ระยะเวลา 15 ปี ถ้านำมาเปรียบกับช่วงอายุคนก็คงเหมือนกับกลุ่มนักเรียนวัยรุ่นที่กำลังสนุกกับชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ถ้านำมาเปรียบกับวงดนตรีคงเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน ซึ่งสิ่งนี้คงเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนในการนำมาวัดกับเรื่องคุณภาพ ซึ่งนั่นเกิดขึ้นแล้วกับวง Zeal วงร็อกแถวหน้าของเมืองไทย แต่…ตลอดช่วงเวลา 15 ปีที่กล่าวขึ้นมาข้างต้น ถ้าไม่นับเรื่องความทุ่มเทให้กับสิ่งที่เขารักเพื่อตอบแทนแฟนเพลงเสมอมา ที่เหลือก็คงเป็นระยะเวลาที่พวกเขาเฝ้ารอคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงมาโดยตลอด แต่กว่าจะเกิดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกัน เพราะพวกเขาต้องดิ้นรน และต่อสู้ด้วยตัวเองเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น

เชื่อว่าเหล่าแฟนเพลงก็คงเฝ้ารอสิ่งนี้เหมือนกัน ถ้าย้อนกลับไปในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ วง Zeal มีโอกาสเกือบจะได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่มาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องพบกับความผิดหวัง ต้องยุบโปรเจกต์คอนเสิร์ตใหญ่มาแล้วนับไม่ถ้วนจากหลายๆปัจจัย ทั้งปัญหาทางด้านการเมือง หรือเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ฯลฯ แต่วง Zeal ยังคงสู้ต่อไปเพื่อให้กลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มผู้สนับสนุนมองเห็นในตัวพวกเขา จนในที่สุดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเขาก็เกิดขึ้นสักทีในชื่อ “Leo Presents ZEAL 15th YEARS CONCERT” เมื่อคืนวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี
ถ้ามองแบบภาพรวมในคอนเสิร์ตนี้ถือว่าพวกเขากวาดครบทุกอารมณ์ในแบบที่คอนเสิร์ตใหญ่ควรจะมีเพื่อมอบให้กับกลุ่มแฟนเพลง ทั้งสนุก ความมันส์ ความหวาน ความซึ่ง และความเอ็นเตอร์เทนแบบเฮฮา

คอนเสิร์ตนี้เริ่มต้นด้วยวง Dose วงร็อกมาดเข้มเป็นวงเปิดให้กับคอนเสิร์ตเพื่อปลุกอารมณ์คนดู และเรียกน้ำย่อยก่อนวง Zeal จะเริ่มขึ้นแสดง พวกเขาขนเพลงมาถึง 4 เพลง ปิดท้ายด้วยเพลงใหม่ “ชะตาขาด” โดยมี เป้ วง Mild ขึ้นมาร่วมโชว์ด้วย ถือเป็นโชว์ที่ปิดท้ายได้อย่างสวยงาม จากนั้นก็ถึงเวลาที่วง Zeal จะขึ้นแสดงสักที
คอนเสิร์ตวง Zeal ออกแบบโชว์ไว้อย่างมีแบบแผนค่อนข้างชัดเจน เน้นเล่าเรื่องราวการเดินทางของวง หรือเหตุการณ์สำคัญของวงเป็นหลัก และมีการจัดกรุ๊ปเพลงไว้เป็นหมวดหมู่ ถ้าเป็นโหมดเพลงเศร้าแบบเจ็บๆ ก็จะเล่นเพลงเศร้ารวดเดียว 3 เพลง หรือถ้าเป็นเพลงหนักๆก็จะเล่นรวดเดียว 3-4เพลง โดยคอนเสิร์ตนี้แบ่งไว้ทั้งหมด 8 โหมดคือ Opening Scene, Hurt Scene, Galaxy Scene, Ost. Scene (เพลงประกอบละคร), Acoustic Scene, String Scene และHard Core Scene

คอนเสิร์ตนี้วง Zeal ขนเพลงดังมาหมดหน้าตักทั้งหมด 38 เพลง เริ่มต้นด้วยเพลง เหวี่ยง จากนั้นตามมาด้วย ปลุก และ จะไปจะมา ตามลำดับ เพื่อเรียกความมันส์ และเป็นเครื่องบ่งบอกว่า ความมันส์ได้เริ่มขึ้นแล้ว จากนั้นโชว์ก็เริ่มดำเนินต่อไปเรื่อยๆตามแบบแผนที่วางไว้สลับกับพูดคุย-ทักทายแฟนเพลง เรียงลำดับเพลงดังนี้ โง่เขลา, ฉันกำลังจะตาย, บุคคลตัวอย่าง, ดาว, เหยียบดาว จนมาถึงเพลง แค่ฝันก็เอาแล้ว ศิลปินรับเชิญคนแรกก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเสียงกรี๊ดจากบรรดาแฟนเพลง นั่นคือ ปู Blackhead จากนั้นพี่ปูก็จัดต่อด้วยเพลง ยิ่งโตยิ่งสวย พร้อมเชิญ เอก มือกีต้าร์วง Blackhead ขึ้นมาร่วมแจมด้วยอีกคน พร้อมระเบิดความร็อกอย่าง ยังไม่ตาย ร่วมกันก่อนจะเริ่มโหมดเพลงใหม่

วง Blackhead ถือเป็นวงต้นแบบให้กับ Zeal ช่วงหนึ่งเป๊ก เล่าเรื่องราวว่า สมัยที่จัดตั้งวงขึ้นมา พวกเขาได้แรงบรรดาลใจมาจากวง Blackhead จากนั้นเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินในค่ายมอร์ มิวสิค พวกเขายังได้ เอก เข้ามาเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มแรกด้วย ดังนั้นการเชิญ ปูและเอกมาร่วมคอนเสิร์ตนี้จึงช่วยเสริมการเล่าเรื่องราวการเดินทางของวงให้เห็นภาพชัดมากขึ้น

จากนั้นคอนเสิร์ตได้ดำเนินต่อไป แต่ที่เปลี่ยนไปคือทุกคนมาในมาดหล่อด้วยเพลง รักเธอทั้งชีวิต, ยิ่งห้ามยิ่งหวั่นไหว, หยุดรักยังไง, แบบไหนที่เธอรัก, คนบ้า จนมาถึงเพลง เสี้ยม ศิลปินรับเชิญคนที่ 2 ก็ได้ปรากฏตัวอีกหนึ่งคน นั่นคือ Urboy TJ แร็ปเปอร์รุ่นใหม่ไฟแรง ขึ้นมาสร้างความแปลกใหม่ให้กับวง Zeal พร้อมพูดคุยถึงผงงานที่เคยทำด้วยกันอย่างเพลง ไม่เข้าใจ ก่อนจะโซโลเดี่ยวเพลง วายร้าย
Zeal กลับขึ้นเวทีมาอีกครั้งในโหมด Acoustic Scene เป๊กเปิดโชว์เล่นกีต้าร์คนเดียวในเพลง วินาที ก่อนที่สมาชิกคนอื่นจะขึ้นมาสมทบและดำเนินต่อไปเรื่อยๆในเพลง ไม่รู้ทำไม, โชคดี, Promise, Let’s go, จูบลา, เตลิด จนมาถึงเพลง หมดชีวิตฉันให้เธอ เพลงดังที่บัวชมพู ฟอร์ดเคยร่วมร้องไว้ในต้นฉบับ แต่ในคอนเสิร์ตนี้ หมิว Boom Boom Cash เป็นผู้ขึ้นมาร้องแทน

Boom Boom Cash ถือเป็นวงดนตรีแนว Electronic รุ่นใหม่ของเมืองไทย โดยเป๊กให้เหตุผลว่า นอกเหนือจากการทำเพลงร็อกแล้ว พวกเขายังสนใจและเฝ้ามองดนตรีแนวอื่นด้วย ซึ่ง Boom Boom Cash ถือเป็นวงที่น่าจับตามอง ด้วยฝีมือแล้วก็คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพวกเขาช่วยเปลี่ยนอารมณ์คนดูไปอยู่อีกโหมดนึงจริงๆ ทั้งเพลง Zero, One life และ เบลอ เบลอ ก่อนจะส่งต่อให้วง Zeal ในโหมด Hard Core Scene
Zeal กลับมาขึ้นต้นด้วยเพลงหนักๆทันที ทั้ง สมรภูมิไฟ, คำสาป, หลังชนฝา ก่อนจะเริ่มปล่อยเพลงยอดฮิตที่เดียว 6 เพลงรวด แฟนเพลงร่วมกันร้องชนิดที่ว่าฮอลล์แทบแตก ทั้ง อย่าอยู่คนเดียว, พบเพื่อเพียงผ่าน, ไม่ต้องการเห็น(บางคนที่ไม่รัก), ล้มทั้งยืน, จากตรงนี้ และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง สองรัก

ก่อนจะเริ่มเล่นเพลง สองรัก เพื่อจบคอนเสิร์ต พวกเขามีการพูดคุยและขอบคุณแฟนเพลงและเล่าเรื่องราวของวงในการต่อสู้เพื่อให้เกิดคอนเสิร์ตนี้ และความกังวลใจกับสิ่งที่ผิดหวังในอดีต ป๊อป มือเบส เล่าว่า รู้สึกกลัว และกังวลใจมาก ว่าแฟนเพลงจะยังจำได้ไหม จะเลือกเพลงมาเล่นแบบไหนดี คนจะชอบไหม จะมาซื้อบัตรไหม และจะร้องเพลงร่วมไปกับ Zeal ไหม แต่จากสิ่งที่แฟนเพลงเข้ามาชมและมีส่วนร่วมตลอดคอนเสิร์ต ถือเป็นคำตอบที่ดีที่สุด (ก่อนจบคอนเสิร์ต วง Zeal ร้องไห้ทั้งวง)


15 ปีที่รอคอยถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่วงดนตรีวงหนึ่งและถึงแฟนเพลงทุกคนจะได้รับ แม้ 15 ปี จะเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไปสำหรับวงดนตรีที่เพิ่งมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้ง เพราะการได้รับกำลังใจจากเหล่าแฟนเพลงที่ล้นหลาม อาจก่อเป็นไฟในตัวให้พวกเขามีกำลังใจสร้างผลงานดีๆออกมาในอนาคต ซึ่งไม่แน่ ในอนาคตอาจจะเกิดคอนเสิร์ตใหญ่ขึ้นอีกครั้งในเร็วๆนี้ก็ได้ อย่างที่ Bodyslam ทำไว้ในยุคที่อุตสาหกรรมดนตรีถูกจำกัดในหลายๆด้าน

