กสก.เสริมแกร่งมือปราบศัตรูพืชชุมชน ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการผลิต

28.07.18 | 10:51 น.

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดเสวนาพัฒนาเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนระดับประเทศ ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้และการจัดการศัตรูพืชในระดับชุมชน โดยมีเกษตรกรเป็นสมาชิก มีบทบาทสำคัญคือถ่ายทอดความรู้ด้านการป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสมให้กับเกษตรกรในชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตขยายศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ ตัวห้ำ ตัวเบียน และเชื้อจุลินทรีย์ ที่ใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของศัตรูพืช ลดการใช้สารเคมี เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ภายใต้แนวคิด “ชุมชนจะเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต้องปฏิบัติโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร”

ปัจจุบันมี ศจช.ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด 882 อำเภอ อำเภอละ 2 ศูนย์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,764 ศูนย์ ซึ่งแต่ละ ศจช.มีกิจกรรมแตกต่างกันไปตามบริบทของชุมชนและชนิดพืชเศรษฐกิจหลัก ฉะนั้นจำเป็นต้องพัฒนาให้ ศจช.มีความเข้มแข็งสามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนในชุมชน อย่างน้อยต้องทราบว่าศัตรูที่เป็นปัญหากับพืชหลักของชุมชนมีอะไร มีวิธีป้องกันกำจัดอย่างไร ที่สำคัญต้องถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากการระบาดของศัตรูพืช เนื่องจากสถานการณ์ศัตรูพืชในปัจจุบันมีทั้งโรคแมลงที่เป็นศัตรูประจำถิ่น และยังมีโรคอุบัติใหม่ เช่น กรณีโรคใบด่างมันสำปะหลัง ที่เกิดในประเทศเวียดนาม ขยายลุกลามมายังประเทศกัมพูชา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะระบาดเข้ามาในประเทศไทย หากไม่ป้องกันหรือมีมาตรการควบคุมปล่อยให้โรคนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยได้ จะสร้างความเสียหายต่อผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศอย่างสิ้นเชิง เพราะขณะนี้ยังไม่มีวิธีกำจัดโรคดังกล่าว

“ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจึงนับเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชทุกชนิด ตลอดจนต้องสร้างเครือข่ายระหว่าง ศจช. แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนาให้ ศจช.เป็นศูนย์เครือข่ายด้านการจัดการศัตรูพืชที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงข้อมูล จัดกระบวนการเรียนรู้ด้านอารักขาพืช ภายใต้เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าว

Advertisement

นอกจากนั้นยังได้มอบหมายให้กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย พิจารณาการใช้แปลงพยากรณ์เตือนการระบาดเพื่อนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร สร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายให้เป็นรูปธรรม นำวิธีการสมัยใหม่เพื่อลดการใช้แรงงานคน และติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งหามาตรการป้องกันหากเกิดการแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ ที่สำคัญให้จัดทำแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชกระจายครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับแจ้งเตือนภัยการระบาดได้ทันท่วงที นำไปสู่แนวทางการป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทันต่อสถานการณ์ ไม่ให้ลุกลามขยายพื้นที่ จนกระทบต่อต้นทุน ผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรในภาพรวม