สสว. เผยความสำเร็จในการเข้าร่วมกิจกรรมการงานแสดงสินค้า Hong Kong Gifts & Premium Fair 2018 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SME ปี 2561 เกินความคาดหมาย มูลค่าการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

3.07.18 | 17:27 น.

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและกลางย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สสว. ได้พาผู้ประกอบการ 59 รายไปร่วมงานแสดงสินค้า Hong Kong Gifts & Premium Fair 2018 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SME ปี 2561

งานแสดงสินค้า Hong Kong Gifts & Premium Fair เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าของขวัญและของชำร่วยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วทุกมุมโลกในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และทดสอบตลาด โดยในปี 2018 มีผู้เข้าร่วมงาน 4,360 บริษัท คูหาประเทศจำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย อิตาลี เกาหลีใต้ มาเก๊า ไต้หวัน และประเทศไทย ภาพรวมอุตสาหกรรมของขวัญและของชำร่วยภายในงานปีนี้ เป็นสินค้าคอลเลชั่นใหม่ๆ จากดีไซน์เนอร์ สินค้าแฟชั่น กรอบรูป สินค้างานฝีมือ เครื่องประดับ ร่ม ของเล่นแฟนซีต่างๆ ของตกแต่งบ้าน ของเด็กเล่น เครื่องกีฬา เครื่องเขียนและกระดาษ ไลฟ์สไตล์ ปาร์ตี้เฟสติวัล นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงาน Hong Kong Standards and Testing Centre ที่รับทำการทดสอบสินค้า เพื่อออกใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไว้ให้บริการ

ทั้งนี้ สสว. ได้พาผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 59 บริษัท สินค้าไทยประเภทรักษ์โลก เป็นมิตรต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุธรรมชาติจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ โดยผลิตภัณฑ์ไทยหลายรายได้รับคัดเลือกลงวารสารรายวันของ HKTDC อาทิ ผลิตภัณฑ์เบาะรองนอนสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากใบกัญชงที่มีคุณสมบัติในการดูดความชื้นและกำจัดกลิ่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ประกอบการที่มาร่วมงานต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย และมีลูกค้าเข้ามาชมสินค้าและเจรจาธุรกิจด้วยมากมายทั้งที่เป็นผู้ซื้อเก่าที่ห่างหายไป และผู้ซื้อใหม่

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผู้ประกอบการพอใจในเข้าร่วมงานในครั้งนี้ มีผู้ซื้อนานาชาติกว่า 35 ประเทศทั่วโลกให้ความสนใจในสินค้าไทย จึงถือเป็นช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้าของผู้ประกอบการสู่กลุ่มผู้ซื้อนานาชาติ สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับสำหรับตลาดต่างประเทศเนื่องจากเป็นสินค้าที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยซึ่งใช้ทักษะความประณีต และความเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูง มีวัตถุดิบและการออกแบบเฉพาะตัวที่แตกต่างจากคู่แข่ง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เกิดยอดคาดการณ์จากมูลค่าการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญระดับโลก โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก และสูงถึงกว่า 3 เท่าของ GDP ขณะที่รายได้ที่เกิดจากการส่งออก นำเข้า ค้าส่ง และค้าปลีก ก็คิดเป็นกว่า 1 ใน 5 ของ GDP ซึ่งส่วนสำคัญ คือ งานแสดงสินค้าต่างๆ ที่มี

Advertisement

การจัดขึ้นกว่า 100 งานในแต่ละปี ถือว่าเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วทุกมุมโลกได้มาพบกัน โดยปีหนึ่งๆ มีผู้เดินทางมาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าจากนอกฮ่องกงถึงประมาณ 2 ล้านคน

ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับการจัดซื้อจัดหาสินค้าประเภทของขวัญของชำร่วย เนื่องจากมีความ หลากหลายของสินค้าตั้งแต่สินค้าทั่วไป จนถึงสินค้าที่มีราคาแพง เช่น เครื่องประดับและอัญมณี อุตสาหกรรม ของขวัญและของชำร่วยในฮ่องกง ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากเครือข่ายในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน อาทิ ของเล่น หรือ นาฬิกา ซึ่งต้องอาศัยอุตสาหกรรมการผลิตแบบพิมพ์และอุตสาหกรรมนาฬิกาที่ต้องอาศัยชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมเหล็กในการผลิตตัวเรือนและชิ้นส่วนบนตัวเรือน เป็นต้น ฮ่องกงมีตลาดการส่งออกหลักที่สำคัญ 2 ตลาด คือ สหรัฐอเมริกาและยุโรป

แนวโน้มสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย ตลาดกลางและบน ควรเน้นการออกแบบและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน และการผลิตสินค้าในปริมาณมากด้วยราคาที่แข่งขันได้ อาทิ เสื้อยืด หมวก พวงกุญแจ นาฬิกา พลาสติก และของใช้อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ฮ่องกงยังเป็นการพึ่งพาการผลิตแบบรับจ้างผลิตและออกแบบเป็นส่วนใหญ่ การขยายเครือข่ายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการฮ่องกงโดยมากจะใช้โอกาสจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ