ดร.ณพลเดช มณีลังกา กรรมการบริหารอาวุโส โครงการ “Alive Thailand” เปิดเผยว่า “จากในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 26 ล้านคนทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศกว่า 1.3 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังเป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ทางทีมงานจึงริเริ่มโครงการ Alive Thailand ซึ่งจะเป็นตลาดคนเดินแบบพรีเมี่ยม คล้ายถนนหนานจิงลู่ที่เซี่ยงไฮ้ และถนนหวังฝูจิ่งที่ปักกิ่ง ของประเทศจีน โดยจะเล่าตำนานของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีพระปรางค์วัดไชยวัฒนารามเป็นเจดีย์หยกขนาดเท่าองค์จริง จะเป็นเจดีย์หยกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีจุดแม็กเน็ตอยู่ด้านหน้าทางเข้าคือ ป้อมวิไชยเยนทร์ (ป้อมวิชัยประสิทธิ์) และป้อมฝรั่งฝั่งตะวันออก เป็นป้อมที่คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ขุนนางชาวกรีกในสมัยสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นผู้ทูลเสนอให้สร้าง ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่แปลนภาพวาด อยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กระทรวงทหารเรือ ประเทศฝรั่งเศส (Archives de la Marine)
เป็นสัญลักษณ์และเล่าเรื่องราวไปถึงภาพแห่งอนาคตของประเทศไทย
บนพื้นที่ติดถนนรัชดาภิเษกด้วยพื้นที่เริ่มต้นเฟสแรกขนาดเกือบ 17 ไร่ ในจุดเด่นโครงการจะเป็นถนนคนเดินและเป็นศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ (Exhibition hall) ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะกลายเป็นศูนย์แสดงสินค้าที่มีถนนคนเดินใหญ่ที่สุดบนถนนรัชดาภิเษก คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวต่างชาติ ที่เดินทางแบบทัวร์และแบบ Backpack travel ตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองได้มากกว่า 5 ล้านคน จากยอดนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยในปี 2560 กว่า 20 ล้านคน
โดยย่านนี้เป็นเส้นทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก โดยอยู่คร่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าห้วยขวางและสถานีสุทธิสาร โดยจะเริ่มเปิดโครงการในปลายปี 2561 และเปิดอย่างเต็มรูปแบบในปี 2562 นี้ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท คาดจะสามารถสร้างเงินหมุนเวียนและดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวและงานแสดงสินค้ามากกว่าปีละ 3 แสนล้านบาทในปี 2562 นี้ ซึ่งในขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์ขอเช่าและเซ้งพื้นที่เป็นจำนวนมาก” ดร.ณพลเดชกล่าว


