ตลาดความงามคึกคัก เมื่อยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชวนสาวไทยมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับสกินแคร์พรี
เมี่ยม พร้อมเปิด K-BRIGHT Pop up Store ณ ลานสกายวอร์ค บีทีเอสพร้อมพงษ์ ให้สาวๆ ได้ทดลองผลิตภัณฑ์ K-BRIGHT (เค-ไบรท์) ไอเท็มใหม่บินตรงจากเกาหลี เพื่อกู้ผิวสวยให้กลับคืนมา พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ
งานนี้ ไม่ได้พูดกันเล่นๆ เพราะ โรเบิร์ด แคนเดลีโน่ ประธานกรรมการบริหาร และ ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ รองประธานผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคล จากยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิด K-BRIGHT Pop up store ลานสกายวอร์ค บีทีเอสพร้อมพงษ์ ให้สัมผัสประสบการณ์ตรงเรื่องการดูแลผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม K-BRIGHT (เค-ไบรท์) สกินแคร์พรีเมี่ยมแบรนด์ชั้นนำจากเกาหลี ที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตสกินแคร์สุดพรีเมี่ยมอย่าง Icy-Lock Technology เสมือนช่วยเก็บรักษาคุณค่าการบำรุงในส่วนผสมมิให้สลายไป เพื่อประสบการณ์การบำรุงผิวที่ล้ำลึกมากขึ้น เพราะอยากให้สาวไทยได้เดบิวต์ผิวอย่างมั่นใจ
โรเบิร์ต แคนเดลีโน ประธานกรรมการบริหาร ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 86 ปี ของยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย เราประสบความสำเร็จในการสร้างเทรนด์ใหม่ๆ และพบว่าประเทศไทยเป็นตลาด K-Beauty ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก ถือว่าเป็นตลาดสำคัญด้านความงาม และเป็นครั้งแรกสำหรับเราในการขยายธุรกิจออกไปสู่ตลาดพรีเมี่ยมของยูนิลีเวอร์ประเทศไทย โดยเราได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอันดับหนึ่งอย่าง Sephora ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเรา ซึ่งช่วยตอกย้ำ อีกก้าวของการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมี่ยมของ K-BRIGHT ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดความงามประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเติบโตของตลาดสกินแคร์ ทั้งหมดมีมูลค่าประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มแมส 75% และอีก 25% เป็นกลุ่มพรีเมี่ยม หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท มีการเติบโต 7% และพบว่าเทรนด์ยังไปได้ดี จึงมีการพัฒนาสกินแคร์ระดับพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ “เค ไบรท์” (K-BRIGHT) ในคอนเซ็ปต์ของความเป็นเคบิวตี้ หรือสกินแคร์จากประเทศเกาหลี โดยผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่มาจากประเทศเกาหลี ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย และโอกาสนี้ เมืองไทยยังเป็นสถานที่เปิดตัวแบรนด์ดังกล่าวอีกด้วย
นอกจากนี้ ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ รองประธานผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคล ได้ให้มุมมองว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญด้านความงาม มีอัตราการเจริญเติบโตปัจจุบันของตลาดสกินแคร์ค่อนข้างสูง โดย 23.8% เป็นสัดส่วนของพรีเมี่ยมสกินแคร์ โดยตลาดทั้งประเทศมีมูลค่า 76.4 พันล้านบาท มีมูลค่า 18.2 พันล้านบาทเป็นมูลค่าของพรีเมี่ยมสกินแคร์ นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของพรีเมี่ยมสกินแคร์สูงถึง 7% เนื่องด้วยหลายปัจจัย อาทิ ตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ โดยกลุ่มผู้บริโภคใส่ใจตัวเอง มีความต้องการผิวที่สวย และสุขภาพดี ซึ่ง “เค ไบรท์” (K-BRIGHT) สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นับว่าส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของยูนิลีเวอร์ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยูนิลีเวอร์มีการนำเข้าแบรนด์พรีเมี่ยมชั้นนำหลายแบรนด์ หลาย segment โดยให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก
เมื่อความสวยถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิง ซึ่งผู้บริโภคปัจจุบันมีอำนาจการใช้จ่ายมากขึ้น ยิ่งในเรื่องของความงามผู้หญิงมักจะมองหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด จึงเกิดเป็นเทรนด์ในการดูแลผิว โดยเฉพาะเทรนด์เกาหลี ที่ให้ความรู้สึกที่ดี สอดคล้องกับความต้องการของคนไทย ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของ เค ไบรท์” (K-BRIGHT) ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาพร้อมกับ Icy-Lock Technology เทคโนโลยีสุดล้ำไม่เหมือนใคร ทำหน้าที่เสมือนตัวช่วยเก็บรักษาคุณค่าการบำรุงในส่วนผสมไม่ให้สลายเร็วเกินไป สู่การบำรุงผิวที่ล้ำลึกมากขึ้น เพื่อผิวพรรณที่ใส่ใจการดูแล
จุดเด่นอีกอย่างของผลิตภัณฑ์จาก K-BRIGHT (เค-ไบรท์) อยู่ที่การยกเอาส่วนผสมจากธรรมชาติสุดพรี
เมี่ยม โดยรวบรวมมาจากสถานที่ต่างๆ ทั่วทั้งเกาะของประเทศเกาหลี พร้อมด้วยส่วนผสมที่อุดมไปด้วยสารบำรุงผิวชั้นดี ครบคุณค่าการบำรุงผิวตามแบบฉบับของสาวเกาหลี ซึ่งเป็นผิวในฝันที่สาวๆ หลายคนปรารถนา

สำหรับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค เป็นอีกปัจจัยสำคัญ การเปิด K-BRIGHT Pop up store จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภค ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของ “เค ไบรท์” K-BRIGHT คือ LSM 10+ (Living Standard Measure) จะเป็นผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ในชีวิต สนใจความสวยความงาม มองหาสกินแคร์ใหม่ๆ ที่ดีที่สุด ตลอดจนใช้โซเชียล ชอบแฟชั่น ใช้เวลาว่างในการเข้ามาจับจ่ายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ซึ่งพบว่า 70% ของผู้บริโภค เลือกค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสกินแคร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ฉะนั้น Pop up Store ณ ลานสกายวอร์ค บีทีเอสพร้อมพงษ์ ซึ่งอยู่ในย่านที่เป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ชั้นนำที่มีความตื่นตัวมากสุดแห่งหนึ่งของไทย จึงเป็นการย้ำคุณภาพของแบรนด์พรีเมี่ยม ที่เปิดโอกาสให้หลายคนได้เข้ามาหาแรงบันดาลใจ สัมผัส และรับประสบการณ์จริงเรื่องของการดูแลผิว มากกว่าการขายสินค้า
เพื่อให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคตรงกลุ่มเป้าหมาย K-BRIGHT นั้น ไม่ได้มองที่การเปิดหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่มองไปถึง O2O ทั้งเรื่องของ Online to Offline และ Offline to Online ตอบสนองผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ในชีวิต ที่ชื่นชอบการบริโภคสื่อดิจิตอลได้มีประสบการณ์จริงทางดิจิตอล โดยทั้ง Pop up Store และ O2O ต่างเป็นกลยุทธ์ที่มีส่วนในการสร้างแบรนด์ให้ผลิตภัณฑ์ แต่น้ำหนักจะเอนมาทางการทำOnline Marketing ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจากลักษณะนิสัย และพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ชื่นชอบโซเชียล ซึ่ง Pop up Store ก็สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ ทั้งการถ่ายภาพ วิดีโอ การทดลองผลิตภัณฑ์ สิ่งเหล่านี้สามารถอัพโหลดลงอินสตาแกรมได้ทันที
จากความต้องการของ K-BRIGHT ที่อยากให้สาวๆ ได้เดบิวต์ผิว ตามแบบฉบับของสาวเกาหลีอย่างมั่นใจ จึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามออกมาหลายไอเท็มเด็ดๆ ให้เลือกใช้ทุกความต้องการ พร้อมมีโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในการส่งข่าวสาร อัพเดทโปรโมชั่นพิเศษให้กับผู้ถือบัตร SCB PRIME และ SCB BEYOND เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ K-BRIGHT ที่ร้าน Sephora ตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไป ได้รับส่วนลด 15 % รับคะแนนสะสมสูงสุดถึง 10 เท่า และถ้าซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้าน Sephora สาขา เอ็มควอเทียร์ รับเพิ่ม K-BRIGHT Capture the Brightness Set มูลค่า 1,300 บาทอีกด้วย





นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลผิวกับ เค-ไบรท์ พรีเมี่ยมสกินแคร์จากเกาหลี ที่ Sephora ทั้ง 8 สาขาในประเทศไทย ได้แก่ สยาม เซ็นเตอร์, เซ็นทรัลเวิล์ด, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่, เอ็มควอเทียร์, สเปล, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เมกาบางนา และเซ็นทรัลบางนา แล้ว K-BRIGHT Pop up store ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เปิดโอกาสให้สาวๆ ได้เดบิวต์ผิวอย่างมั่นใจกับ K-BRIGHT สกินแคร์พรีเมี่ยมแบบเต็มขั้น พร้อมเปิดช่องทางออนไลน์ www.sephora.co.th ให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาข้อมูล และยิ่งถือบัตรเครดิตของ SCB ก็จะไม่พลาดข่าวสาร โปรโมชั่น ตลอดจนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้สะดวกมากขึ้น
ใกล้สาขาไหนไปที่นั่น เพราะความสวยรอช้าไม่ได้จริงๆ

