พสกนิกรหลั่งไหลถวายอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ รำลึกพระเมตตา-พระกรณียกิจเพื่อผู้ด้อยโอกาส
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน สำนักพระราชวัง เปิดให้คณะบุคคลและประชาชนลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง และถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารหน่วยงานราชการในพระองค์ ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้ถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์เป็นวันสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.30 น. มีคณะบุคคลและประชาชนเดินทางมาถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยกันอย่างเนืองแน่น ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อาทิ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ธนาคารแห่งประเทศไทย, นายชวน หลีกภัย, คณะมูลนิธิสิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ และกลุ่มทีซีซีกรุ๊ป, สำนักงานกปร., อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), พรรคทางเลือกใหม่, สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ, โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, บริษัท BEC World จำกัด (มหาชน) และสถานีโทรทัศน์ช่อง 3, สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), โตโยต้า, สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันและการค้า, พล.อ.อาชวินทร์ เศวตเศรนี อดีตนายทหารราชองครักษ์พิเศษ พร้อมครอบครัว, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน), การเคหะแห่งประเทศไทย, คณะครู และนักเรียนโรงเรียนช่างฝีมือทหาร, บริษัท เดอะ วินเนอร์ มาสเตอร์ 2003 จำกัด




นอกจากนี้ ที่อาคารหน่วยงานราชการในพระองค์ เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย อาทิ ศรีลังกา แคนาดา สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึง องค์การ ยูนิเซฟ และ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้เดินทางมาร่วมลงนามถวายความอาลัยอย่างต่อเนื่อง



นายณัฐพร ย้อยดี อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ตนตั้งใจเดินทางมากราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ด้วยความอาลัยยิ่ง เนื่องจากเคยมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี แม้จะได้เห็นพระองค์เพียงจากระยะไกล แต่สามารถสัมผัสได้ถึงพระอัธยาศัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงมีพระจริยวัตรเรียบง่าย ทรงเป็นกันเอง และทรงมีพระพักตร์ยิ้มแย้ม จนเป็นภาพความทรงจำที่ยังคงประทับอยู่ในใจมาจนถึงทุกวันนี้
นายณัฐพรกล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ติดตามพระกรณียกิจของพระองค์อยู่เสมอ โดยเฉพาะงานด้านกฎหมาย การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จึงรู้สึกซาบซึ้งและชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระองค์มาโดยตลอด
“เมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ รู้สึกใจหายและตกใจมาก เพราะไม่เคยคิดว่าวันนี้จะมาถึง พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ และทรงงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มกำลัง การเดินทางมาในวันนี้จึงตั้งใจมากราบถวายสักการะพระศพเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยจากใจจริง” นายณัฐพรกล่าว พร้อมระบุว่า หลังจากนี้จะหาโอกาสเดินทางมากราบถวายอาลัยพระศพที่พระที่นั่งพิมานรัตยาอีกครั้ง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

ด้าน นางรัตนาภรณ์ เปรมัษเฐียร อายุ 75 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เดินทางมาจากบ้านพักย่านเจริญนคร พร้อมเพื่อนแต่เช้า ตั้งใจมาถวายสักการะและลงนามถวายอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพราะทราบว่า วันนี้เปิดให้ลงนามถวายอาลัยวันสุดท้าย พระองค์ทรงเป็นเจ้าหญิงของคนไทย มีพระเมตตา ประกอบพระกรณียกิจมากมาย ทรงอุทิศพระองค์ช่วยผู้ด้อยโอกาส ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ ให้เข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาล เด็กได้เติบโต อยากให้มีการเผยแพร่พระกรณียกิจของพระองค์อย่างต่อเนื่อง แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรค์แล้ว แต่ทรงฝากมรดกทางปัญญาสร้างประโยชน์ให้สังคมไทย ทรงเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งตนจะมากราบพระศพหน้าพระโกศอีกครั้ง
ด้านนางสาวอัจฉรา หอมหวล ข้าราชการเกษียณ อายุ 67 ปี กล่าวว่า โศกเศร้าเสียใจมากเมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ จดจำทุกเรื่องราวของพระองค์ เมื่อไดัยิน ได้เห็นข่าวก็น้ำตาซึม เรารักพระองค์ทุกคนระลึกถึงเจ้านายพระองค์นี้ วันนี้เดินทางจากบ้านพักจังหวัดปทุมธานีตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อมาลงนามถวายความเคารพและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ โดยเฉพาะด้านยุติธรรม พระราชทานแนวทางช่วยเหลือผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ สามารถกลับคืนสู่สังคมได้และไม่หวนกลับไปทำความผิดอีก หลังพ้นจากเรือนจำ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีอาชีพติดตัวไป ทรงให้ความยุติธรรม ให้กำลังใจ และให้โอกาส

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 08.00- 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569 และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน







