จับตาสถานการณ์โรคไหม้ข้าว เฝ้าระวังก่อนระบาดรุนแรง

27.06.18 | 16:55 น.

เตือนภัยโรคไหม้ข้าวระยะกล้า ถึงแตกกอ ในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง จาการติดตามสถานการณ์ศัตรูข้าว พบการระบาดของโรคไหม้ข้าวในหลายจังหวัด ประกอบกับในช่วงนี้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง กลางคืนมีความชื้นสูง กลางวันอากาศร้อน ซึ่งสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการระบาดของโรคไหม้ข้าว เชื้อราสาเหตุสำคัญของโรคไหม้ข้าว คือ Magnaportheoryzaeหรือ PyriculariaoryzaeCavaraโดยลักษณะการทำลายของโรคสามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโต เริ่มตั้งแต่

ระยะกล้า ใบมีแผลเป็นจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2 – 5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10 – 15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบถ้าอาการของโรครุนแรงกล้าข้าวจะฟุบแห้งตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้

ระยะแตกกอ อาการที่พบได้ คือ ใบข้าว ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดของแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ตามบริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และหลุดจากกาบใบ

การแพร่ระบาด ของโรคไหม้ข้าวพบมากในแปลงที่ปลูกข้าวหนาแน่น อับลม ใส่ปุ๋ยในอัตราสูง สภาพอากาศร้อนในตอนกลางวัน และชื้นจัดในตอนกลางคืน อีกทั้งกระแสลมแรงยังเป็นตัวช่วยในการแพร่กระจายโรคได้ดีอีกด้วย

จากสถานการณ์โรคไหม้ข้าวในปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มพบอาการของโรคไหม้ เช่น ใบข้าวมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผลให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดทันที ในเบื้องต้นให้พ่นด้วยเชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) หรือพ่นด้วยเชื้อราไตรโครเดอร์มา(เชื้อสด) อัตราตามคำแนะนำการใช้ หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีให้พ่นเฉพาะบริเวณที่พบการระบาดของโรค เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยสารเคมีที่แนะนำ ได้แก่ อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี หรือบลาสติซิดิน- เอส 2 เปอร์เซ็นต์ อีซีหรือไตรไซคราโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตราตามคำแนะนำการใช้ ควรพ่นในแปลงนาที่มีประวัติว่าเคยพบการระบาดของโรคและไม่ควรพ่นสารเคมีซ้ำหลายครั้งเพราะจะทำให้เชื้อราดื้อยา

Advertisement

สำหรับในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป เกษตรกรควรเลือกใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรคไหม้ เช่น พันธุ์กข5  กข11 กข27 กข33 (หอมอุบล80) กข37 กข41 กข43 กข47 ชัยนาท1 สันป่าตอง1 สุพรรณบุรี1 สุพรรณบุรี2 สุพรรณบุรี3สุพรรณบุรี60 สุพรรณบุรี90 คลองหลวง1 ปทุมธานี1 และพันธุ์พิษณุโลก60-2 หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม 15 – 20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือใช้เชื้อราไตรโครเดอร์(เชื้อสด)คลุกเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือนำไปแช่บ่มเตรียมการก่อนปลูก หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล,คาซูกาไมซิน, คาร์เบนดาซิม, โพรคลอราซ อัตราตามคำแนะนำการใช้ รวมถึงลดปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งวิธีนี้อาจมีผลกระทบต่อผลผลิตบ้างแต่จะช่วยให้ข้าวไม่อ่อนแอต่อโรคไหม้

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร หมายเลขโทรศัพท์ 0-2955-1514 , 0-2955-1626 หรือ https://www.doae.go.th/doae/upload/files/Rice_BlastDisease_130661.pdf