“โรคมือ เท้า ปาก” รู้ไม่ทัน อันตรายถึงชีวิต

24.08.18 | 15:53 น.

กรมควบคุมโรคเตือนฝนนี้ อีกโรคที่ต้องระวังคือ“โรคมือเท้าปาก” เนื่องจากหน้าฝนทุกปีเด็กป่วยโรคนี้มักมีแนวโน้มสูงขึ้น แนะ!!หากพบเด็กป่วยควรหยุดเรียนและพักรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ และหมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการแย่ลงหรือมีภาวะแทรกซ้อนต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้

 

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในช่วงหน้าฝนเช่นนี้นอกจากโรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ในเด็กเล็กแล้ว “โรคมือเท้าปาก” ยังเป็นอีกโรคหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะทั้งทารกและเด็กเล็กมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้ง่ายและรุนแรงมากกว่าเด็กโต ในประเทศไทยมักพบในสถานรับเลี้ยงเด็กโดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลฤดูฝนของทุกปี ผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปากจึงมักมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ณ.วันที่ 20 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยโรคมือเท้าปากสะสม 41,702 ราย จาก 77จังหวัด คิดเป็นอัตราป่วย 63.35 ต่อแสนประชากร มีผู้ป่วยเสียชีวิตสะสม 4 ราย อัตราป่วยสูงสุดคือภาคกลาง รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

Advertisement

 

“โรคมือเท้าปาก” เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses)ที่อาศัยอยู่ในลำไส้คนสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ และน้ำในตุ่มพองของผู้ป่วย โดยเข้าทางปากโดยตรง หรืออาจติดมากับมือ จากของเล่นจากการไอหรือจาม รวมไปถึงการใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกัน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการป่วยหรืออาจพบอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย เป็นต้น โดยอาการดังกล่าวจะปรากฏอยู่ 3-5 วันแล้วหายได้เอง หรืออาจมีอาการไข้ ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆเกิดขึ้นที่ผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว และในปาก ที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เป็นสาเหตุให้เด็กมีอาการเจ็บปากและเบื่ออาหาร

นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าวต่ออีกว่า หากพบเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรให้เด็กหยุดพักรักษาตัวที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์หรือจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้เด็กอื่นๆ สำหรับสถานรับดูแลเด็ก ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล จะต้องมีการคัดกรองเด็กป่วย ได้แก่ เด็กที่มีไข้ หรือเด็กที่มีผื่นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือมีแผลในปากควรให้หยุดเรียน ควรทำความสะอาดห้องเรียน ของเล่น ที่นอน รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องเล่นภายในโรงเรียนและสิ่งแวดล้อมทุกวัน และหากมีการระบาดเกิดขึ้นควรพิจารณาปิดชั้นเรียนทำความสะอาด เพื่อหยุดการระบาดของโรคโดยทันที

 

เนื่องจากโรคมือ เท้า ปากเป็นโรคที่พบมากในเด็กเล็ก ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ จึงใช้การรักษาตามอาการได้แก่ การให้ยาลดไข้ร่วมกับการเช็คตัวลดไข้ ให้ยาแก้ปวด หยอดยาชาในปาก เพื่อลดอาการเจ็บแผลที่ปาก ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยการขาดน้ำ ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย รสไม่จัด ดื่มน้ำ นม หรือน้ำหวาน และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาการไม่รุนแรงมักป่วนนาน 7-10 วัน และหายได้เอง บางรายต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นโรคมือ เท้า ปาก ชนิดที่รุนแรงได้ เช่น มีไข้สูงขึ้น และมีอาการเหม่อตาลอย ผวา ชัก ซึมลงอาเจียน หอบเหนื่อย จึงขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูพี่เลี้ยง หมั่นสังเกตอาการของเด็กที่ป่วยโรคมือเท้าปากอย่างใกล้ชิด หากป่วย 2-3 วันแล้ว อาการแย่ลงหรือมีภาวะแทรกซ้อนต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้

 

ทั้งนี้การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก สามารถทำได้ด้วยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่หรือใช้เจลล้างมือทุกครั้งก่อนหรือหลังรับประทานอาหารและหลังขับถ่ายหรือการเล่นของเล่น และตัดเล็บให้สั้น ดูแลสุขอนามัยและทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้และของเล่นต่างๆ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค  ไม่ควรนำเด็กเล็กไปในสถานที่ที่มีประชาชนแออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคนี้ เช่น สนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากโรคมือ เท้า ปาก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422./นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว