กรมควบคุมโรคเตือน ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกหนักกระจายในหลายพื้นที่ นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ แล้ว ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจาก “แมลงก้นกระดก” (Rove Beetle) แมลงมีพิษที่มักมากับสายฝน พร้อมแนะวิธีรับมือเพื่อป้องกันคนในบ้านไม่ให้โดนแมลงก้นกระดกทำร้าย
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตกหนักและตกกระจายในหลายพื้นที่ นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ แล้ว อยากฝากเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากแมลงมีพิษตัวเล็กๆอีกชนิดหนึ่งที่มักมากับสายฝนนั่นคือ “แมลงก้นกระดก” (Rove Beetle) แมลงชนิดนี้จะชอบบินเข้าหาไฟตามบ้านเรือนในเวลากลางคืน เมื่อสัมผัสโดนตัวแมลงมันจะปล่อยของเหลวออกมา เนื่องจากของเหลวในร่างกายของแมลงก้นกระดกจะมีสาร Paederin เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นพิษที่สามารถทำลายผิวหนังและเซลล์เนื้อเยื่อ ทำให้ปวดแสบ ปวดร้อน คัน ผิวหนังไหม้ มีผื่นแดง ตุ่มน้ำ เป็นหนองขึ้นตามบริเวณผิวหนังที่โดนสัมผัส
“แมลงก้นกระดก” หรือ ด้วงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอนหรือแมลงเฟรชชี่ เป็นแมลงปีกแข็งที่พบได้ในหลายๆประเทศรวมทั้งประเทศไทย ส่วนใหญ่จะพบแมลงชนิดนี้ใกล้แหล่งน้ำ นาข้าว หรือตามพงหญ้า โดยเฉพาะในหน้าฝนจะมีการระบาดของแมลงชนิดนี้ในต่างจังหวัด แต่ในเมืองที่มีตึกสูงก็สามารถพบได้เช่นกัน แมลงก้นกระดกมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร ลักษณะของแมลงชนิดนี้จะมีหัวสีดำ ลำตัวและท้องมีสีส้ม ยกเว้นปล้องสุดท้ายของท้องมีสีดำ ปีกคู่แรกแข็งสั้นมีสีน้ำเงินเข้ม เมื่อเกาะอยู่กับพื้นจะงอส่วนท้องส่ายขึ้นลง เป็นที่มาของชื่อ “แมลงก้นกระดก”

นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าวต่ออีกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้คนในบ้านโดนแมลงก้นกระดกทำร้าย ขอแนะนำวิธีรับมือดังนี้ 1.ติดมุ้งลวดและกางมุ้งนอน 2.ปิดประตู หน้าต่างให้สนิทป้องกันไม่ให้แมลงก้นกระดกบินตามแสงไฟเข้ามาในบ้าน 3.เปลี่ยนหลอดไฟเป็นสีเหลืองแทนสีขาว 4.ตรวจบริเวณที่พักอาศัยและกำจัดตะกอนดินที่มีหญ้าวัชพืชขึ้นตามหลังคา กันสาดและดาดฟ้าตึกที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงก้นกระดกได้ 5.เมื่อถูกแมลงชนิดนี้เกาะที่ร่างกาย ห้ามตีหรือขยี้ด้วยมือเปล่า ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยออกแล้วรีบล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับแมลงด้วยน้ำและสบู่ให้เร็วที่สุด 6.ติดไฟล่อแมลงไว้ในพื้นที่ที่ห่างจากตัวบ้านเพื่อล่อแมลงไม่ให้บินเข้ามาในบ้าน 7.ตัดหญ้ารอบบ้านให้สั้นอยู่เสมอเพื่อกำจัดแหล่งที่อยู่ของแมลงก้นกระดก 8.กำจัดแหล่งอาหารของแมลงก้นกระดก ด้วยการทิ้งขยะนอกบ้าน เศษอาหารและเศษผักใส่ถุงดำมัดปากให้แน่น
“ทั้งนี้หากสัมผัสถูกแมลงก้นกระดกให้รีบล้างผิวด้วยน้ำเปล่า ฟอกสบู่ และประคบเย็นบริเวณที่สัมผัสกับแมลงโดยตรง จากนั้นให้คอยสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าเกิดรอยแดงเล็กน้อยจะสามารถหายเองได้ใน 2-3 วัน ไม่จำเป็นต้องทายาใดๆ แต่ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้นหรือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้น ห้ามแกะเกา เพราะจะทำให้เกิดอาการลุกลามกว้างออกไปควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าว

