“กระทรวงศึกษาธิการ” และ “ไทยเบฟ” ลงพื้นที่ติดตามผลดำเนินงานระยะแรกโครงการ “Partnership School” (โรงเรียนร่วมพัฒนา) โรงเรียนวัดจุฬามณี จ.อยุธยา

19.07.18 | 18:03 น.

กระทรวงศึกษาธิการ ผสานความร่วมมือกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  จัดทำ โครงการ “Partnership School” (โรงเรียนร่วมพัฒนา) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการ สนับสนุนสถานศึกษา พัฒนาคุณภาพ และรังสรรค์นวัตกรรมของสถานศึกษาให้สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตให้แก่ผู้เรียน รวมไปถึงการส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทักษะ และคุณภาพชีวิต อีกทั้งต้องการให้สถานศึกษาได้รับโอกาสในการพัฒนาใน ทุกมิติที่สำคัญได้อย่างทั่วถึง อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ล่าสุด ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  พร้อมด้วยคณะทำงาน ว่าที่ ร.ต.พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ รองผู้ว่าฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  คุณสนิท แย้มเกสร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณชูเกียรติ บุญมี  นายกเทศมนตรี อำเภอบางบาล และประธานกรรมการสถานศึกษา คุณชาญวิทย์ ผลชีวิน กรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณสันต์ อินชูรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดจุฬามณี ฯลฯ ลงพื้นที่ระยะแรก เพื่อรับทราบการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่ โรงเรียนวัดจุฬามณี จังหวัดอยุธยา

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “ไทยเบฟ รู้สึกเป็นเกียรติ และยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจจาก รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ รวมไปถึงหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ “Partnership School” (โรงเรียนร่วมพัฒนา) ให้บรรลุตามเป้าหมายซึ่งก่อจะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดด้านการศึกษาของประเทศชาติต่อไป ทาง ไทยเบฟ ได้ร่วมสนับสนุนโรงเรียนจำนวน 18 แห่ง เป้าหมายหลักคือเน้นเสริมสร้างทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และปลูกฝังคุณธรรมเพื่อเป็นคนดีของสังคม และในวันนี้ได้มีโอกาสลงลงพื้นที่ระยะแรกเพื่อรับทราบการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่โรงเรียนวัดจุฬามณี (ชุณหะจันทนประชาสวรรค์) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การทำงานจะมีคณะกรรมการเข้ามาประชุมรวมกับทางคณะกรรมการโรงเรียน ได้แก่ กลุ่มที่จัดการศึกษา กลุ่มภาครัฐ ก็คือโรงเรียน ภาคประชาชนคือบางกลุ่มผู้ปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ หารือร่วมกัน ดังจะเห็นตัวโครงการอาชีวเกษตร จะมีการปลูกผักสวนครัว มีการเลี้ยงปลา มีการให้องค์ความรู้สิ่งประดิษฐ์ จุดเด่นของที่นี้ก็คือการใช้กระดาษทิชชูมาทำเป็นพวงมาลัย สำหรับในการจำหน่าย หรือเอาไว้ใช้เอง จุดโครงการเกษตรเห็นได้ว่าแต่ก่อนโรงเรียนจะไม่มีงบประมาณของอาหารการวัน พอเรามีการปลูกผัก ทำพืชผักสวนครัว และมีการเลี้ยงปลา เป็นส่วนหนึ่งในการที่เป็นอาหารกลางวันสำหรับเด็กๆ ในการพัฒนาอาชีพ ในอนาคตจะเห็นได้ว่า ไทยเบฟ มาช่วยในเรื่องการฝึกงานวิชาชีพ ในขณะโรงเรียนรับนักเรียนเข้ามาเรียนรู้ ครู ผู้ปกครอง หรือผู้เชี่ยวชาญ มาคิดทำอย่างไรให้หลักสูตรเปิดกว้างมากขึ้น ไม่ใช่เรียนอยู่แต่ในห้องเรียนอย่างเดียว

Advertisement

“Partnership School” (โรงเรียนร่วมพัฒนา) เป็นโครงการนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ให้ความเป็นอิสระในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การบริหารงบประมาณการศึกษา การบริหารจัดการเรียนการสอนที่สร้างความรับผิดชอบต่อผู้เรียน ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อตอบสนองต่อทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยไปสู่โมเดลยุค Thailand 4.0 โดยการบริหารงานจะเน้นความคล่องตัวขึ้น สามารถบริหารจัดการบุคลากร งบประมาณ การจัดการศึกษาได้เองและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นคือผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ด้านอารมณ์และความรู้สึกที่เรียกว่าจิตพิสัย และทักษะปฏิบัติที่เรียกว่าทักษะพิสัยทางการศึกษาสูงขึ้นตามที่ผู้สอนกำหนดไว้ และสถานศึกษาต้องผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพภายนอกอยู่ในระดับดีมาก เป้าหมายระยะยาว คือโรงเรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตลอดชีวิต โดยเน้นย้ำเรื่องสำนึกรักบ้านเกิดและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว