มะพร้าวราคาตกเพราะผลผลิตเพิ่มขึ้นหลังฟื้นตัวจากหนอนหัวดำทำลาย สศก.เร่งเสนอทบทวนโควตาลดนำเข้าช่วงผลผลิตพีค

6.07.18 | 17:46 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำในขณะนี้ว่า ราคามะพร้าวขนาดผลใหญ่ที่เกษตรกรขายได้ ปี 2561 (ม.ค.–มิ.ย.) ราคามีแนวโน้มลดลง เฉลี่ยกก.ละ 9.74 บาท เมื่อเทียบกับปี 2560 เฉลี่ยที่กก.ละ 13.62 บาท หรือลดลง 28.49% ขณะที่ราคาในเดือนมิถุนายน ราคาเฉลี่ยที่กก.ละ 5.96 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เฉลี่ยกก.ละ 14.10 บาท คิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงถึง 57.73% เนื่องจากผลผลิตมะพร้าวปีนี้มีประมาณ 860,160 ตัน เพิ่มขึ้นจากที่แล้วที่มีจำนวน 832,895 ตัน เพิ่มขึ้น 2.44% จากแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญ คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มฟื้นตัวจากการระบาดของศัตรูพืชแมลงดำหนามและหนอนหัวดำ กอปรกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ศัตรูธรรมชาติแตนเบียนบราคอนในพื้นที่ระบาดเพื่อทำลายศัตรูพืช อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนเพียงพอผลผลิตมะพร้าวจึงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผลผลิตต่อไร่ ปี 2561 อยู่ที่ 783 กิโลกรัม หรือ 626 ผลต่อไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ให้ผลผลิต 754 กิโลกรัม หรือ 603 ผลต่อไร่

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 – 2559 พื้นที่ปลูกมะพร้าวได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ส่งผลให้ผลผลิตมะพร้าวภายในประเทศลดลง ขณะที่ความต้องการมะพร้าวเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีอัตราการเติบโตประมาณ 10%  จึงทำให้มีการนำเข้ามะพร้าวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาตกต่ำลง ซึ่งสินค้ามะพร้าวเป็นสินค้าที่ไทยต้องเปิดตลาดตามข้อผูกพัน ดังนั้น คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช จึงมีมติเห็นชอบให้เปิดตลาดมะพร้าวและผลิตภัณฑ์ ภายใต้กรอบ WTO และ AFTA คราวละ 3 ปี (ปี 2560 – 2562) ตามข้อผูกพัน และมีการบริหารการนำเข้าปีต่อปี โดยการบริหารการนำเข้า ปี 2561 ดำเนินการ ดังนี้  1. ภายใต้กรอบ WTO  ให้มะพร้าวผลและมะพร้าวฝอย ในโควตาปริมาณ 2,317 และ 110 ตัน ตามลำดับ อัตราภาษีมะพร้าวผลและมะพร้าวฝอย ในโควตา 20% นอกโควตา 54%  ส่วนเนื้อมะพร้าวแห้ง ปริมาณ 1,157 ตัน อัตราภาษีในโควตา  20% นอกโควตา 36%  และน้ำมันมะพร้าว ปริมาณ 401 ตัน อัตราภาษีในโควตา 20% นอกโควตา 52% 

การบริหารการนำเข้าเพื่อดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว กำหนดช่วงเวลานำเข้าในโควตาคือช่วงเดือนม.ค.-พ.ค. และพ.ย.-ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตไทยออกสู่ตลาดน้อย หากต้องการนำเข้าต้องเสียภาษีนอกโควตาตามที่กำหนดไว้ สำหรับการนำเข้าน้ำมันมะพร้าวให้นำเข้าได้ไม่จำกัดช่วงเวลา และผู้นำเข้าต้องเป็นผู้ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบ และต้องขออนุญาตนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ อีกทั้งต้องเป็นนิติบุคคลที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในกิจการของตนเองและดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบันด้วย 2. ภายใต้กรอบ AFTA  การนำเข้ามะพร้าวผล เนื้อมะพร้าวฝอย และน้ำมันมะพร้าว ไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี 0% ยกเว้นเนื้อมะพร้าวแห้ง อัตราภาษี 5%  และกำหนดช่วงเวลานำเข้าในเดือนม.ค.-พ.ค. และ พ.ย.-ธ.ค.โดยให้นำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการของตนเองเท่านั้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สศก. ขณะนี้ได้เตรียมนำเสนอคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อพิจารณาทบทวนการบริหารการนำเข้าต่อไปเพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็ว