กรมควบคุมโรค เผย!!วัดเป็นสถานที่ยอดฮิตที่มักมีการนำสุนัขและแมวไปปล่อยทิ้ง นอกจากเป็นภาระของวัดแล้ว พระสงฆ์และญาติโยม อาจเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าจากการถูกสุนัขหรือแมวกัดข่วน วอนประชาชนงดนำสุนัขและแมวไปปล่อยวัด ทำหมัน – ฉีดวัคซีนให้สุนัขและแมวตามกำหนด พร้อมแนะคาถา 5 ย. หลีกเลี่ยงการถูกสุนัขกัด
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “วัด” นับเป็นสถานที่ยอดฮิตที่มักมีการนำสุนัขและแมวไปปล่อยหรือทิ้งไว้จำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมานานแล้ว มีวัดหลายแห่งทั้งที่อยู่ในกรุงเทพและต่างจังหวัดจำเป็นต้องเลี้ยงดูสุนัขและแมวที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ ทำให้เป็นภาระของวัด พระสงฆ์และสามเณรที่ต้องคอยดูแล วัดต้องรับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่าอาหาร ค่ายารักษาโรค และที่สำคัญสุนัขและแมวที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนยากต่อการควบคุมเลี้ยงดู พระสงฆ์และญาติโยมอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าจากการถูกสุนัขหรือแมวในวัดกัดข่วน จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้

“โรคพิษสุนัขบ้า” เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ติดต่อผ่านทางการกัด ข่วน เลียบาดแผล หรือสัมผัสกับน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าทางบาดแผล โรคนี้สามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น สุนัข แมว ค้างคาว โค กระบือ สุกร แต่ในประเทศไทยพบมากในสุนัข แมว และโค และตั้งแต่ต้นปี2561 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง รายงานล่าสุดถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 กรม
ควบคุมโรคได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้ารวมแล้ว 11 ราย
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวและย้ำว่า กรมควบคุมโรควอนขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่อาจเกิดขึ้นในวัด ช่วยกันลดจำนวนสุนัขและแมวในวัดให้น้อยลง โดยไม่นำสุนัขและแมวไปปล่อยที่วัด ทำหมันให้สุนัขและแมวที่อาศัยอยู่ในวัดเพื่อตัดตอนการแพร่พันธุ์ และที่สำคัญคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขและแมว สามารถฉีดได้ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยทำให้สุนัขและแมว รวมถึงพระสงฆ์ ญาติโยมที่เข้าวัดทำบุญปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้
พร้อมกันนี้ขอถวายความรู้แก่พระสงฆ์ สามเณร รวมถึงแนะนำญาติโยมในการป้องกันและหลีกเลี่ยงการถูกสุนัขที่อยู่ในวัดกัด ด้วย “คาถา 5 ย.” คือ 1.อย่าแหย่สุนัขให้โมโห 2.อย่าเหยียบสุนัขให้ตกใจ 3.อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า 4.อย่าหยิบภาชนะใส่อาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร และ 5.อย่ายุ่งหรือเข้าใกล้สุนัขที่ไม่คุ้นเคย แต่หากเกิดเหตุสุนัขกัดหรือแมวข่วน ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 1.ล้างแผล ด้วยน้ำสะอาด 2.ใส่ยา เช็ดแผลให้แห้งแล้วใส่ยาฆ่าเชื้อ 3.ขังสัตว์ เพื่อสังเกตอาการ 10-15 วัน และ 4.หาหมอ เพื่อรักษาและฉีดวัคซีนตามกำหนด ซึ่งการปฏิบัติดังที่กล่าวมาจะช่วยป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้อีกหนทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงผู้ที่กำลังคิดจะเอาสุนัขหรือแมวไปปล่อยที่วัดว่า “วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้คนได้มาทำบุญปฏิบัติธรรม ไม่ใช่สถานที่ที่นำสุนัขหรือแมวมาปล่อยทิ้งหรือฝากเลี้ยง การนำสุนัขและแมวไปปล่อยทิ้งที่วัดถือเป็นบาปมหันต์ เพราะนอกจากจะเป็นภาระของวัดที่ต้องคอยเลี้ยงดูแล้ว อาจเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ทั้งพระสงฆ์ สามเณร เด็กเล็กและญาติโยมที่เข้าวัดมาทำบุญ เสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้า ใครที่คิดอยากจะเลี้ยงสุนัขหรือแมวก็ควรคิดให้ดีๆ คิดจะเลี้ยงพวกเขาแล้ว ต้องดูแลพวกเขาให้ได้ ” หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422”
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวปิดท้าย

