จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของการคิดค้นและผสมผสาน นวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีเข้ากับผลงานอันปราณีตพร้อมทั้งดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของการประกอบจากช่างฝีมือชั้นสูงชาวญี่ปุ่น ทำให้แบรนด์ Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) กลายเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ด้วยความพิถีพิถันในรูปลักษณ์อันงดงามทุกรายละเอียด
ประกอบกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่เปี่ยมไปด้วยความสมบูรณ์แบบแห่งเรือนเวลา และการพัฒนาในเรื่องความเที่ยงตรงของการบอกเวลาที่เริ่มต้นเรื่องราวมาตั้งแต่ปีค.ศ.1960 จวบจนปัจจุบัน แกรนด์ ไซโก ก็ยังคงรักษามาตรฐาน และสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ให้เหล่าวอทช์ เลิฟเวอร์ ได้ติดตามและเก็บสะสมไว้เป็นสมบัติแห่งกาลเวลาที่ยังคงความล้ำค่าอยู่เสมอ
เพื่อภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของผลงานอันทรงคุณค่านี้ บริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จำกัด จึงจัดงานแถลงข่าวเพื่อประกาศนโยบายการบริหารเพื่อจัดจำหน่ายแบรนด์นาฬิกา “แกรนด์ ไซโก” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังปรับโฉม “ไซโก บูทีค” ใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น M, และเปิดเคาท์เตอร์จัดจำหน่ายอีก 3 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน ชั้น M, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 3 และในเดือนกรกฏาคมนี้ ณ. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1
โดยมี มร.มิโนรุ อิชิกุโระ (Minoru Ishiguro) กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส, มร.โยชิคัตซึ คาวาดะ (Yoshikatsu Kawada) กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทไซโก วอร์ช คอเปอร์เรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) และ มร.คัตซึมิ คูโบตะ(Mr.Katsumi Kubota) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับ พร้อมเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่และย้อนรอยเปิดตำนานความเป็นแกรนด์ ไซโก อย่างเป็นทางการที่เป็นครั้งแรก
![]()
งานนี้ยังได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของกลไกอัตโนมัติ ซีรีย์ดัง 9S Caliber ซึ่งเป็นกลไกที่ไซโก ได้ผลิตและคิดค้นขึ้นเองทั้งหมด โดยกว่าตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ระบบขึ้นลานอัตโนมัติในตระกูล 9S ของ แกรนด์ ไซโก นั้นได้สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมไว้มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของความประณีตและความเที่ยงตรงจากการปรับตั้งค่าด้วยมืออย่างละเอียดละออจนครบทั้ง 6 ตำแหน่งการวางตัว และในโอกาสแห่งการฉลอง 20 ปีนี้ แกรนด์ ไซโก จึงนำเสนอเรือนเวลาชั้นเยี่ยมหลายรุ่น อาทิ คอลเลคชั่น Hi-Beat 36000 (ไฮบีท 36000) ที่มีให้เลือกถึง 3 เวอร์ชั่น ได้แก่
Hi-Beat 36000 V.F.A. โดย V.F.A. หรือ Very Fine Adjust เป็นคำจำกัดความที่คิดขึ้นโดยทีมผลิตของแกรนด์ ไซโก ซึ่งถูกนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อปี 1969 เพื่ออธิบายความเป็นแกรนด์ ไซโกที่ถูกปรับแต่งจนมีความเที่ยงตง แม่นยำสูงเหนือมาตรฐาน สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษรุ่นนี้โดดเด่นด้วยวัสดุตัวเรือนแพลทินัมล้ำค่าที่ผลิตขึ้นเพียง 20 เรือนเท่านั้น ใช้กลไกการเคลื่อนไหวแบบ 9S85 Hi-beat 36000 ซึ่งมีความเที่ยงตรงแม่นยำสูงในระดับ +3 และ -1 วินาทีต่อ 1 วัน หน้าปัดรุ่นใหม่งดงามด้วยการผสมผสานสัญลักษณ์พิเศษที่เคยใช้ในนาฬิกาที่ผลิตเมื่อปี1960
Hi-Beat 36000 Special ความหรูหราของเรือนเวลาที่วัสดุตัวเรือนทอง 18k ที่ผลิตเพียง 150 เรือน ใช้กลไกการเคลื่อนไหวแบบ 10-Beat Movement Caliber 9S85 ที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำสูงในแบบมาตรฐานพิเศษ และได้ถูกปรับแต่งตามมาตรฐานพิเศษของแกรนด์ ไซโก จนได้ความแม่นยำในระดับ +4 ถึง -2 วินาทีต่อวัน
สำหรับเรือนเวลาสุดพิเศษทั้งสองเวอร์ชั่นจะแสดงเวลาเป็นชั่วโมง นาที วินาทีด้วยชุดเข็มที่ติดตั้งไว้กึ่งกลางพื้นหน้าปัดสีเงินยวงที่แกะสลักลวดลายเป็นริ้วรัศมีโลโก้ “GS” ของแบรนด์ไว้อย่างประณีตงดงาม และเวอร์ชั่นที่สาม ได้แก่ เวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่มีความคมคายด้วยการจับคู่กับพื้นหน้าปัดสีน้ำเงินที่ตกแต่งด้วยลายสลักรูปแบบเดียวกัน ผลิตเพียง 1500 เรือน
![]()
ทั้ง 3 เวอร์ชั่นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน 39.5 มิลลิเมตร หนา 13.0 มิลลิเมตร สามารถต้านทานสนามแม่เหล็กได้ถึง 4800 A/M และกันน้ำได้ลึก 100 เมตร โดย Hi-Beat 36000 V.F.A. และ Hi-Beat 36000 Special สลักข้อความ “Caliber 9S 20th Anniversary, Since 1998” ไว้บนขอบฝาหลัง รอบกรอบคริสตัลแชฟไฟร์ที่เผยให้เห็นการทำงานของกลไกที่สามารถสำรองพลังงานได้นาน 55 ชั่วโมง ติดตั้งทับทิมกันการสึกหรอ 37 เม็ด ขัดแต่งอย่างประณีตด้วยมือ ในขณะที่รุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลประทับข้อความไว้บนขอบโรเดอร์ขึ้นลานอย่างลงตัว
พบกับความภาคภูมิใจแห่งสุดยอดเรือนเวลาที่เป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลาอย่าง Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) พร้อมด้วยนาฬิกาคอลเลคชั่นพิเศษมากมายที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ได้แล้ววันนี้ ที่ไซโก บูทีคและเคาท์เตอร์จัดจำหน่ายโฉมใหม่ทั้ง 3 สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น M, สยามพารากอน ชั้น M, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 3 และ เดือนกรกฏาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1
