สถาบันลูกโลกสีเขียว มอบ 42 รางวัลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าแก้วิกฤตโลกร้อนอย่างยั่งยืน

เป็นระยะเวลานับสิบปีที่ สถาบันลูกโลกสีเขียว ได้เดินหน้าช่วยเหลือและมีส่วนร่วมกับชุมชนในการฟื้นฟูป่าไม้และอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ตามเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกเริ่มของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ที่ต้องการสร้างความตื่นตัวและให้สังคมตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติ นำสู่ความมุ่งมั่นตั้งใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

“รางวัลลูกโลกสีเขียว” ที่สถาบันลูกโลกสีเขียวมอบในแต่ละปี เป็นเสมือนสิ่งสะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนในการช่วยกันดูแลป่าไม้ ทั้งยังเป็นการยกย่องและให้กำลังใจทุกคนที่ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศไทยมากขึ้น 

ปี 2564 สถาบันลูกโลกสีเขียวได้จัดพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 20 โดยจัดในรูปแบบ 4 ภาค แก่ผู้อนุรักษ์ทั่วประเทศ จำนวน 42 ผลงาน ใน 7 ประเภทรางวัล รวมเงินรางวัลทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านบาท เพื่อแสดงให้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในสังคม ที่ตั้งใจร่วมกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในไทย

 

รางวัลความตั้งใจ

พิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 20 นี้ สถาบันลูกโลกสีเขียวมอบรางวัลแก่ผู้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติถึง 42 ผลงานจากทั่วประเทศใน 7 ประเภทรางวัล ประกอบด้วย 1. ประเภทชุมชน 8 ผลงาน 2. ประเภทกลุ่มเยาวชน 4 ผลงาน 3. ประเภท “สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน” 7 ผลงาน 4. ประเภทบุคคล 8 ผลงาน 5. ประเภทงานเขียน 4 ผลงาน 6. ประเภทความเรียงเยาวชน 9 ผลงาน 7. ประเภทสื่อมวลชน 2 ผลงาน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว และประธานกรรมการตัดสินผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 20 กล่าวว่า รางวัลเหล่านี้ถือเป็นการสนับสนุนคนตัวเล็กๆ ที่ให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่าไม้ มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งเป็นการทำงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล

ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว เผยว่า รางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคลนั้น มีผู้อนุรักษ์ตัวอย่างที่ให้ความร่วมมือแก้ไขวิกฤตจนได้รับรางวัล ในอดีตนักอนุรักษ์เหล่านี้ก็เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ บางคนเป็นสิงห์นักบิด รักการท่องเที่ยว แต่บางคนทุ่มเทกับการชุบชีวิตป่าไม้ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น นายดวงแก้ว สมพงษ์ จากสิงห์นักบิดสู่นักสร้างฝายตัวยง ด้วยความมุ่งหวังให้ป่าท้องถิ่นของตนอุดมสมบูรณ์เหมือนพื้นที่อื่น หรือชายชราที่ต่อชีวิตให้พืชใกล้สูญพันธุ์อย่าง นายเลื่อน มีแสง ที่อนุรักษ์พลับพลึงธาร พืชใกล้สูญพันธุ์ได้สำเร็จ

ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งประเภทผลงานที่เป็นพลังเล็กๆ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ คือ ผลงานประเภทกลุ่มเยาวชน ที่ให้ความสำคัญเรื่องการจัดการขยะ ปลูกต้นไม้ และเรื่องการสร้างจิตสาธารณะในการดูแลผู้สูงวัย เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยในอีกไม่ช้า ผลงานนี้จึงเป็นการบ่มเพาะเยาวชนให้มีจิตใจที่ดี เอื้อเฟื้อต่อผู้คนและธรรมชาติ ส่วนรางวัลประเภทความเรียง งานเขียน และสื่อมวลชน เป็นการปลุกให้สังคมตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่นับวันยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นทุกปี การใช้สื่อโซเชียลมีเดียจึงเป็นเหมือนแต้มต่อ ที่ทำให้สังคมได้ตระหนักรู้และช่วยเหลือกันมากขึ้น

เช่นเดียวกับกลุ่มชุมชนที่ยังคงต่อสู้เพื่อรักษาป่า และร่วมสร้างพื้นที่ป่าให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งอาหาร หรือพื้นที่เรียนรู้ให้ชุมชนอื่น เช่น ชุมชนตำบลวังตะกอ จังหวัดชุมพร ชุมชนบ้านเหล่าเหนือ จังหวัดแพร่ ฯลฯ ด้วยพลังของคนในชุมชนที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การอนุรักษ์ป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์ และสร้างพื้นที่สีเขียวแก่ชุมชนและประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้รางวัลลูกโลก ประเภทชุมชน และประเภท “สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน” นั้นควรค่าแก่การยกย่องเชิดชูเป็นอย่างมาก

ป่าไม้ที่สมบูรณ์ คือส่วนสำคัญของสังคมคาร์บอนต่ำ

ปัญหาวิกฤตทางธรรมชาติหลายอย่างทั้งโลกร้อนและไฟป่า ล้วนเกิดจากการที่โลกมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างเดินหน้านโยบายเพื่อช่วยกันแก้ปัญหานี้ ดังเช่นที่สถาบันลูกโลกสีเขียวเห็นความสำคัญในการคืนออกซิเจนบริสุทธิ์ให้โลก จึงร่วมมือกับหลายชุมชนและองค์กรในการผลักดันการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว กล่าวว่า เนื่องจากวิกฤตโลกร้อนเป็นปัญหาระดับโลก ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญต่อแนวทางแก้ไขปัญหา บทบาทของสถาบันลูกโลกสีเขียวในวันนี้จะทวีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์นั้นมีส่วนสำคัญในการบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน ปตท. จึงขอมุ่งมั่นร่วมสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต

รางวัลลูกโลกสีเขียวนับเป็นเครื่องการันตีถึงความตั้งใจของ ปตท. ประชาชน และชุมชน ที่ร่วมด้วยช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียว ดูแลทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการนำพาประเทศไทยสู่สังคมอากาศบริสุทธิ์ ตามแนวทางการจัดงาน “พลังเปลี่ยนโลก: สร้างวิถีใหม่ให้เราอยู่รอด”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon