กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืน เผยสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการถูกคัดเลือกจากสหกรณ์ที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีผลการดำเนินงานที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยหวังให้สหกรณ์มีการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกสหกรณ์อย่างยั่งยืนแท้จริงสืบไป
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินงานของโครงการไทยนิยมยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะมีส่วนช่วยผลักดันสหกรณ์ให้สามารถพัฒนากิจกรรมของสหกรณ์มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นรับผิดชอบดูแลงบประมาณเพื่ออุดหนุนจ่ายขาดให้กับสหกรณ์การเกษตรนำไปจัดซื้ออุปกรณ์การตลาดและเครื่องมือแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรใน 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ โครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร (แก้มลิง) โครงการสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โครงการเพิ่มศักยภาพการรวบรวมการแปรรูปยางพาราในสถาบันเกษตรกร ซึ่งขณะนี้กรมฯ ได้รวบรวมข้อมูลการอนุมัติงบกลางปีเพื่อจัดสรรให้สหกรณ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 307 แห่ง ในพื้นที่ 67 จังหวัด ซึ่งทุกสหกรณ์ที่ได้รับการคัดเลือกเน้นสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานที่โปร่งใส มีการบริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์ให้เกิดประโยชน์แก่สหกรณ์และสมาชิกด้วยดีเสมอมา ทั้งนี้ก็เพื่อต่อยอดสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของขั้นตอนการจัดทำคำของบประมาณเพื่อจัดหาครูภัณฑ์สิ่งก่อสร้างที่เป็นงบลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของรัฐหรือการอุดหนุนงบประมาณให้กับสหกรณ์ไปดำเนินการ จะดำเนินการในหลักการเดียวกัน โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.กรณีเป็นรายการที่มีราคามาตรฐานกำหนดไว้ คือ สำนักงบประมาณได้มีการกำหนดราคามาตรฐานครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างดังกล่าวไว้ จะต้องถือใช้ราคามาตรฐานนั้นในการเสนอของบประมาณ 2.กรณีเป็นรายการที่ไม่มีราคามาตรฐานกำหนดไว้ หน่วยงานจะพิจารณาตามบรรทัดฐานและวิธีปฏิบัติในการเสนอขอตั้งงบประมาณของหน่วยงานที่เสนอต่อสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติในการจัดทำคำขบงบประมาณทุกๆ ปีที่ผ่านมา

สำหรับการอุดหนุนงบประมาณให้กับสหกรณ์จะคำนึงถึงการนำไปใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละสหกรณ์เป็นหลัก รายละเอียดคุณลักษณะของครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างของแต่ละสหกรณ์จึงไม่เหมือนกัน ทำให้ราคาที่เสนอขอตั้งงบประมาณจากสหกรณ์แต่ละสหกรณ์แตกต่างกัน อย่างเช่นราคาของครุภัณฑ์ จะพิจารณาโดยให้สหกรณ์เสนอรายการและคุณลักษณะที่สหกรณ์ต้องการใช้ พร้อมกับแนบใบเสนอราคาจากผู้ประกอบการธุรกิจขายครุภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 3 ราย มาใช้อ้างอิงราคาประกอบรายการเสนอของบประมาณเทียบเคียงกับราคาที่เคยได้รับอนุมัติในปีก่อนๆ หากราคาที่ตั้งมาสูงกว่าราคาเฉลี่ยที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา กรมฯ ก็จะตั้งรายการของบประมาณให้ตามราคาที่สหกรณ์ขอมา แต่ถ้าเป็นสิ่งก่อสร้าง หน่วยงานจะใช้แบบแปลนที่มีวิศวกรรับรองพร้อมประมาณการราคาแสดงรายละเอียดประกอบแบบใช้เป็นราคาในการอ้างอิงการของบประมาณ
หลังจากนั้น กรมฯ ก็จะเสนอขอตั้งงบประมาณไปยังสำนักงานงบประมาณ โดยที่สำนักงบประมาณจะกำหนดเกณฑ์ราคาเฉลี่ยเพื่อใช้สำหรับอ้างอิงในการตั้งงบประมาณของแต่ละรายการ ถ้าราคาตามรายการที่ขอมา ต่ำกว่าราคาอ้างอิง สำนักงบประมาณก็จะจัดสรรให้ตามคำขอ แต่ถ้าราคาตามรายการที่ขอมาสูงเกินกว่าราคาอ้างอิง สำนักงบประมาณจะจัดสรรให้ตามราคาอ้างอิงเท่านั้น ต่อมาเมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จะมีรายละเอียดประกอบที่ระบุรายการและจำนวนเงินอุดหนุนของครุภัณฑ์สิ่งกอสร้างที่ได้รับอนุมัติ
ทั้งนี้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กรมฯ จะแจ้งรายการตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฯ ให้สหกรณ์ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของสหกรณ์ ซึ่งเป็นร่างระเบียบที่กรมฯ กำหนดขึ้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยอ้างอิงจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ แล้วประกาศจัดซื้อจัดจ้างตามกระบวนการและขั้นตอนที่กรมฯ กำหนด เช่นการกำหนดราคากลาง สหกรณ์จะต้องแต่งคณะกรรมการและดำเนินการกำหนดราคากลางตามแนวทางของทางราชการส่วนขั้นตอนการพิจารณาผลการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับการจ้าง จะมีสมาชิกสหกรณ์มาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย เพื่อความโปร่งใสและประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ทุกคน

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากผลการตรวจสอบรายงานผลการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างในโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่ผ่านมา หากกรมฯ พบว่า มีสหกรณ์ใดที่ไม่ดำเนินการตาทกระบวนการที่กรมฯ กำหนด และส่อไปในทางไม่โปร่งใส กรมฯ จะสั่งการให้สหกรณ์จังหวัดระงับและยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างรายการนั้นในทันที พร้อมทั้งระงับการโอนเงินให้แก่สหกรณ์ในทันที จนกว่าสหกรณ์จะมีการแก้ไขให้ถูกต้องดังนั้นข้อกังวลว่าจะมีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่โปร่งใส และมีการเรียกรับผลประโยชน์จากสหกรณ์นั้น กรมฯ ขอชี้แจงว่า สหกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์จะเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยอำนาจของคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์เอง ส่วนราชการจะไม่เข้าไปแทรกแซงในทุกกระบวนการ แต่จะคอยตรวจสอบ กำกับ ติดตามให้สหกรณ์ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัด ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปกับกับดูแลตรวจสอบผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างใกล้ชิด และได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจและติดตามนโยบายไทยนิยมยั่งยืนโดยเฉพาะ
“การดำเนินการโครงการดังกล่าว กรมฯ ได้เน้นกำชับไม่ให้ข้าราชการของกรมส่งเสริมสหกรณ์ไปชี้นำในการจัดหาผู้รับจ้างและเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อแอบอ้างรับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานให้มีความโปร่งใส และหากพบพื้นที่ใดมีการทุจริตจะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดในทันที” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวย้ำ

