ททท.โชว์ความสำเร็จท่องเที่ยว2รายการใหญ่
ปลุก‘ทัวร์บุญ-พาแม่เที่ยว’ทั่วไทยก.ค.-ส.ค.นี้

ารท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางกลยุทธ์สื่อสารการตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระตุ้นการท่องเที่ยว 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ต่อเนื่องไปถึง มิถุนายน-กรกฎาคม 2561 ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2018 ณ โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ทั้งมูลค่าเงินเข้าประเทศในปีต่อไปจากการเจรจาธุรกิจ 2,000 ล้านบาท และยังสร้างประวัติศาสตร์รณรงค์ให้เป็นงานต้นแบบลดขยะทุกชนิดเป็นผลสำเร็จ ขณะเดียวกันในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม นี้ เตรียมปลุกกระแสการท่องเที่ยวทางบุญเมืองรอง 55 จังหวัด ขานรับเทศกาลเข้าพรรษาและเดือนแห่งวันแม่ ททท.ได้ทำ 2 ภารกิจ สนองนโยบายของรัฐบาลได้ตามเป้าหมายในเรื่องกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนฐานรากของประเทศเติบโตเพิ่มขึ้น

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2018 นอกจากจะประสบความสำเร็จการสร้างจุดขายมุมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Million Shades of Romance พลิกจุดขายด้วยรูปแบบการจัดงานกลางแจ้งริมท่าเรือ โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ จุดพลุคอนเซ็ปต์การทำตลาดเชิงรุกกลุ่มลูกค้าหรูหรา กระแสการเจรจาธุรกิจของคู่ค้าผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกับตัวแทนทั่วโลกจาก 48 ประเทศ เกิดการค้าอย่างเป็นรูปธรรมที่จะมีเม็ดเงินขึ้นจากเวทีนี้รวมแล้วถึง 2,000 ล้านบาท

ไฮไลต์ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2561 จากเวที TTM+ 2018 อีกเรื่องคือการจุดประกายเทรนด์โลก “ลดขยะพลาสติก” เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ครั้งของการจัดงาน ที่ ททท.เป็นผู้นำใช้อีเวนต์งานท่องเที่ยวระดับอินเตอร์เข้ามาเป็นต้นแบบการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดช่วยกันจนลดการสร้างขยะจำนวนมหาศาลลงได้ ถึง 5 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย

  1. ลดขวดน้ำพลาสติก ได้อย่างน้อย 7,200 ขวด หลอดดูดน้ำ 7,200 หลอด โดยได้แจกกระบอกtumbler ขวดเติมน้ำและตั้งจุดกดน้ำดื่ม ผลจากการเลิกแจกขวดน้ำพลาสติก 7,200 ขวด เท่ากับได้ลดจำนวนน้ำที่ใช้ในการผลิตขวดได้มากถึง 18,000 ลิตร (น้ำขวด 1 ลิตร ใช้น้ำผลิต 5 ลิตร)
  2. ลดกระดาษได้มากถึง 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 กระดาษ เคยใช้ผลิต directory จากเดิมในแต่ละปีที่ผ่านมาต้องผลิตแจกผู้เข้าร่วมงานมากถึง 2,000 เล่ม ปีนี้ลดลงเหลือเพียง 500 เล่ม แล้วให้คนส่วนใหญ่หันไปดาวโหลดข้อมูลได้ทาง application ส่วนที่ 2 ใบประเมินผลเดิมเคยใช้กระดาษอย่างน้อย 2,400 แผ่น แต่ครั้งนี้ให้ตอบผ่าน application จึงไปช่วยลดกระบวนการใช้น้ำเพื่อการผลิตลงได้ประมาณ 10,000 ลิตร
  3. ลดสายคล้องคอ badge 1,200 เส้น ก็เปลี่ยนไปใช้ badge ชนิดแถบแม่เหล็กซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่ได้ในครั้งต่อไป
  4. ลดจาน ชาม ที่เป็นกระดาษ โฟม ช้อนส้อมที่เป็นพลาสติก อย่างน้อย 5,000 ชิ้น
  5. ลดการแจกถุงผ้า 1,200 ใบ สามารถลดการใช้น้ำเพื่อผลิตถุงผ้า ได้ 1,200,000 ลิตร

ยังไม่รวมถึงลดการใช้พลังงานอื่นๆ ในแต่ละขั้นตอนการผลิต เช่น น้ำมัน ไฟฟ้า และการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ หลังจากที่ได้นำมาตรการลดการแจกพลาสติก เลิกใช้กระดาษ และอื่นๆ ลงจากการจัดงาน TTM+2018 สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

นายธเนศวร์กล่าวว่า ปี 2562 TTM +2019 กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาภายใน 2-3 เดือนว่า ททท. ควรจะเลือกสถานที่จัดงานในพัทยาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หรือจะย้ายไปยังจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่แนวนโยบายหลักปีต่อไปจะยึดการจัดงานปีนี้เป็นตั้นแบบคือต้องกำหนดธีมคอนเซ็ปต์ชัดเจน และเพิ่มความเข้มข้นเรื่องลดเลิกผลิตขยะต่างๆ ให้ได้มากที่สุด

นายธเนศวร์กล่าวต่อถึงเรื่อง แผนสื่อสารการตลาดภาพรวมในและต่างประเทศช่วงครึ่งปีหลัง จะนำกลยุทธ์ Music Marketing มาปลุกกระแสการท่องเที่ยว ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญ ทำได้หลายรูปแบบ โดยปัจจุบันมีแคมเปญ “อะเมซิ่ง ไทยเท่” นำดนตรีเข้ามาใช้ผลิตสปอต พุ่งเป้าเน้นการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชิงลึก เช่น บ้านป่าปาก พัทลุง ปางอุ๋ง (แม่ฮ่องสอน) และอีกหลายแห่ง ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ทางอารมณ์การพักผ่อน

ผนวกกับวางแผนจัดอีเวนต์ดนตรีเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวโดยศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย “โก้ แซกแมน” ได้แต่งเพลงเป็นอัลบั้ม Open to the New Shades รวม 13 เพลง ล่าสุดเป็นเพลง สะมิหลา ท่องเที่ยวปักษ์ใต้ ภายในกรกฎาคมนี้เป็นต้นไปจะนำไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ในตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับโปรโมตให้คนไทยในประเทศได้รับฟัง อีกทั้งช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาวจะจัดเทศกาลดนตรีขึ้น ต่อเนื่องจากเมื่อช่วงเมษายนที่ผ่านมา ททท.ได้นำเพลงในอัลบั้มไปร่วมโชว์ในงานเทศกาล Jass Festival หัวหิน ผลตอบรับดีนักท่องเที่ยวให้ความนิยมสูงมาก เพราะมีเพลงเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภาครวมอยู่ด้วย ดังนั้นดนตรีจึงนับเป็นภาษาสากลที่ช่วยสื่อถึงการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

รวมทั้ง ททท.ยังได้มอบหมายให้ “โก้ แซกแมน” นำอัลบั้มเพลง Open to the New Shades ไปจัดแสดงร่วมในเวทีคอนเสิร์ตสำคัญระดับนานาชาติทั่วโลก อาทิ แจ๊สเฟสติวัล เนเธอร์แลนด์ รายการใหญ่ระดับโลก เพื่อปลุกกระแสการฟังจากทั้งนักท่องเที่ยวและแฟนเพลงนับพันคนชื่นชอบดนตรี เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้ดนตรีดึงคนทั่วโลกมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้น และกำลังไปจัดแสดงที่ฝรั่งเศสเร็วๆ นี้ โดยใช้เงินค่าใช้จ่ายน้อยมาก เพราะได้รับการสนับสนุนจากการบินไทยและภาคีพันธมิตร ส่วนกระแสตอบรับกลับมาเกินกว่าที่ลงทุนไป เพราะชาวต่างชาติที่ชื่นชอบเทศกาลเพลง จะศึกษาและเก็บรายละเอียดโบชัวร์ ชื่อวงดนตรี ลิสต์เพลง ไว้เป็นของที่ระลึกพร้อมกับอ่านถึงแรงบันดาลใจของศิลปินที่ผลิตผลงานเหล่านี้ออกสู่ตลาด ดังนั้นช่วงกันยายนนี้ ททท.จะนำเสนอเพลงท่องเที่ยวเมืองรองสไตล์ร็อคเต็มรูปแบบอีกครั้ง

นายธเนศวร์ กล่าวถึง การเชิญชวนคนไทยท่องเที่ยวในประเทศ ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 ไฮไลต์เดือนกรกฎาคมนี้เป็นช่วงงานบุญใหญ่ อาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ททท.สำนักงานทั่วประเทศร่วมกับทุกพื้นที่เมืองหลักเมืองรอง 77 จังหวัด จัดทำกิจกรรมแห่เทียนพรรษา จัดการท่องเที่ยวเชิงศาสนาหรือทัวร์บุญ ระหว่าง 24-28 กรกฎาคม 2561 โดยมีพื้นที่หลักๆ ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ และตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์ ร้อยเอ็ด นครพนม ภาคกลางก็ที่สุพรรณบุรี หรือนครสวรรค์ตักบาตรเทียนโพมหามงคล เป็นต้น

ต่อเนื่องถึงสิงหาคมเป็นเดือนแห่งวันแม่ ททท.จะสนับสนุนการท่องเที่ยวที่เสริมสร้างความรักในครอบครัว พาแม่เที่ยว พร้อมจัดกิจกรรมตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ระหว่าง 1-13 สิงหาคม 2561 โดยมีบางจังหวัดจัดงานใหญ่ เช่น ทุ่งกระเจียวสื่อรักวันแม่ จ.สุพรรณบุรี เรื่อยไปจนถึง “งานเทศกาลชมสวนฤดูฝนเชียงใหม่” แนะนำเที่ยว 2 งาน คือ งานสวนดอกไม้และดอกปทุมมาศหรือดอกบัวมากกว่า 20 สายพันธุ์ ที่สวนพฤกษศาสตร์ กับงานลานนาพฤกษศาสตร์ วันที่ 12 สิงหาคม 2561 บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์

ตลอดมิถุนายน-กรกฎาคม 2561 ททท.ได้รวมพลังทุ่มเททำการตลาดเชิงรุกอย่างหนัก เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายเข้าสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด สร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเมืองไทย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon