ประเทศไทย 4.0 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยให้แข็งแกร่งขึ้น ควบคู่ไปกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงอยู่แล้ว ซึ่งการจะทำให้ธุรกิจแข็งแรง ผู้ประกอบการต้องแข็งแรงด้วย ดังนั้นกระทรวงแรงงาน โดย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงให้นโยบายเข้มงวด ในการเชิญชวน จูงใจ ให้แรงงานอิสระเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคมให้มากที่สุด เพราะยังมีอีกกว่า 20 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม
จากผลการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่ามีผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (Micro SMEs) หรือ “จุลเอสเอ็มอี” จำนวน 2,760,251 ราย ธุรกิจเหล่านี้
มีขนาดเล็กมาก การทำธุรกิจยังไม่เป็นระบบมากนัก
ขณะที่ตัวนายจ้างเอง ต้องการเข้าระบบประกันสังคม เพื่อมีหลักประกันทางสังคมก็สามารถทำได้ ด้วยการสมัครจ่ายเงินสมทบโดยสมัครใจมาตรา 40 ทางเลือก 3 ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ได้ โดยสำนักงานประกันสังคม ได้จัดชุดสิทธิประโยชน์มาเพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย จ่ายเงินน้อยแต่ประโยชน์ที่ได้รับเกินมูลค่าที่จ่ายไป เข้าถึงหลักประกันทางสังคมที่สำคัญ และใช้เสริมกับประกันชีวิต หรือประกันในรูปแบบอื่นๆ ที่มีอยู่ได้
มาตรา 40 ทางเลือก 3 นั้น จ่ายเงินสมทบเพื่อประกันตนเอง เพียงวันละ 10 บาท หรือ 300 บาทต่อเดือน มีเงินออมให้เดือนละ 150 บาท
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับความคุ้มครอง 5 กรณี 1.เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 300 บาท กรณีไม่ต้องนอนรักษาตัว
ในโรงพยาบาล แต่มีใบรับรองแพทย์ให้หยุดรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป รับวันละ 200 บาท ไม่เกิน 90 วันต่อปี 2.จ่ายเงินทดแทนหากทุพพลภาพตลอดชีวิต 3.เสียชีวิต ได้รับค่าทำศพเป็นเงิน 40,000 บาท 4.รับเงินบำเหน็จชราภาพ เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน รับเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท และ 5.รับเงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน จำนวน 200 บาท ต่อคนต่อเดือน คราวละ 2 คน จนอายุครบ 6 ปี
บริบูรณ์
การสมัครง่าย ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว มีอายุตั้งแต่ 15 ปี – 60 ปีบริบูรณ์ ขอสมัครได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ
ช่องทางการจ่ายเงิน ก็สะดวก สำหรับมาตรา 40 นั้น จ่ายเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, เคาน์เตอร์บิ๊กซี และ
เคาน์เตอร์เทสโก้โลตัส โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ
และหักผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารธนชาต, ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือดูข้อมูลที่ www.sso.go.th

