ททท.งัด7คัมภีร์ Go Local บุกครึ่งหลังปี’61
ต่อยอด4เดือนแรก55เมืองรองโกย8หมื่นล้าน

28.06.18 | 10:26 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำทัพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศเดินมาถูกทางแล้ว ในการจัดทำโครงการขานรับนโยบายรัฐบาลปลุกกระแสการท่องเที่ยว 55 เมืองรอง ส่งผลให้ตลอด 4 เดือนแรก ระหว่างมกราคม – เมษายน 2561 จึงสามารถ “กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” สร้างมูลค่ารวมมากถึง 81,355.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.29%

ก่อให้เกิดจังหวัดดาวรุ่งท่องเที่ยวที่สามารถทำเงินจากการท่องเที่ยวสูงสุดเข้าพื้นที่เป็นอันดับต้นๆ เพิ่ม 3  จังหวัด ได้แก่ เชียงราย 7,628 ล้านบาท นครศรีธรรมราช 5,562 ล้านบาท และสตูล 4,904 ล้านบาท

ขณะเดียวกันก็ยังเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดการขยายตัวทางรายได้มากที่สุดในเมืองรองเพิ่มขึ้นอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี 14.49% บุรีรัมย์ 14.34 % จันทบุรี 14.05%

“ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเมืองรองด้วยการรวมพลังกันทั้ง ททท.ทุกสำนักงานในและต่างประเทศ ภาคเอกชน และภาคีพันธมิตรทุกกลุ่ม จัดทำโครงการ Local Experience : ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวิถีถิ่น ซึ่งเป็นนโยบายที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเสริมสร้างและยกระดับฐานรากให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นจากการกระจายรายได้สู่ชุมชน

ขณะที่ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ให้ ททท.นำมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว 3 แนวทางเข้ามาขยายผลต่อเนื่องอย่างเข้มขึ้น ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองรอง 2.ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนที่แทรกอยู่ในเมืองหลัก 3.เชื่อมโยงชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่ออุดช่องว่างและปัญหาบริการนักท่องเที่ยวที่ขาดแคลน ทำคู่ขนานกันไปพร้อมๆ กัน

Advertisement

จึงทำให้ ททท.นำโครงการ Amazing Thailand Go Local : เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” ที่เพิ่งจะได้รับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปี 2561 เมื่อเดือนพฤษภาคม มูลค่าประมาณ 260  ล้านบาท เพื่อที่จะใช้โครงการดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนทำให้นักท่องเที่ยวกระจายการเดินทางไปสู่ 55 เมืองรอง ด้วยสัดส่วนสูงขึ้นเป็น 35% จากเดิมมีเพียง 30% และกระจายรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจฐานรวมกว่า 350,000 ล้านบาท

ผู้ว่าการ ททท.ยืนยันว่า ช่วงเวลาเพียง 5 เดือนปี 2561 ผลสัมฤทธิ์เรื่องการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากและเมืองรองเติบโตเกือบ 10% สะท้อนถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น

ดังนั้นใน “ช่วงครึ่งหลังปี 2561” เดินหน้าบูรณาการการท่องเที่ยวท้องถิ่นไทยการขับเคลื่อน Amazing Thailand Go Local สร้างความคึกคักเต็มรูปแบบภายใต้ธีม 7 Local ต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับประมวลผลเพื่อปรับแก้ไขให้แต่ละธีมเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแม่เหล็กดึงดูคนทำให้รายได้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตจริง ประกอบด้วย

1.Local Heroes ค้นหาฮีโร่ในท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในถิ่นเกิด ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวแก่นักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยี่ยมชม ผนวกกับการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวโดยนำดิจิตอลเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ อาจจะทำกิจกรรมโมบาย คลินิก เพื่อสร้างคนและสร้างเสริมความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น

2.Local Strength สร้างความตื่นตัว ททท.สำนักงานในประเทศให้หันมาบูรณาการทำงานกับภาครัฐและเอกชน สร้างความเข้มแข็งในห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างสรรค์สินค้าท่องเที่ยวใหม่ให้มีความพร้อมทางการขายมากขึ้น

3.Enjoy Local คิดค้นโปรแกรมสร้างความสนุกตื่นเต้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลุ้นได้แต้มในการท่องเที่ยวสะสมแต้มผ่านนวัตกรรมการเดินทางสมัยใหม่อย่างแอพลิเคชั่น

4.SET in the Local ผสมผสานตลาดการเดินทางของกลุ่ม MICE กับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เนื่องจากองค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศต่างก็ต้องจัดให้พนักงานเดินทางประชุม สัมมนา ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์สู่สังคม (CSR) ตามชุมชนและเมืองรองทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

5.Eat Local ประชาสัมพันธ์เชิงรุกการชวนนักท่องเที่ยวชิมอาหารถิ่นทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

6.Local Link พุ่งเป้าเน้นความร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวหรือตัวแทนที่ได้รับสิทธิพิเศษ จัดโปรแกรมนำเสนอขายเชื่อมโยงเมืองรองเพิ่มขึ้น รวมทั้งออกแบบโปรแกรมให้แก่กลุ่มตลาดใหญ่นักท่องเที่ยวเดินทางอิสระด้วยตนเอง (F.I.T.) นำร่อง 3 แบบ ได้แก่ A : Additional ท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลักเมืองรอง B : Brand New แนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ใน 55 เมืองรอง C : Combination ท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างเมืองรองกับเมืองรอง

7.Our Local ใช้กลยุทธ์สร้างสรรค์ สนับสนุนการจัดกิจกรรมประเภท อีเวนต์ชุมชนท้องถิ่น โดยยึดตามพื้นฐานอัตลักษณ์วัฒนธรรมของพื้นที่นั้นๆ

รวมทั้งจะต้องวิเคราะห์ศักยภาพความพร้อมตามลักษณะทางกายภาพของเมืองรอง ซึ่งมีจุดขายการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งโดดเด่นแตกต่างกันไป แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 จังหวัดที่มีความพร้อมสามารถท่องเที่ยวและพักแรมได้ตามมาตรฐาน ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่ ททท.เคยรวบรวมไว้ในโครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด

กลุ่มที่ 2 จังหวัดที่ควรยกระดับด้วยการส่งเสริมให้ท่องเที่ยวและพักแรมได้ มีอยู่ประมาณ 27 จังหวัด ซึ่ง ททท.แต่ละสำนักงานในประเทศได้ทยอยเข้าไปสำรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ เพื่อจะได้หาเครื่องมือเข้าไปปิดจุดอ่อนชูจุดแข็งทำให้เกิดการเดินทางได้มากขึ้นกว่าเดิม

กลุ่มที่ 3 จังหวัดที่ควรส่งเสริมให้เดินทางท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ มีอยู่ 16 จังหวัด เพราะหากจุดกระแสติด ผลที่ตามมาคุ้มเกินคาด เนื่องจากหลายพื้นที่ยังคงเป็นเมืองผ่าน ทั้งๆ ที่สามารถไปเที่ยววันเดียวก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็จะได้เกิดการใช้จ่ายเงินตามร้านอาหารท้องถิ่น ร้านขายของใช้ หรืออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น อีกทั้งยังจะทำให้คนรู้จักแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ในสไตล์ Local Experience เพิ่มขึ้น

สำหรับภาพรวมของการกระจาย “รายได้” ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย 5 เดือนแรก ระหว่างมกราคม – พฤษภาคม 2561 “เมืองหลัก” 22 จังหวัด และ “เมืองรอง” 55 จังหวัด ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศรวม 1.224 ล้านบาท มาจากตลาดต่างประเทศ 867,460 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยว 16.45 ล้านคน และตลาดในประเทศ 356,705 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยว 48.56 ล้านคน

ตลอดครึ่งปีหลังจึงมีความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ ททท.ที่จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยพลังโปรเจ็กต์ “Amazing Thailand Go Local : เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” ด้วย 7 ธีม ที่จะทำให้เม็ดเงินหลั่งไหลสู่เมืองรองและเศรษฐกิจฐานรากอย่างคึกคัก ลดช่องว่างเรื่องรายได้และความเหลื่อมล้ำในหลายพื้นที่ลงได้บ้าง

                           เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : คอลัมนิสต์ท่องเที่ยว #gurutourza