ทอท.เจ้าภาพจัด “AOT Sister Airport CEO Forum 2018” ทั่วโลกหนุนไทยขึ้นผู้นำ “นวัตกรรมสนามบินไฮเทคเอเชีย” ไตรมาส 1-2 ปี’62 เปิดใช้ Application เทรนด์ใหม่ระบายผู้โดยสาร ปริมาณจราจรเข้าออกสุวรรณภูมิและทั่วประเทศเชื่อมโยงกับ 15 สนามบินทั่วโลก
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” เปิดเผยว่า ทอท.เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงอภิปราย AOT Sister Airport CEO Forum 2018 ระหว่างวันที่ 11 – 13 กรกฎาคม 2561 ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอนด์ แบงคอก คอน เวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีสมาชิกสนามบินนานาชาติจากทั่วโลกที่ลงนาม Sister Airport Agreement : SAA กับ ทอท.เข้าร่วมด้วย 15 แห่ง เพื่อหารือกันในหัวข้อหลัก “Aviation Industry as It Experiences Constant Evolution in Technology and Innovation” เตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมการบินที่จะต้องเผชิญหน้ากับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท/องค์กรต่าง เข้าร่วมรับฟังด้วยกว่า 200 คน
เป้าหมายของ ทอท. เน้นใช้เวทีการจัดประชุมครั้งนี้ เดินหน้า 2 เรื่องหลัก ประกอบด้วย เรื่องแรก โหมโรง Digital Platform พัฒนาบริการขยายตามสถานการณ์ของโลก ซึ่งปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 โลกแห่งความเป็นจริง ทอท.เดินหน้าทำในส่วนของแผน 5-10 ปีข้างหน้า ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินลงทุนระยะยาว 2 แสนล้านบาท ขยายสนามบินต่าง ๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานของนักเดินทาง แต่ระหว่างนี้กว่าจะไปถึงอีก 5 ปีหน้า สนามบินแต่ละแห่งของ ทอท.มีความแออัดในการใช้พื้นที่เกิดขึ้นอย่างมาก จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยหลายรูปแบบ จึงนำไปสู่การสร้างแอพลิเคชั่น
ในส่วนที่ 2 เป็นโลกเสมือนจริง เข้ามาเสริมทัพด้วยการสร้าง application จะเริ่มใช้ได้จริงช่วงไตรมาส 1-2 ปี 2562 เป็นต้นไป พัฒนาให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลบิ๊กดาต้าสำเร็จรูป เพื่อให้ผู้โดยสารใช้แอพลิเคชั่นแบบครบวงจร ในการตรวจสอบข้อมูลบริการสนามบินในทุกส่วนก่อนการเดินทางขึ้นและลงเครื่องบินแต่ละครั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องการวางระบบให้ปริมาณการจราจรในสนามบินแต่ละแห่งรื่นไหลระบายออกไปยังจุดหมายได้เร็วที่สุด
เริ่มตั้งแต่ปริมาณจราจรเข้าออกสนามบิน ที่ว่างในลานจอดรถยนต์ เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าออกเมือง แต่ละจุดหนาแน่นหรือไม่อย่างไร รวมถึงสายพานกระเป๋าในสุวรรณภูมิที่มีความยาวถึง 23 กม.โหลดกระเป๋าของผู้โดยสารขึ้นเครื่องอย่างราบรื่อนหรือไม่ ต่อไปสามารถใช้แอพลิเคชั่นดังกล่าวตรวจสอบได้ทั้งหมด นวัตกรรมทางเทคโนโลยีแอพลิเคชั่นดังกล่าว ทอท.จะนำเข้ามาให้ผู้โดยสารคนไทยและนานาชาติใช้เพื่อสะท้อนถึงอนาคตการบริหารจัดการสนามบินของประเทศไทยมีประสิทธิภาพเทียบชั้นทั่วโลก
นายนิตินัย กล่าวว่า นวัตกรรมถือเป็นหัวใจหลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจของ ทอท.ซึ่ง ทอท.ได้ปรับรูปแบบการให้บริการ การพาณิชย์ และการบริหารงานภายในองค์กร รวมถึงการเชื่อมโยงการทำงานกับองค์กรอื่นให้อยู่บนโลกเสมือนจริง (Digital Platform) ไปสู่ยุค Thailand 4.0 รวมถึง ระบบการตัดสินใจในการบริหารท่าอากาศยานร่วมระหว่างหน่วยงาน (Airport Collaborative Decision Making : A-CDM) และการพัฒนา AOT Application ที่จะช่วยการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งช่วยให้การบริการของ ทอท.มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย ทอท.จึงได้นำเสนอโครงการ “Digital Platform” เพื่อการเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังท่าอากาศยานต่างๆ ทั่วโลก และใช้เวทีดังกล่าวร่วมหารือเรื่องเครือข่ายการขนส่งผ่านศูนย์ตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าก่อนส่งออก (Certify Hub) เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าการเกษตรในระดับภูมิภาคต่อไป
เรื่องที่ 2 การสร้างไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศตรวจรับสินค้าเกษตรแห่งภูมิภาคเอเชียเข้าสู่ยุโรป : Airport Cargo Cirtifly Hub ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้พูดคุยกับสมาชิกไว้ในเบื้องต้นเนื่องจากมีสินค้าเกษตร อาหารและยาหลายอย่างส่งจากไทยเข้าสู่ยุโรปแล้วถูกปฏิเสธ ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดในการนำมาตรฐานยุโรปมาตรวจยังต้นทางในไทยตามกฎที่เรียกว่า Cirtifly Hub แล้วประทับตราการตรวจเช็คอย่างเรียบร้อย
ขณะนี้ทางกรมศุลกากรไทยได้แก้ไขกฎระเบียบ เปิดทางให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็น “ศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าทางอากาศ” อีกทั้งยังมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ช่วยอีกทางในฐานะการเจรจา รัฐต่อรัฐ หรือ G to G โดยนายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานคณะทำงานเห็นชอบในหลักการเรื่องการขนส่งสินค้าทางอากาศสู่ตลาดโลกได้อย่างราบรื่น หลังจาก ทอท.กับสนามบินลีแอช (Liege Airport) ประเทศเบลเยี่ยม ประตูสำคัญเข้าสู่ทวีปยุโรป ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.เห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทลูกเปิดบริการคาร์โก้ ขณะนี้ได้เสนอไปยังคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ จัดทำเป็นวาระร่วมกันระหว่าง 2 กระทรวงคือ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้สามารถประกาศความร่วมมือเป็น G to G อย่างสมบูรณ์แบบได้เร็ว ๆ นี้
สำหรับการประชุมในวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. และ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นกล่าวปาฐกถาโดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการสนามบินนานาชาติซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจทั้งทางด้านการบริการนักท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีปริมาณความต้องการจากผู้ใช้กลุ่มใหญ่อย่างสายการบินทั่วโลก เรื่อยไปจนถึงนักเดินทาง และอื่น ๆ
Mr. Arun Mishra, Regional Director International Civil Aviation Organization Asia & Pacific Office ได้สะท้อนความเห็นถึงเรื่องความท้าทายของท่าอากาศยานต่อวิวัฒนาการของเทคโนโลยี : Airport Challenges in Technology Revolution ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อไทยและสมาชิก เนื่องจากอัตราการเติบโตของการขนส่งทั้งคนและสินค้าใตอาเซียนและภูมิภาคเอเชียเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่จะต้องให้น้ำหนักกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้ง safety และ Security อย่างเคร่งครัดควบคู่กันไปด้วย
สำหรับวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 จะเป็นการอภิปรายต่อเนื่องโดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท/องค์กรที่ร่วมลงนาม SAA กับ ทอท.และผู้บริหารท่าอากาศยานของ ทอท.เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางที่ดีที่สุด (Sharing Best Practices) ใน 2 หัวข้อ คือ 1.เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน (Technology & Innovation for Airport Safety & Security) และ 2.การปรับปรุงการบริการภายในท่าอากาศยาน โดยการนำเทคโนโลยีและการสร้างสรรค์นวัตกรรมมาใช้ (Enhancing Airport Services with Technology & Creativity)

