นางจิระนุช ชาญณรงค์กุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย โดยกลุ่มส่งเสริมการวินิจฉัยศัตรูพืช ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้นกแสกเพื่อควบคุมหนู ภายใต้โครงการ การจัดการศัตรูปาล์มน้ำมันโดยวิธีผสมผสาน ดำเนินการในพื้นที่ภาคใต้ สืบเนื่องจากกรมวิชาการเกษตรได้ทำการศึกษาวิจัยพบว่านกแสกสามารถควบคุมประชากรหนู ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่งในสวนปาล์มน้ำมัน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้นำผลงานวิจัยดังกล่าวมาขยายผลส่งเสริมให้เกษตรกรมีการใช้ประโยชน์จากนกแสกในการควบคุมหนูในสวนปาล์มน้ำมัน
หนูเป็นศัตรูพืชที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากที่สุดต่อผลผลิตปาล์มสด การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีกำจัดหนูอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ไม่สามารถลดความเสียหายต่อผลผลิต กลับมีต้นทุนสูงทั้งจากราคาสารเคมีและค่าดำเนินการ อีกทั้งยังทำลายศัตรูธรรมชาติของหนู ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สารเคมีตกค้างปนเปื้อนในดินและน้ำ เป็นลูกโซ่กระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ฉะนั้น การใช้นกแสกในการควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน จึงเป็นการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน
นายประพัฒน์ คันธไพโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการวินิจฉัยศัตรูพืช กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันได้นำนกแสกไปเลี้ยงไว้ที่จังหวัดพังงา กระบี่และสตูล โดยมอบให้ทางศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนที่มีศักยภาพในพื้นที่เป็นผู้ดูแล ให้เลี้ยงและขยายพันธุ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการหนูในสวนปาล์มน้ำมันต่อไป อย่างไรก็ดี ผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรยืนยันว่า นกแสก 1 ตัวจะกินหนูเป็นอาหารได้เฉลี่ยวันละ 2 ตัว ปีหนึ่งจะสามารถกินหนูได้ไม่ต่ำกว่า 700 ตัว ช่วยลดค่าสารเคมีกำจัดหนูได้อย่างมาก
แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังติดภาพลักษณ์ว่านกแสกเป็นนกอัปมงคล เป็นนกแห่งความตาย ดังนั้น จำเป็นต้องแก้ทัศนคติในทางลบนั้นให้ได้เสียก่อน เพราะนกแสกถือเป็นสัตว์ที่มีคุณประโยชน์ต่อชาวสวนปาล์มน้ำมันอย่างมาก ซึ่งกลุ่มส่งเสริมการวินิจฉัยศัตรูพืช กำลังจะจัดประชุมราชการเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบงานอารักขาพืชในพื้นที่ภาคใต้ ให้มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำไปถ่ายทอดส่งต่อความรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของนกแสก นำไปสู่การอนุรักษ์และมีการใช้ประโยชน์นกแสกได้อย่างกว้างขวางต่อไป

