พยาบาล รพ.มะการักษ์ เผยความประทับใจที่มีโอกาสได้ถวายภาพวาด แด่ พระองค์ภาฯ

20.06.26 | 16:13 น.

พยาบาล รพ.มะการักษ์ เผยความประทับใจที่มีโอกาสได้ถวายภาพวาด แด่ พระองค์ภาฯ

น.ส.ศรีทอง คงนานดี อายุ 26 ปี พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลมะการักษ์ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง จากบ้านไล่โว่ เล่าถึงความรู้สึกเมื่อครั้งที่ตนเองได้มีโอกาสรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือ “พระองค์ภาฯ” ครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี ในปี พ.ศ.2562 ว่า ตนเกิดในหมู่บ้านไล่โว่ หมู่ที่ 4 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พ่อ แม่ เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง

“ในหมู่บ้านของหนูซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และไม่มีไฟฟ้าใช้ การเดินทางจากหมู่บ้านไลโว่ ถึงตัวอำเภอสังขละบุรี เป็นทางในป่า ซึ่งในช่วงฤดูฝนถ้ามีธุระจำเป็นต้องใช้วิธีเดินเท้า และใช้เวลาในการเดินทาง 3-4 ชั่วโมง ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทอง ก่อนจะเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์อีก 30-40 นาที เพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอสังขละบุรี”น.ส.ศรีทอง กล่าว

น.ส.ศรีทอง กล่าวว่า ในปี พ.ศ.2562 ตนและชาวบ้านได้รับข่าวว่า พระองค์ภาฯ จะเสด็จมาเยี่ยมหมู่บ้านสาละวะ ช่วงแรกที่ได้รับข่าว ชาวบ้านและตนเองก็ไม่เชื่อ คิดว่าน่าจะเป็นข่าวลือ พระองค์ภาฯ ท่านอาจไม่ได้เสด็จฯ มาจริง

“แต่พอได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่าท่านจะเสด็จฯ มาจริง หนูก็ได้มีโอกาสวาดพระฉายาสาทิสลักษณ์ เพื่อถวายให้แก่พระองค์ภาฯ โดยมีเวลาในการวาดรูปเพียง 8-9 วัน โดยตนเองจะเริ่มวาดรูปตั้งแต่เช้าก่อนจะพักเที่ยง และลงมือวาดต่อหลังอาหารเย็น จนถึงเวลา 22.00 น. ใช้เวลาอยู่อย่างนี้ถึง 8 วัน”

Advertisement

น.ส.ศรีทอง กล่าวว่า ตอนเริ่มลงมือค่อนข้างจะกังวลเกรงว่าจะวาดรูปพระองค์ท่านไม่เหมือน ที่สำคัญเป็นการวาดรูปโทนสีน้ำมันครั้งแรกของตนเอง แต่ก็รู้สึกดีที่มีอาจารย์และคุณครูคอยช่วยสอนและคอยชี้แนะในการวาดรูป

หลังจากวาดรูปเสร็จ พระองค์ท่านก็เสด็จมาที่บ้านสาละวะ หมู่ที่ 4 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตนเองจึงได้เดินทางไปรับเสด็จฯ เมื่อเดินทางไปถึงในช่วงเวลาที่รอรับเสด็จฯ ฟ้าครึ้มเหมือนจะมีฝนตก ตอนนั้นตนเองรู้สึกกังวลเพราะไม่แน่ใจว่าจะได้รับเสด็จฯ ไหม กลัวฝนตก ถ้าฝนตกลงมาจริงๆ พระองค์ท่านก็ไม่น่าจะเสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์ได้ แต่พอได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งดังขึ้นมา ตอนนั้นใจเริ่มสั่น พอพระองค์เสด็จฯ มาถึง ฟ้าที่เคยครึ้มเหมือนฝนจะตก กลับสว่างแสงแดดจ้า เหมือนกับว่าพระองค์ท่านได้นำแสงสว่าง มาให้กับชาวบ้านไล่โว่และบ้านสาละวะจริงๆ

แล้วพอท่านเสด็จฯ ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมเดินเข้าพบปะประชาชนที่รอเข้าเฝ้า พระองค์ท่านทรงอ่อนโยนและเป็นกันเองกับทุกคน เมื่อเสด็จฯ มาถึงที่ตนเองนั่ง พระองค์ท่าน ทอดพระเนตรเห็นรูปก็ทรงตรัสถามว่า “นี่รูปเราหรอ …รูปเราเอง”

พร้อมตรัสชมว่า “วาดรูปสวยมาก เดี๋ยวเรา จะนำรูปนี้ไปไว้ที่บ้าน” ทำให้ตัวเองรู้สึกดีใจและปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าในวันนั้น เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้รับเสด็จฯ อย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นพระองค์จะเสด็จฯ มาเยี่ยมชาวบ้านไล่โว่และบ้านสาละวะทุกๆ 3-4เดือน

ต่อมาตนเองได้มีโอกาสรับเสด็จฯ เป็นครั้งที่ 2 ที่บ้านไล่โว่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของตนเอง โดยในครั้งนั้นตนเองได้มีโอกาสแสดงการวาดภาพให้พระองค์ภาฯ ได้ทอดพระเนตร โดยทุกๆ ครั้งที่พระองค์เสด็จฯ จะคอยถามถึงทุกข์-สุขของชาวบ้าน ขาดเหลืออะไรบ้าง ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม

ตอนที่รับเสด็จฯ ครั้งแรกตนเองเพิ่งจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย และกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังจะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย โดยตนเองสอบติดคณะศึกษาศาสตร์และพยาบาล ในช่วงที่ได้รับเสด็จฯ ได้เห็นพระองค์ท่านมีความเมตตา ความอดทน และความเสียสละ ทำให้ตนเองตัดสินใจเรียนต่อพยาบาล เพราะตนเองคิดว่าการเรียนพยาบาลจะทำให้ตนเองสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ รวมทั้งจะได้มีโอกาสเป็นครู ในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย

พอเรียนจบได้มีโอกาสมาทำงาน ที่โรงพยาบาลมะการักษ์ ก็ได้พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการทำงาน ในการดูแลผู้ป่วย ที่ต้องใช้ความอดทน ความเสียสละ ความมีเมตตาในการดูแลผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล

น.ส.ศรีทอง กล่าวว่า  ตอนทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ก็รู้สึกเสียใจที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรค์คาลัยแล้ว รวมทั้งรู้สึกคิดถึงตั้งแต่พระองค์ท่านทรงประชวร ตนเองและชาวบ้านต่างคิดถึง ทุกครั้งที่กลับบ้านชาวบ้านจะมาถามถึงอาการป่วยของพระองค์ พระองค์ทรงดีขึ้นหรือยัง เนื่องจากในหมู่บ้าน ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในการติดตามอาการของพระองค์ได้ วันนี้พระองค์ไม่อยู่แล้วก็รู้สึกเสียใจมาก

จากนี้จะขอทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ในการดูแลผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา และจะดำรงตนเป็นคนดี เพื่อทำประโยชน์ให้สังคม ประเทศชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้