โครงการ ‘ลมหายใจเดียวกัน’ ช่วยวิกฤตโควิด ประคองสังคมไทย จากใจกลุ่ม ปตท.

โครงการ ‘ลมหายใจเดียวกัน’ ช่วยวิกฤตโควิด ประคองสังคมไทย จากใจกลุ่ม ปตท.

จนถึงวันนี้เชื่อว่าทุกคนรับรู้ถึงความน่ากลัวของไวรัสโควิด19 จากสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันกับตัวเลขผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะคนที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปอย่างไม่ทันได้ร่ำลา

แม้อาการของผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง รักษาด้วยการกินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง บางคนก็หายจากโรคได้เองโดยไม่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ยกเว้นผู้ที่ป่วยด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง แพทย์จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สำคัญอย่างเครื่องช่วยหายใจเพื่อทำการพยุงระบบหายใจ และช่วยเพิ่มปริมาตรอากาศภายในปอด เป็นการประคองลมหายใจของผู้ป่วยควบคู่ไปกับการกินยาต้านไวรัส เพื่อให้เขาได้มีโอกาสหายจากโรคและกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอันเป็นที่รักต่อไป

ด้วยความเชื่อที่ว่าคนไทยทุกคนมีลมหายใจเดียวกัน เป็นที่มาของ โครงการลมหายใจเดียวกัน ของ กลุ่ม ปตท. เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด19 อย่างจริงจัง โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า จัดตั้งขึ้นช่วงที่มีการระบาดระลอก 3 ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้น ส่งผลให้มีผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในระดับร้ายแรงจำนวนมาก จึงเริ่มจากการสำรวจโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยขั้นวิกฤตว่าต้องการอุปกรณ์อะไรบ้างเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย คำตอบก็คือ เครื่องช่วยหายใจที่โรงพยาบาลทั่วประเทศกำลังขาดแคลน

โครงการลมหายใจเดียวกันในระยะแรก จึงเป็นการเร่งส่งมอบเครื่องช่วยหายใจและเครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง เพื่อยืดลมหายใจของผู้ป่วยขั้นวิกฤตของแต่ละโรงพยาบาลจำนวนกว่า 400 เครื่อง พร้อมสนับสนุนออกซิเจนเหลวแก่โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ระบาดหนักทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค รวมแล้วกว่า 300 แห่ง

ในช่วงจำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง รัฐบาลวางแผนรับมือด้วยการสร้างโรงพยาบาลสนาม กลุ่ม ปตท. จึงได้สนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง รวมถึงร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร จัดหน่วยวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุกใน 4 พื้นที่เปราะบางและมีความเสี่ยงสูง

ระหว่างนั้นก็มีการเดินหน้าโครงการ Restart Thailand เพื่อให้เป็นอีกแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการสร้างงาน สร้างรายได้ ด้วยการจ้างแรงงานผ่านเครือข่ายของกลุ่ม มีการจัดจ้างนักศึกษาจบใหม่ และเปิดรับพนักงานเพิ่มเติมในตำแหน่งที่ว่าง ช่วยสร้างงานให้คนไทยได้กว่า 25,000 คน

ทันทีที่สถานการณ์การระบาดของโควิด19 ระลอกล่าสุดถึงจุดพีค จำนวนผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก ปตท. และบริษัทในกลุ่มจึงเห็นพ้องกันว่า เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องช่วยกันเพิ่มศักยภาพระบบสาธารณสุขให้มีขีดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยมากขึ้น จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ และโรงพยาบาลปิยะเวท จัดตั้ง หน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) กลุ่ม ปตท. ขึ้น 

ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบบครบวงจร มีการดำเนินการในแบบ ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ซึ่งหมายถึงลดโอกาสเสียชีวิตลง โดยประกอบไปด้วย 4 จุดหลัก 

เริ่มจากจุดที่ 1 หน่วยคัดกรองโครงการลมหายใจเดียวกัน ที่อาคาร EnCo ถนนวิภาวดีรังสิต ไว้เป็นจุดคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโดยใช้ชุดตรวจ ATK ถ้าพบว่ามีการเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งตรวจ RT-PCR ต่อ หากตรวจพบเชื้อในระดับสีเขียวก็จะมอบกล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน  ในกล่องมีชุดอุปกรณ์การทางแพทย์ ยาฟาวิพิราเวียร์ และสิ่งจำเป็นอื่นๆ สำหรับใช้ดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านหรือในชุมชน พร้อมกับมีระบบติดตามอาการผู้ป่วย

ขณะที่จุด 24 เป็นโรงพยาบาลสนามครบวงจร รองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อทุกระดับความรุนแรง ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ โดยโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเขียวกระจายอยู่ตามโรงแรมในกรุงเทพฯ กว่า 1,000 เตียง  ส่วนโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเหลือง จำนวน 300 เตียง แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยสีแดงจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามระดับวิกฤต ICU บนพื้นที่ 4 ไร่ของโรงพยาบาลปิยะเวท สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้ถึง 120 เตียง

นอกจากนี้ นับตั้งแต่โควิด19 เริ่มแพร่ระบาดในปีที่แล้ว กลุ่ม ปตท. ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและ เทคโนโลยี คิดค้นนวัตกรรม ผลิตอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ มาสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เป็นต้นว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนหุ่นยนต์ CARA ช่วยส่งอาหารและอุปกรณ์แก่ผู้ป่วย และหุ่นยนต์ Xterlizer UV Robot ฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสง UV บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สนับสนุนนวัตกรรมหมวกอัดอากาศความดันบวก PAPR ชุดป้องกันการติดเชื้อ PE Gown ชุดตรวจคัดกรอง Rapid Test บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) คิดค้นเตียงสนามพลาสติกที่สามารถรับน้ำหนักได้สูง รวมถึงชุดป้องกันการติดเชื้อและอุปกรณ์ต่างๆ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนชุดตรวจ Antigen Rapid Test ซึ่งเป็นนวัตกรรมภายใต้ความร่วมมือของบริษัทกับ สวทช.

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งเดินทางดูแลผู้ป่วยและบุคลากร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ช่วยเติมพลังทีมด่านหน้าด้วยเครื่องดื่มจากร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน  น้ำดื่มจิฟฟี่ และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ รวมถึงบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด จัดพื้นที่อาคาร Enter เป็นจุดคัดกรองโควิด-19 บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด ทำหน้าที่จัดการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียน และบริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด รับบริหารระบบการตรวจคัดกรองโควิด-19

นอกเหนือจากบทบาทการเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ ที่มีภารกิจหลักสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคนไทย การจัดตั้งโครงการลมหายใจเดียวกันของกลุ่ม ปตท. ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมในทุกมิติ เคียงข้างประเทศชาติให้ก้าวพ้นวิกฤตไปให้ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แดเนียล เครก กล่าวคำไม่เคยคิดจะพูดในพิธี “เปิดดาว” ประดับบนฮอลลีวูด วอล์ก ออฟ เฟม
บทความถัดไปผุดไอเดีย ‘เตี๋ยวเพื่อนกัญ’ ก๋วยเตี๋ยวใส่กัญชา ชี้เจ้าแรกในพิษณุโลก ลูกค้าแห่ชิมแน่นร้าน