ตั้งใจมาถวายความอาลัย พสกนิกร เผยถึง ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ทรงไม่ถือพระองค์ เป็นผู้ให้ที่แท้จริง

14.06.26 | 16:10 น.
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ตั้งใจมาถวายความอาลัย พสกนิกร เผยถึง ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ทรงไม่ถือพระองค์ เป็นผู้ให้ที่แท้จริง

 

ตามที่สำนักพระราชวังได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย ภายหลังการประกอบพระราชพิธีพระราชทานน้ำสรงพระศพ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเปิดให้เข้าถวายได้ตั้งแต่วันที่ 14-16 มิถุนายน เวลา 08.30-16.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงบ่าย บริเวณสนามหลวงยังคงมีพสกนิกรทยอยเดินทางเข้าไปถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในตอนบ่ายนั้น ทางเจ้าหน้าที่เปิดให้สามารถเดินเข้าไปได้เรื่อยๆ เพราะผู้คนไม่หนาแน่นเท่าช่วงเช้า จนถึงเวลา 16.00 น. จะทำการปิดทางเข้า

นางทิพา นุชจรีพร อายุ 74 ปี เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาจาก จ.นครปฐม ตั้งใจมารับเสด็จตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันนี้ตั้งใจจะเข้าสักการะ 7 รอบ เดินทางมากับคณะ เกือบ 20 คน ซึ่งรับเสด็จมาจะ 20 ปีแล้ว

”เป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสถวายงานใกล้ชิดในโครงการจิตอาสาของพระองค์ภา ซึ่งไปเข้าร่วมแพ็กของช่วยน้ำท่วมทุกรอบ มาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ‘พูดไม่ออกเดี๋ยวจะร้องไห้’ ท่านจำพวกแม่ได้ตลอด ไปตอนไหนท่านก็ทัก ทรงไม่ถือพระองค์” นางทิพา กล่าวสะท้อนภาพลักษณ์ของพระองค์ท่านในมุมที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

Advertisement

นางทิพา กล่าวต่อว่า ย้อนความทรงจำถึงช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างหนัก โดยเฉพาะการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและทหารในถิ่นทุรกันดารด้วยพระองค์เอง ซึ่งพระองค์มักจะเสด็จ ไปด้วยความเรียบง่ายและเป็นกันเองกับพสกนิกรเสมอมา ท่านเป็นผู้ให้ด้วยพระเมตตาประทับใจในพระปรีชาสามารถและความขยันหมั่นเพียรของพระองค์ท่าน ที่ทรงงานในหลายด้านพร้อมกัน รวมถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้ยากไร้และคนชรา

“ท่านรักคนแก่มาก และรักทหารต่างๆ ที่ลำบาก ท่านเป็นผู้ให้จริงๆ ทำให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความรักและเทิดทูนพระองค์ท่านไว้ในดวงใจ ความทรงจำที่ไม่มีวันเลือนหาย” นางทิพา กล่าว

นางทิพา กล่าวต่อว่า ในบางครั้งแม้ท่านทรงงานอยู่ แต่มีคนรายงานเข้ามาว่ามีภัยตรงไหน ท่านก็จะเสด็จ แม้มานานนับ 20 ปี แต่ความทรงจำเกี่ยวกับพระราชจริยวัตรที่งดงามของพระองค์ภา ยังคงเป็นสิ่งที่พสกนิกรหวงแหนและยึดถือไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

“มีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานความดี และยังคงระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชนเสมอมา โดยมองว่าพระองค์คือต้นแบบของผู้ที่มีจิตใจงดงามและเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม” นางทิพา กล่าว

นางทิพา นุชจรีพร อายุ 74 ปี

ด้าน นางพิกุล คุ้มชาติ อายุ 74 ปี จ.สระบุรี เปิดเผยว่า เดินทางด้วยรถไฟมาจากสระบุรี ขายังไม่หายดีแต่ตั้งใจมาถวายสักการะ ตนได้ติดตามพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่านมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ตอนทราบข่าวครั้งแรกร้องไห้

“โดยเฉพาะการได้มีโอกาสเห็นพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระองค์เองในหลายพื้นที่ ซึ่งสร้างความประทับใจในพระปรีชาสามารถ โดยเฉพาะด้านกฎหมายและการเป็นผู้พิพากษา” นางพิกุล กล่าว

นางพิกุล กล่าวต่อว่า ท่านเป็นต้นแบบของผู้ที่ ‘ทำจริง’ และลงมือปฏิบัติในทุกภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จฯ ไปเยี่ยมประชาชน หรือการนำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยพระองค์เอง ความมุ่งมั่นและการทุ่มเทเพื่อพสกนิกร ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความใกล้ชิด

“ขอเล่าถึงการบริการของเจ้าหน้าที่ บริการดี อาหารก็อร่อยมาก“ นางพิกุล กล่าว

นางพิกุล กล่าวต่อว่า ตนเป็นอาสาสมัคร กรมประพฤติ คุมผู้ที่ออกจากเรือนจำมา ก็จะเห็นท่านเสด็จไปเปิดงานกิจกรรมต่างๆ ก็จะได้ไปต้อนรับท่าน ซึ่งเห็นท่านมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ‘เก่งทุกอย่าง รอบด้าน‘ ประทับใจมาก

นางทิพา นุชจรีพร อายุ 74 ปี

ด้าน นายเพชร (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี กล่าวว่า เดินทางมาด้วยความศรัทธา เป็นการเดินทางมาถวายสักการะครั้งที่ 3 หลังจากที่เคยมีโอกาสมาถวายสักการะพระพันปีหลวง มาแล้วก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง

“ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมาถวายสักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีที่ยึดมั่นและสืบต่อมาจากการติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์” นายเพชร กล่าว

นายเพชร เล่าถึงความทรงจำที่ล้ำค่าเกี่ยวกับการถวายงานในอดีต สมัยที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ซึ่งเห็นถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่านได้ประทับอยู่ในใจเสมอมา

“ได้ทำบุญและบวช 1 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพรักและจงรักภักดี และครั้งนี้เดินทางมาคนเดียว แต่ในวันถัดไปจะชวนเพื่อนๆ มาด้วยอีกครั้ง“ นายเพชร กล่าว

ทั้งนี้ มีจุดคอยบริการอาหารพระราชทาน, จุดบริการทางการแพทย์บริเวณด้านข้างและมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการอย่างทั่วถึง, รถมอเตอร์ไซค์รับ-ส่ง ฟรี, บริการอินเทอร์เน็ต, ทางกระทรวงคมนาคม โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรมเจ้าท่า ได้จัดบริการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมถวายสักการะพระศพ โดยจัดรถ Shuttle Bus ฟรี 6 เส้นทาง เชื่อมต่อสถานีขนส่งและรถไฟฟ้าสู่สนามหลวง รวมถึงมีรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ที่ผ่านสนามหลวง 18 เส้นทาง ขณะที่กรมเจ้าท่าได้จัดเรือตรวจการณ์รับ-ส่งประชาชนฟรี 3 เส้นทาง ในแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและท่าเรือวัดระฆัง ไปยังท่าเรือท่าช้าง ระหว่างวันที่ 13-27 มิถุนายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ