ชิดประชาชน

14.06.26 | 12:58 น.

พสกนิกรหลั่งไหลลงนามอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ วันแรก-นักวิ่งยกย่องทรงนำวิ่ง 42 กม. เจ้าฟ้าผู้ใกล้ชิดประชาชน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน สำนักพระราชวัง เปิดให้คณะบุคคลและประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.30 น. มีคณะบุคคลและประชาชนเดินทางมาถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยกันอย่างเนืองแน่น ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อาทิ ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิร่วมใจต้านภัยเอดส์, บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ข้าราชการกระทรวงคมนาคม, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, สมาคมผู้ปกครองและครูสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานวัดพระศรีรัตนศาสดาราม, ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ปรึกษาพรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น

นางสาวกนกวรรณ จันทร์กนก พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังจากทราบข่าวสิ้นพระชนม์ได้ไปตัดชุดไทยจิตรลดาด้วยความตั้งใจที่จะมาลงนามถวายความอาลัยและสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ส่วนตัวมีโอกาสได้วิ่งในรายการจอมบึงมาราธอน ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้นำวิ่งในรายการนี้ ทรงไม่ถือพระองค์ และให้ความใกล้ชิดกับประชาชนและนักวิ่ง ซึ่งพระองค์ทรงใช้เวลาในการวิ่ง 4 ชั่วโมง ในระยะทาง 42 กิโลเมตร สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถด้านกีฬา พระวินัยในการฝึกซ้อม และพระวรกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ สำหรับตนใช้เวลาในการวิ่งในรายการนี้ 8 ชั่วโมง นับเป็นความประทับใจในฐานะนักวิ่งที่ครั้งหนึ่งได้เคยร่วมวิ่งกับพระองค์ นอกจากนี้ ตนยังประทับใจในพระกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ ทราบว่ามีโครงการพระดำริมากมาย เช่น การช่วยเหลือผู้ต้องขัง ช่วยเด็กด้อยโอกาส และพระปรีชาสามารถด้านการทูต ทรงเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตสำหรับตน

Advertisement

ต่อมา เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามหลวง ยังคงมีประชาชนจากทุกสารทิศเดินทางมาต่อแถวรอเพื่อจะเข้าไปถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนนำรูปภาพของบุคคลอันเป็นที่รักติดตัวมาด้วย

นายอภิทรัพย์ ไพศาลสิริทรัพย์ อายุ 70 ปี จ.นนทบุรี หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ เปิดเผยว่า มีความผูกพัน ซึ่งได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อยู่เป็นประจำมาเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือนแล้ว สำหรับการมาสักการะพระองค์ภา เป็นการเดินทางมาในวันแรก

“ซึ่งเข้าไปสักการะมาแล้ว 2 รอบ ทุกครั้งที่ได้เข้าไปภายใน สัมผัสได้ถึงพระบารมีของพระองค์ท่านอย่างท่วมท้น น้อมนำหลักคำสอนและแบบอย่างการทรงงาน” นายอภิทรัพย์กล่าว

นายอภิทรัพย์กล่าวต่อว่า ตนได้ยึดถือแบบอย่างจากพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 โดยเฉพาะหลักการ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่กินใจและเป็นแนวทางที่ประเสริฐยิ่งในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ชื่นชมในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรเสมอมา พระองค์ท่านเปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดิน และทรงมีความเป็นกันเองอย่างยิ่งต่อประชาชน

“แม้จะไม่ได้มีโอกาสถวายงานในฐานะคนใกล้ชิด แต่การได้มาในวันนี้คือความตั้งใจจริง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อแผ่นดินไทย ซึ่งถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต” นายอภิทรัพย์กล่าว

ด้าน น.ส.จรูญพร มังกรคณฑี อายุ 47 ปี จ.สมุทรปราการ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ปิดร้าน 1 วัน เพื่อตั้งใจมาถวายสักการะ ซึ่งเข้าไปแล้ว 1 ครั้ง ครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 โดยตั้งใจเดินทางมาด้วยตนเอง ตั้งใจจะเข้าไปสักการะ 3-4 รอบ ตอนที่ทราบข่าวครั้งแรก รู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่ก็ยังรู้สึกดีใจที่วันนี้ได้เดินทางมาสักการะด้วยตนเอง

“ติดตามผ่านสื่อข่าวต่างๆ ท่านมีผลงานเยอะมาก ที่ทรงช่วยเหลือผู้ต้องขังผ่านโครงการกำลังใจในพระดำริฯ โดยเน้นการสร้างโอกาสอาชีพ การพัฒนาสุขอนามัย และฟื้นฟูสภาพจิตใจ ท่านทำได้หลายด้าน โดยยังทรงพระเยาว์อยู่“ น.ส.จรูญพรกล่าว

น.ส.จรูญพรกล่าวต่อว่า ภาพพระฉายาลักษณ์ที่สะท้อนถึงความสดใส น่ารัก และพระสิริโฉมที่งดงามของพระองค์ท่าน คือสิ่งที่ยังคงอยู่ในใจเสมอมา โดยมองว่าพระองค์คือแบบอย่างของความขยันและเป็นเจ้าของผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินมากมาย

ทั้งนี้ มีจุดคอยบริการอาหารพระราชทาน, จุดบริการทางการแพทย์บริเวณด้านข้างและมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการอย่างทั่วถึง, รถมอเตอร์ไซค์รับ-ส่ง ฟรี, ทางกระทรวงคมนาคม โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรมเจ้าท่า ได้จัดบริการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมถวายสักการะพระศพ โดยจัดรถ Shuttle Bus ฟรี 6 เส้นทาง เชื่อมต่อสถานีขนส่งและรถไฟฟ้าสู่สนามหลวง รวมถึงมีรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ที่ผ่านสนามหลวง 18 เส้นทาง ขณะที่กรมเจ้าท่าได้จัดเรือตรวจการณ์รับ-ส่งประชาชนฟรี 3 เส้นทาง ในแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและท่าเรือวัดระฆัง ไปยังท่าเรือท่าช้าง ระหว่างวันที่ 13-27 มิถุนายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนถวายสักการะและแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนเป็นต้นไป เวลา 08.30-16.00 น. ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง

อีกทั้ง สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน