กรมส่งเสริมการเกษตรดันเครือข่าย ศดปช. ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกรในชุมชน

24.06.18 | 10:56 น.

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีเครือข่ายศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) กระจายอยู่ทุกอำเภอๆ ละ 1 ศูนย์ รวม 882 ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้เรื่องการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินและให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิก ศดปช. ตลอดจนเกษตรกรในชุมชนได้มีการจัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสม สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของการจัดการดินและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ และหน่วยงานในพื้นที่ได้จัดกิจกรรมให้บริการวิชาการและการตรวจวิเคราะห์ดินร่วมกับวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) มุ่งเน้นรณรงค์ขยายผลการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยให้เกษตรกรวิเคราะห์ดินก่อนการปลูกพืชหรือก่อนการใช้ปุ๋ย มีการจัดการดินและใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินหรือปุ๋ยสั่งตัด โดยทีมปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ดินจาก ศดปช. ในจังหวัด ร่วมให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินและแนะนำการใช้ปุ๋ยให้กับเกษตรกรที่เข้ารับบริการ

ตัวอย่างการจัดงานให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี และสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีทีมตรวจวิเคราะห์ดินจาก ศดปช. เข้าร่วมให้บริการในงาน พบว่า มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมากพร้อมกับนำตัวอย่างดินมาตรวจวิเคราะห์ โดยใช้ชุดตรวจวิเคราะห์ค่า N (เอ็น) P (พี) K (เค) และความเป็นกรด-ด่าง ในดินแบบรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีฐานเรียนรู้เรื่องดิน การจัดการดินและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น ฐานการเก็บตัวอย่างดินและการวิเคราะห์ดิน ฐานการแปลผลค่าวิเคราะห์ดินและการผสมปุ๋ยสั่งตัด ฐานการรณรงค์ไถกลบตอซังข้าวและไม่เผาตอซังข้าว ซึ่งเกษตรกรที่มาร่วมงานสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประกอบการตัดสินใจการผลิตพืชอย่างถูกต้องเหมาะสมกับสภาพดินและความต้องการของพืช

ตัวแทนเกษตรกรสมาชิก ศดปช. ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กล่าวว่า  การเกษตรสมัยใหม่นี้ เราต้องวิเคราะห์ดินก่อน เพราะจะได้รู้ปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินของเรามีอยู่เท่าไหร่ จะต้องใส่ปุ๋ยเติมลงไปอีกเท่าไหร่ จึงจะพอกับที่พืชต้องการ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีลงได้มาก