สสก.5 สงขลา หนุนเกษตรกรบ้านบาเลาะ ต่อยอดองค์ความรู้ จากศูนย์ศึกษาฯ พิกุลทอง สร้างงาน สร้างรายได้ยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเกษตรกรบ้านบาเลาะ สายบุรี ปัตตานี ดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แล้วนำมาต่อยอดพัฒนาชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ อย่างยั่งยืน

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า บ้านบาเลาะ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ครอบคลุมพื้นที่ 2,035 ไร่ มีสภาพเป็นสันทรายหรือพื้นที่หาดทรายเก่าที่มีลักษณะเป็นที่ราบบนสันทรายขนานไปกับพื้นที่พรุที่เป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขัง ทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้านติดกับคลองแฆแฆ ซึ่งเป็นคลองชลประทาน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำริให้กรมชลประทานขุดคลอง ไว้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ทำการเกษตร อุปโภคและบริโภค พื้นที่มีลักษณะเป็นดินทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ น้ำท่วมขังในฤดูฝน สภาพพื้นที่จึงไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้มีความพยายามที่จะให้เกษตรกรบ้านบาเลาะมีการปลูกพืชผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน โดยเน้นการปลูกพืชผักที่หลากหลาย พร้อมทั้งได้ส่งนักวิชาการเกษตรเข้าพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำการปรับปรุง บำรุงดิน และนำเกษตรกรไปศึกษาดูงานในพื้นที่ของเกษตรกรหมู่บ้านอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดพัฒนาให้ชุมชนของตัวเองสามารถพลิกฟื้นกลับมาทำเกษตรทำกินได้อย่างยั่งยืน

โดยนายสุริยา สะมะแอ ผู้ใหญ่บ้านบาเลาะ ก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่มีพื้นฐานการทำอาชีพด้านการเกษตรมาก่อน แต่มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อกลับจากดูงานจึงเกิดแนวคิดที่จะทำแปลงเกษตรเพื่อเป็นต้นแบบให้กับชาวบ้านในชุมชน มีการรวมกลุ่มชาวบ้านในชุมชนประมาณ 11 ราย ร่วมกันทำการเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งมีสภาพเป็นดินทรายจัด สมาชิกประกอบด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และผู้นำชุมชน โดยมีผู้ใหญ่สุริยา สะมะแอ เป็นประธาน

กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านบาเลาะ ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักคิดในการดำเนินการ โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ความรู้การบริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงการปรับปรุงบำรุงดินจนสามารถปลูกพืชผักได้หลากหลาย เกษตรกรในกลุ่มได้ศึกษาเรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสานบนพื้นที่ดินทรายจัดไปพร้อมๆ กัน มีการวางแผนร่วมกัน นอกจากนี้สมาชิกในกลุ่มยังได้นำความรู้ที่ได้จากแปลงเกษตรขยายผลสู่พื้นที่บริเวณบ้านของตนเองด้วย

ทั้งนี้ เกษตรกรบ้านบาเลาะซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาและปลูกพืชผักในพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยว แต่พื้นที่อาศัยส่วนใหญ่เป็นสันทราย จึงปล่อยเป็นพื้นที่ว่างเปล่า หลังจากได้เข้าอบรมเกี่ยวกับการปรับปรุง บำรุงดิน และศึกษาดูงานในพื้นที่ของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ กลุ่มเกษตรกรบ้านบาเลาะจึงมีความสนใจ และได้รวมกลุ่มทำการเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ดินทรายจัดขึ้น โดยมีการแบ่งพื้นที่ให้สมาชิกใช้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม มีการทำบัญชีค่าใช้จ่าย และรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต มีการแบ่งปันผลกำไรด้วยความเป็นธรรม มีการบริหารกลุ่มที่สามารถตรวจสอบได้ โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ คอยให้ความรู้ คำแนะนำการบริหารจัดการพื้นที่ การวางแผนการปลูกพืช การปรับปรุงบำรุงดิน ตลอดจนการดูแลรักษา จนสามารถปลูกพืชผักได้ผล สามารถถ่ายทอดให้สมาชิกในชุมชนได้

กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านบาเลาะจึงเป็นจุดเรียนรู้ดูงานของชุมชน และเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติของเกษตรกรที่สนใจทำการเกษตรผสมสานบนพื้นที่ดินทรายจัดของชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย ในการผลิตพืชผักชนิดนั้น กลุ่มจะหารือร่วมกัน เพื่อให้มีการปลูกตามความถนัดของเกษตรกรแต่ละราย สามารถผลิตได้ทั้งปี โดยที่ผลผลิตไม่ล้นตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้ในครัวเรือนตลอดทั้งปี

นายสุพิท กล่าวอีกว่า กลุ่มเกษตรกรบ้านบาเลาะ ได้มีการขยายผล สร้างกลุ่มอาชีพ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มปลูกผักเสี้ยน เนื่องจากผักเสี้ยนเป็นผักที่พบขึ้นได้ทั่วไป ปลูกง่าย และคนในพื้นที่นิยมรับประทาน โดยการนำมาดองเปรี้ยว โดยในตลาดมักมีผักเสี้ยนดองวางขายตลอดปี เกษตรกรบ้านบาเลาะที่ปลูกผักเสี้ยนจึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรผู้ปลูกผักเสี้ยนขึ้นเพื่อจะได้ช่วยเหลือกันในด้านต่างๆ กลุ่มแปรรูปผักเสี้ยนดอง เนื่องจากผักเสี้ยนที่ปลูกกันในพื้นที่มีผลผลิตมาก จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยนำผักเสี้ยนที่ปลูกในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผักเสี้ยนดอง เพื่อเป็นการถนอมอาหาร สำหรับบริโภค และจำหน่ายในชุมชนและตลาดใกล้เคียง

กลุ่มปลูกมันสำปะหลังและมันเทศ ในพื้นที่บ้านบาเลาะมีเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง และมันเทศอยู่บ้างแล้ว แต่ยังขาดการจัดการดูแลที่ถูกต้อง เหมาะสม จึงต้องมีการรวมกลุ่มกันของเกษตรที่ปลูกมันสำปะหลัง โดยจะเข้าไปให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกรในเรื่องของการปลูก และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี รวมถึงการทำงานแบบกลุ่มเพื่อให้มีการช่วยเหลือกันในด้านการซื้อปัจจัยการผลิต และการจำหน่าย กลุ่มแปรรูปมันสำปะหลังและมันเทศ ได้มีการเข้าไปส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มการถนอมอาหาร และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยการนำเอาผลผลิตจากกลุ่มปลูกมันสำปะหลังและมันเทศ มาแปรรูปเป็นมันทอดกรอบปรุงรส จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ประจำชุมชนที่สามารถสร้างได้เสริมให้แก่เกษตรในพื้นที่ได้ดีอีกทางหนึ่ง กลุ่มปลูกผัก เป็นการปลูกผักแบบผสมผสาน บนพื้นที่ดินทราย โดยจะปลูกพืชหลากหลายชนิดสลับ หมุนเวียนกันตามความต้องการของการบริโภคในชุมชน และตลาดใกล้เคียง เช่น ถั่วฝักยาว บวบ พริก มะเขือ เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่จะคอยให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการปลูก การทำบัญชีรายรับรายจ่าย และปัญหาต่างๆในการปลูกพืชผักอยู่เสมอ

บทความก่อนหน้านี้นักลงทุนฝรั่งเศสหนุนไทยแลนด์ 4.0 จ่อลงทุน’อีอีซี’
บทความถัดไปรวบ 6 คนแชร์โพสต์บิดเบือนเฟซ ‘กูต้องได้100ล้านจากทักษิณ’ รับข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ เหลืออีก4