อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยผ่านครึ่งปีแรกได้อย่างราบรื่น ระหว่างมกราคม-มิถุนายน 2561 สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศกระจายเงินสู่ท้องถิ่นทั่วไทยเป็นกอบกำรวม 1,458,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากชาวต่างชาติใช้เงินเที่ยวไทย 1,016,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.88% ส่วนคนไทยใช้เงินเที่ยวในประเทศ ระหว่างมกราคม-พฤษภาคม 2561 รวม 442,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.90%
สถานการณ์ครึ่งปีหลังตั้งแต่กรกฎาคม-ธันวาคม 2561 เป็นช่วงท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การพลิกวิกฤตเป็นโอกาสหลังเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต ปรากฎการณ์ 13 หมูป่าติดถ้ำหลวง และช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (low season) แต่ภารกิจของ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ต้องทำรายได้ให้เข้าเป้าตลอดทั้งปีรวม 3.1 ล้านล้านบาท ด้วยการใช้ท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างความยั่งยืน เลิกทำลายสิ่งแวดล้อม ยกระดับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยใน 55 เมืองรอง และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเข้มแข็งมั่นคง
โจทก์ใหญ่ของ ททท.ที่จะต้องฟันฝ่าทุกความท้าทายนำพาการท่องเที่ยวของประเทศไปให้ถึงจุดหมาย ด้วยเสน่ห์ความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี ชุมชน เมืองรอง เชื่อมโยงเมืองหลัก และเพิ่มแรงจูงใจให้ “วันธรรมดา” ที่มีอยู่ปีละกว่า 200 วัน ให้กลายเป็น “วันแห่งความสุข” กระตุ้นให้เกิดการกระจายวันเที่ยวเลิกกระจุกอยู่เฉพาะวันหยุดยาว
“ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังเพิ่มพลังบุกขยายรายได้กระจายการท่องเที่ยวสู่ชุมชน โดยจะใช้ความหลากหลายจัดกิจกรรมสร้างรายได้ทำประโยชน์เข้าถึงท้องถิ่นมากที่สุด ด้วยจุดแข็งของโปรดักซ์ซึ่งมีทั้งแหล่งท่องเที่ยว สินค้าพื้นเมือง อัตลักษณ์วิถีท้องถิ่น ซึ่งจะผนวกไฮไลต์สำคัญเข้าไปอย่างเข้มข้นอีกส่วนคือการท่องเที่ยวจะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทิ้งความเสียหายไว้ในแต่ละพื้นที่
ล่าสุดรัฐบาลให้งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2561 เข้ามาโหมกระแสโครงการ Go Local ด้วยแคมเปญ Amazing Thailand Go Local Experience จัดทำตัวชี้วัดเพิ่มคุณค่าและกระจายมูลค่ารายได้ให้ถึงมือชุมชน สิ่งแรกที่ ททท.กำลังทำคือเชิญชวนเอกชนเข้าไปทำ CSR และ Team Building ขยายห่วงโซ่การใช้จ่ายอย่างกว้างขวาง ตามนโยบายของรัฐบาล และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามที่ทุกฝ่ายต่างย้ำให้ททท. นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ามาเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำกระจายรายได้อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ
ททท.จึงต้องใช้ เครื่องมือ ตัวชี้วัด การกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความยั่งยืน มาผสมผสานรับนโยบายมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง
ดร.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการปลุกกระแสกำลังซื้อให้คนตื่นตัวหันมาท่องเที่ยววันธรรมดาเพิ่มขึ้น แทนที่การท่องเที่ยววันหยุดยาวหรือวันนักขัตฤกษ์นั้น ททท.พยายามเปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันแห่งความสุข ล่าสุดได้กำหนดตัวชี้วัดเร่งให้สำนักงานในประเทศทุกภูมิภาคเพิ่มส่วนแบ่งนักท่องเที่ยววันธรรมดาขึ้นเป็นปีละ 35% จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 20-25% จึงต้องโหมทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับเอกชนและองค์กรต่างๆ อย่างเต็มที่ คือ จัดมหกรรมการขาย วันธรรมดาน่าเที่ยว กับ Outdoor Fest ควบคู่กับเน้นเลือกกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาการเดินทาง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรงเดินทางเป็นหมู่คณะได้ตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ 2.นักเรียนก็จัด Educational Trip 3.เจนวาย ซึ่งมีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวไม่ชอบอยู่ในกรอบแต่สามารถตัดสินใจเดินทางได้ทันทีทุกเวลา
โดยสรุปจากนี้ไป ททท.จะเพิ่มการขายท่องเที่ยววันธรรมดาด้วยการเลือกกลุ่มให้เหมาะสมเข้ามาเดินทางวันธรรมดาพร้อมกับลงทุนโปรโมตกิจกรรมเที่ยววันธรรมดา
ขณะที่ “การสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว” หลังเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต ททท.ได้แสดงความเสียใจ พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายค้นหาสาเหตุที่แท้จริง รวมทั้งจะใช้โอกาสนี้เสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ปฎิรูป
และยกระดับมาตรการสร้างความปลอดภัยให้ได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อดูแลไม่เฉพาะชาวต่างชาติปีละ 35-38 ล้านคนเท่านั้น แต่ยังต้องดูแลคนไทยที่เดินทางปีละ 140-160 ล้านคน-ครั้ง ด้วย
ระหว่างนี้ ททท.จึงร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เดินหน้าจัดทำโครงการมาตรฐานความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะแค่ภูเก็ตเพียงจังหวัดเดียว จะรณรงค์ให้ทางเชียงรายซึ่งเกิดกรณีเยาวชนทีมฟุตบอล 13 หมูป่าติดถ้ำเข้ามาร่วมมือด้วย และการจัดระเบียบความปลอดภัยทางถนนในทุกจังหวัดก็ต้องหารือกันอย่างจริงจังควรจะต้องร่วมกันอย่างไรต่อไป เพื่อให้คนไทยและทั่วโลกมั่นใจตลอดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว
ผู้ว่าการ ททท.ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรต้องใช้วิกฤตครั้งนี้สร้างจุดเปลี่ยนเรื่องมาตรฐานการดูแลและป้องกันความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว จัดตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ Safety & Security Thailand Tourism :SSTT หลังจาก World Tourism Forum :WTF ได้จัดมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยอยู่ในอันดับ 118 จากทั้งหมด 136 ประเทศ ไทยต้องกลับมาทบทวนและพิจารณาอย่างจริงทั้งเรื่อง 1.การบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยอย่างเข้มข้น 2.เอกชนทุกภาคส่วนต้องร่วมมือแจ้งเตือนภัย 3.คนไทยต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยกันดูแลความสุขแก่นักท่องเที่ยวทุกคน
ส่วนอีกโครงการไฮไลต์ของ ททท.เริ่มเมื่อ 24 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป คือการทำปฏิญญาร่วมกับภาครัฐและเอกชน 37 องค์กร เดินหน้าโครงการ “ลดโลกเลอะ” อันเป็นผลมาจากปัจจุบันขยะตามแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากการใช้พลาสติก สถิติคนไทยใช้ถุงพลาสติกวินาทีละ 4,400 ใบ ทิ้งอยู่ตามเมืองท่องเที่ยวย่อยสลายได้ยากต้องใช้เวลานับร้อยปี โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทะเลจึงได้เห็นภาพ เต่าทะเล วาฬ กินถุงพลาสติกเข้าไป สวนทางกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยวทะเลเมืองไทยเพราะอยากเห็นความสวยงามและรักษาสิ่งมีชีวิต
จากนี้ไป ททท.จะหันมาทำโครงการรณรงค์ให้เกิดนักท่องเที่ยว “พันธุ์ใหม่ไม่ผลิตขยะ” ลดเลิกใช้หลอดพลาสติก ถุงพลาสติก นำภาชนะกระบอกเติมน้ำ หรืออุปกรณ์ใช้ได้หลายครั้งติดตัวไปใช้งานได้ทุกที่ และตั้งเป้าจะให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันกับ ททท.ลดปริมาณขยะภายในปี 2563 ลงให้ได้ 50% นำร่องจากการทำปฏิญญากับ 37 องค์กรจับมือกันขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการนี้ไปด้วยกัน
ดร.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 26-29 กรกฎาคม นี้ ทั่วประเทศจัดแห่เทียนพรรษา สามารถไปท่องเที่ยวกันได้ทุกที่ และตลอดสิงหาคม 2561 เตรียมจัดกิจกรรมวันแม่ภายใต้การจัดทำโครงการ “สิงหาพาแม่เที่ยว” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชิญชวนคนไทยแสดงความกตัญญูต่อแม่ เพราะการท่องเที่ยวให้ความสุขและความรู้ จึงมีนโยบายให้ ททท. จัดท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค และท่องเที่ยวข้ามภาค ทำให้เป็นเดือนมหามงคลและเดือนแห่งความสุข รวมทั้ง ททท.ตลาดต่างประเทศยังร่วมมือกันนำนักท่องเที่ยวผู้หญิงจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวตามโครงการ Women Jouney ถึงแม้จะเป็นหน้าฝนก็สามารถเที่ยวในสไตล์ Rain Coat ได้ เน้นกระจายนักท่องเที่ยวไปยังชุมชน เมืองรอง เชื่อมโยงเข้ากับเมืองหลักทั่วประเทศ ชูจุดขายเรื่อง “ความแตกต่าง” ของฤดูกาล ท้องถิ่น งานประเพณี จะเป็นเสน่ห์ดึงดูดการท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัยได้เป็นอย่างดี

เพียงแค่ออกไปท่องเที่ยวไทย 1 เมือง 1 ชุมชน ก็ให้ความรู้สึกลึกซึ้งแตกต่างกันแล้ว และความหลากหลายของชุมชน เมืองรอง เป็นเสน่ห์ชวนให้ “ททท” ในความหมายคือ “เที่ยว-ทัน-ที” เท่ทุกที่ สวยทุกเวลา
เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : gurutourza

