ปี 2561 เป็นปีแรก ที่สำนักงานประกันสังคม โดย นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม มีนโยบายให้ ส่งหนังสือการแจ้งยอดเงินสมทบของผู้ประกันสำหรับมาตรา 33 (ทำงานกับนายจ้าง) และมาตรา 39 (ส่งเงินโดยสมัครใจ) เพื่อให้ผู้ประกันตนทั้งสองมาตรานี้ ได้รับรู้ว่าตนเองส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเป็นเงินออม ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนถึงธันวาคม 2559 เป็นจำนวนเงินเท่าใด
ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างมาก ที่ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 มิควรละเลย ที่จะศึกษาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในส่วนนี้ ประการแรก ตนเองจะได้รู้ว่า เรามีเงินสะสมที่ส่งไปแล้วเป็นจำนวนเท่าไหร่
ประการที่สอง สำหรับผู้ที่อายุถึงเกณฑ์รับเงินชราภาพอายุ 55 ปีบริบูรณ์ สะสมเงินออมเข้ากองทุนตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2541 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จะได้รับเงินบำเหน็จ (เงินก้อน) หรือบำนาญ
(รายเดือน) ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่งเงินสมทบนั่นเอง
หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือน และหากส่งเงินไม่ครบ 180 เดือน ก็จะได้รับบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน
ประการที่สาม ผู้ประกันตนนั้นจะได้วางแผนการใช้เงินที่สะสมมาอย่างมีประโยชน์สูงสุด หลังจากที่ไม่ทำงานแล้ว เพราะหากอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ แล้วยังทำงานต่อ จำนวนเงินสะสมออมไว้ใช้ในอนาคต ก็จะมากขึ้น พร้อมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดิม
สำหรับผู้ส่งเงินสมทบเองหากต้องการอยู่ในระบบประกันสังคมต่อ ก็สามารถทำได้ ทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ครอบคลุมด้านการรักษาพยาบาล เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เป็นหลักประกันทางสุขภาพที่ดีแก่ตนเอง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือที่ www.sso.go.th

