พสกนิกรหลั่งไหล ถวายอาลัย พระองค์ภา น้อมรำลึกพระกรณียกิจ
ตามที่สำนักพระราชวัง ออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47 เมื่อเวลา 19.48 น. วันที่ 11 มิถุนายน ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ท่ามกลางความเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ
สำหรับวันที่ 13 มิถุนายน เวลา 8.30-12.00 น. ที่ผ่านมา พสกนิกรเข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป และระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน เวลา 8.30-16.00 น. พสกนิกรสามารถเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามหลวง มีประชาชนเดินทางมาร่วมถวายสักการะท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ


นางกรกช ทองใบ อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร เล่าทั้งน้ำตา เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาถึงที่บริเวณสนามหลวง ตั้งแต่ช่วงสายพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน โดยการเดินทางมาในวันนี้ มีความรู้สึกดีใจที่ได้เห็นประชาชนทยอยเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนตั้งใจเดินทางมาเพื่อกราบถวายสักการะพระศพด้วยความจงรักภักดี และต้องการมาเพื่อส่งกำลังใจ
นางกรกช กล่าวต่อว่า รู้สึกมีความซาบซึ้งถึงพระกรณียกิจของพระองค์ท่าน โดยส่วนตัวมีความประทับใจในพระองค์ท่านอยู่แล้ว เมื่อได้ชมวิดีโอประมวลภาพพระราชกรณียกิจ ที่มีการนำมาจัดฉายให้ชมตรงจุดพักคอย ผู้รับบริการอาหารพระราชทาน ยิ่งรู้สึกประทับใจมากขึ้น เนื่องจากปกติจะทราบจากข่าวสารว่า พระองค์ท่านทรงจัดสิ่งของบรรเทาทุกข์ เพื่อประทานช่วยเหลือประชาชน และทรงคัดเลือกสิ่งของเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง และหากมีเวลาว่างในวันข้างหน้า ก็ตั้งใจที่จะเดินทางมากราบถวายสักการะพระศพอย่างแน่นอน
“นอกจากนี้ ยังรู้สึกประทับใจเจ้าหน้าที่ ในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาที่สนามหลวง ทั้งการจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และขนม เป็นการบริการอย่างดีและทั่วถึงประชาชนทุกคน” นางกรกช กล่าว

นางนันทพรรณ์ วิจิตรสิริโชติ อายุ 57 ปี จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ตนมีความตั้งใจที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระศพให้ได้ เพราะรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง เนื่องจากได้เห็นและรับรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านมาโดยตลอดตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงปัจจุบัน แม้จะเตรียมใจไว้ล่วงหน้าตามสัจธรรมของชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาจริงก็ยังคงรู้สึกใจหาย รวมถึงรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้มีโอกาสเดินทางมาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่มีความจงรักภักดี เพื่อร่วมส่งพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย
“ประทับใจในทุกพระกรณียกิจของพระองค์ท่าน แต่มีพระกรณียกิจที่ประทับใจที่สุด และยังคงจำได้แม่นยำ คือ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งพระองค์ท่านได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมและช่วยเหลือประชาชนอย่างเงียบ โดยที่ราษฎรในพื้นที่หลายคนไม่ทราบล่วงหน้าว่าเป็นพระองค์ท่าน จนกระทั่งทรงเรียกทักทาย สร้างความตื้นตันใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก” นางนันทพรรณ์ กล่าว
นางนันทพรรณ์ กล่าวต่อว่า ภาพที่เห็นชัดเจนมาโดยตลอดตั้งแต่ท่านยังทรงพระเยาว์ คือ ท่านมีความสามารถ ทำหน้าที่เพื่อประชาชน ทรงมีความเก่งและทรงงานหนักมาโดยตลอด เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสดูวิดีโอตอนที่ท่านทรงฝึกบินบนเครื่องบิน ยังคิดในใจเลยว่าพระองค์ท่านทรงกล้าหาญมาก และที่สำคัญ คือ ท่านทรงมีความเป็นกันเองกับประชาชนอย่างยิ่ง และหากสำนักพระราชวังยังคงเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะพระศพอย่างต่อเนื่อง ตนก็ตั้งใจที่จะเดินทางมาอีกหลายๆ ครั้ง อย่างแน่นอน
“เจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก มีการต้อนรับและคอยให้คำแนะนำเส้นทางเป็นอย่างดี ขณะที่อาหารและเครื่องดื่มก็มีบริการอย่างทั่วถึงและเพียงพอสำหรับประชาชนที่เดินทางมาไกล ซึ่งบางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้มีอาการเหนื่อยล้า แต่เมื่อมาถึงและได้รับการดูแลก็ช่วยบรรเทาความเหนื่อยไปได้มาก” นางนันทพรรณ์ กล่าว





