ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รวมทั้งประเทศ 5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน รัฐออกมาตรการรองรับผลผลิตพีคช่วงเดือน ก.ย.

25.08.18 | 12:12 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2561 (ปีเพาะปลูก 2561/62) ว่าข้อมูลผลพยากรณ์ ณ เดือนมิถุนายน 2561 มีเนื้อที่เพาะปลูกรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 6.708 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่จำนวน 6.716 ล้านไร่ เนื้อที่เก็บเกี่ยว รวมทั้งประเทศ 6.668 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 6.673 ล้านไร่ ขณะที่ผลผลิตรวมทั้งประเทศ 5.003 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 4.957 ล้านตัน ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูกทั้งประเทศ 746 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ให้ผลผลิต 738 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 (มี.ค.-ต.ค.) คาดว่าลดลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง เช่น ราคาเมล็ดพันธุ์ และสารเคมี เป็นต้น เกษตรกรจึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกมันสำปะหลังโรงงานและอ้อยโรงงานเพราะราคาจูงใจ

จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ สศก. ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว นครราชสีมา เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์ คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากฝนไม่ทิ้งช่วง ปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดของประเทศ มีเนื้อที่เพาะปลูก 845,258 ไร่ ลดลงจากปีก่อนซึ่งมีเนื้อที่ 851,132 ไร่ (ลดลง 0.69%) มีผลผลิต 655,448 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จำนวน 654,018 ตัน (เพิ่มขึ้น 0.22%) ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูก 775 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ให้ผลผลิต 768 กิโลกรัมต่อไร่ (เพิ่มขึ้น 0.91%) ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์มีแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 8 แปลง เนื้อที่ 14,973 ไร่ ผลผลิตประมาณ 11,140 ตัน

ด้านราคาที่เกษตรกรขายได้ความชื้น 14.5 % ในช่วงเดือนม.ค.-ก.ค.61 อยู่ที่กิโลกรัมละ 8.23 บาท เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 6.26 บาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลผลิตรุ่น 1 เริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้วในเดือน ส.ค.นี้ และจะออกมากช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) กำหนดให้คงสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในอัตราส่วน 1 : 3 ยกเว้นเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 15 มิ.ย. -15 ส.ค. กำหนดสัดส่วนในอัตรา 1 : 2 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย และเพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงเดือนก.ย.ซึ่งมีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยมาตรการดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์และตามความเหมาะสม ทั้งยังได้ขอความร่วมมือให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย

Advertisement

สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ ปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนาปี 2561 หรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 (ปลูกระหว่าง พ.ย.-ก.พ.) ในพื้นที่ 32 จังหวัด บริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมหารือกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ สมาคมเมล็ดพันธุ์ กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้ภาคเอกชนร่วมมือในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาในราคาขั้นต่ำ ณ ความชื้น 30% ที่ราคา 5 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมนี้ได้มีการหารือแนวทางการดำเนินการประกันภัยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาในพื้นที่ 2 ล้านไร่ ระยะเวลาคุ้มครองเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย.61- เม.ย.62 ดำเนินการผ่านสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยแนวทางและมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกันยายนนี้