เปิดนิทรรศการ ‘พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ’ กลางไอคอนสยาม – ชวนพิสูจน์ฝีมือผู้ก้าวพลาด สร้างอาชีพ มอบโอกาส
เมื่อวันที่ 22 กันยายน เวลา 11.00 น. ที่ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ และไอคอนสยาม จัดพิธีเปิดโครงการ ’พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ‘ (The Power of Art Beyond Barriers) นำเสนอผลงานวิจิตรศิลป์ หัตถศิลป์ งานออกแบบ และผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยจาก ‘ศิลปินหลังกำแพง’ ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด ‘อิสระแห่งการสร้างสรรค์ อยู่เหนือพันธนาการทั้งปวง‘

ทั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอผลงานด้านศิลปะและการฝึกวิชาชีพของผู้ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรือนจำ ผ่านงานศิลปะ งานผ้า งานปัก งานตัดเย็บ ตลอดจนการสาธิตทักษะอาชีพ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานในพิธี
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานพันธมิตรผู้ร่วมผนึกกำลัง อาทิ พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, นางสาววริศรา ศิริสุทธิเดชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย กรมราชทัณฑ์, นายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม, นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ดร. อมัจจ์ สมบูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มงานกลยุทธ์การขายและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ นายไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ตลอดจนบุคคลสำคัญจากหลากหลายแวดวง ร่วมแสดงพลังสนับสนุนอย่างแน่นแฟ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงพิเศษ 2 ชุด ได้แก่ การแสดงโขนหญิง ชุดพิเศษ ตอน ‘ยกรบ’ โดย ทัณฑสถานหญิงกลาง และการแสดง ’รุกข์ศิลป์ตื่นรู้’ โดยทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ซึ่งทั้ง 2 การแสดงถ่ายทอดผ่านท่วงท่าและจังหวะการเคลื่อนไหว สื่อถึงการตื่นรู้ การฟื้นฟูจิตใจ และพลังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยและศักยภาพของผู้ก้าวพลาดได้อย่างประทับใจ

โครงการดังกล่าวยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพระประวัติ พระปณิธาน พระกรณียกิจ และคุณูปการอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงมีต่อกรมราชทัณฑ์ และโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ซึ่งเนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 โซน อาทิ นิทรรศการผลงานการฝึกวิชาชีพด้านงานศิลป์เหนือพันธนาการ, การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ งานตัดเย็บจากหลังกำแพงสู่เวทีสากล, การจัดแสดงงานผ้าทอ ผ้าไหม ผ้าสาน, งานปักผ้าและปักเลื่อมผ้าปาเต๊ะ, มุมสาธิตการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง และมุมบริการเครื่องดื่ม กาแฟ รวมถึงบริการนวดไทยและสปา เป็นต้น

ต่อมาเวลา 11.00 น. พลอากาศเอกสมคิด สุขบาง ประธานในพิธี เดินทางถึงบริเวณจัดงาน โดยผู้เข้าร่วมพิธีร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้น ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ กล่าวถึงความเป็นมาและแนวคิดของโครงการว่า การจัดนิทรรศการ ‘พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ’ ในครั้งนี้ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ผนึกกำลัง ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ และไอคอนสยาม จัดพิธีเปิดนิทรรศการ พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ จากพลังสร้างสรรค์หลังกำแพง สู่โอกาสใหม่บนเวทีโลก ชวนสัมผัสสุดยอดผลงาน วิจิตรศิลป์ หัตถศิลป์ งานออกแบบ และ ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ที่รังสรรค์ขึ้นจากศิลปินหลังกำแพง จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิดอิสระแห่งการสร้างสรรค์ อยู่เหนือพันธนาการทั้งปวง
เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ สร้างอาชีพ และฟื้นฟูศักยภาพมนุษย์ นิทรรศการ และประสบการณ์วิชาชีพ จากพลังสร้างสรรค์หลังกำแพง สู่โอกาสใหม่บนเวทีโลก มีที่มาจากความตั้งใจร่วมกันที่จะก้าวข้ามกรอบแนวคิดเดิม ของงานราชทัณฑ์ จากการควบคุมกักขังทางกายภาพ สู่การสร้างพื้นที่แห่งการฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัย และการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

“กำแพงที่ยากที่สุดหลังพ้นโทษ อาจไม่ใช่กำแพงเรือนจำ แต่คือกำแพงอคติและตราบาปทางสังคมโครงการนี้มุ่งเชื่อมโยง การแก้ไขฟื้นฟู การพัฒนาทักษะ ด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการสร้างอาชีพ การสร้างตลาดรองรับ สู่การกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี
เพราะเราเชื่อว่าการให้โอกาส ไม่ใช่การลบอดีต แต่คือการเปิดพื้นที่ให้พิสูจน์ตนเองในปัจจุบัน และสร้างอนาคตด้วยสองมือของตนเอง ด้วยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ ไอคอนสยาม สยามพิวรรธน์ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วน” ดร.ดอยธิเบศร์ กล่าว

ดร.ดอยธิเบศร์ กล่าวต่อไปว่า เราไม่ได้เพียงร่วมกันเปิดนิทรรศการ แต่กำลังร่วมกันเปิดประตูแห่งโอกาส เปลี่ยนศิลปะ ให้เป็น อาชีพ เปลี่ยนฝีมือ ให้เป็นคุณค่า เปลี่ยนโอกาสให้เป็น อนาคต และเปลี่ยนกำแพงให้เป็นประตูสู่การเริ่มต้นใหม่
ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม นอกจากมีภารกิจในการควบคุมและดูแลผู้ต้องขังแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้นโยบาย ‘เปลี่ยนภาระ ให้เป็นโอกาส’ โดยส่งเสริมการใช้ศิลปะและงานสร้างสรรค์ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อสร้างคุณค่าในตนเองและโอกาสในการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ

การจัดงานนิทรรศการในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ และไอคอนสยาม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-29 กันยายน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. เฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจ เพื่อพระราชทานโอกาสและสร้างกำลังใจแก่ผู้ต้องขัง
2. เผยแพร่ภารกิจด้านการพัฒนาพฤตินิสัยและแสดงให้สังคมได้เห็นถึงศักยภาพ ความสามารถและผลงานสร้างสรรค์ของผู้ต้องขัง
3. สร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้เพื่อให้ผู้ต้องขังมีทักษะสามารถพึ่งพาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคง

“ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการและกิจกรรม อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ผลงานวิจิตรศิลป์และหัตถศิลป์แฟชั่นโชว์ การสาธิตการฝึกวิชาชีพ ตลอดจนบริการเครื่องดื่มและนวดไทย โดย ความร่วมมือจากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ
“ขอขอบพระคุณพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ไอคอนสยาม คณะผู้จัดงาน ตลอดจนหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วม สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้” พ.ต.ท.ประวุธกล่าว

จากนั้น พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ กล่าวเปิดโครงการว่า ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการในวันนี้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระกรุณาธิคุณและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล
งานราชทัณฑ์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม โดยนับตั้งแต่ปี 2549 ที่ทรงก่อตั้ง ’โครงการกำลังใจในพระดำริฯ’ พระองค์ทรงเริ่มต้นด้วยการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กติดผู้ต้องขังให้ได้รับการดูแลด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน
ต่อมาทรงขยายขอบเขตการช่วยเหลือไปยังเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ โดยทรงเน้นย้ำการสร้างเสริมกำลังใจ การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะจิตใจ การฝึกอาชีพ เพื่อให้ผู้ก้าวพลาดเป็นผู้มีคุณค่า ผู้รู้คุณค่าในตนเอง และได้เตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม

นอกจากนี้ พระกรุณาธิคุณยังได้ขยายไปสู่ระดับสากล ผ่านการริเริ่มและทรงขับเคลื่อนโครงการ ELFI ซึ่งว่าด้วยการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้หญิงในเรือนจำในนามประเทศไทย เพื่อผลักดันให้เป็นข้อกำหนดสหประชาชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ จนกระทั่งเมื่อปี 2553 องค์การสหประชาชาติได้ให้การรับรองในชื่อ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ หรือ Bangkok Rules เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นข้อกำหนดแรกของโลกที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดความยุติธรรม ที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะและมนุษยธรรม
พลอากาศเอก สมคิด กล่าวต่อว่า สำหรับการฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับการฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือผู้ต้องขัง ตลอดจนส่งเสริมให้นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐานโอทอป และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) รวมทั้งได้พระราชทานแนวทางให้นำสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ เช่น ปรับสูตร Live Commerce และการตลาดออนไลน์ เพื่อให้ผู้ต้องขังกรมราชทัณฑ์มีทักษะอาชีพที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โดยมีหลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีฝีมือของผู้ต้องขัง เพื่อยกระดับให้สามารถเข้าสู่มาตรฐานสากล ‘นิทรรศการพลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ’ ในวันนี้ จึงเป็นผลผลิตที่มาจากพระเมตตาของพระองค์ท่าน และความร่วมมืออันดียิ่งระหว่างกรมราชทัณฑ์ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ไอคอนสยาม และกองทุนกำลังใจในพระราชดำริ เพื่อรวมกันสืบสานพระปณิธานในการสร้างเครือข่ายแห่งโอกาส เป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูศักยภาพของมนุษย์ ที่แสดงให้เห็นว่าข้อจำกัดทางกายไม่อาจปิดกั้นความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองได้
“มากกว่าการสร้างรายได้ คือการคืนศักยภาพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่ผู้ก้าวพลาด ให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในนามของคณะกรรมการกองทุนกำลังใจ ขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนา การฝึกวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณพี่พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ที่ได้สร้างสรรค์คุณค่าทางศิลปะ และขอขอบคุณไอคอนสยามที่ให้กรุณาสนับสนุนพื้นที่ในการจัดนิทรรศการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานในครั้งนี้ เพื่อสานต่อแนวทางในการสร้างสรรค์โอกาส ให้เกิดการยอมรับก้าวข้ามข้อจำกัด และกลับมาเป็นกำลังใจสำคัญของสังคมต่อไป” พลอากาศเอก สมคิด กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ นิทรรศการ ‘พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-29 กันยายน 2569 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าชม หรือเลือกซื้อผลงานศิลปะ หัตถศิลป์ งานออกแบบ และผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยจากผู้ต้องขังและผู้ก้าวพลาดจากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพและรายได้ และเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า







